BYD ฉลอง 1 ปีโรงงานไทย ดันยอดขาย 9 หมื่นคัน ตอกย้ำสู่ EV Hub

BYD ฉลอง 1 ปีโรงงานไทย ดันยอดขาย 9 หมื่นคัน ตอกย้ำสู่ EV Hub

BYD ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าโลก ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 1 ปีโรงงานผลิตที่จังหวัดระยอง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ทะลุ 90,000 คัน ด้าน BOI ชี้ความสำเร็จสะท้อนนโยบาย EV Hub มาถูกทาง ดึงเม็ดเงินลงทุนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ BYD ตอกย้ำคำมั่นสัญญา เตรียมส่งออกรถยนต์ “Made in Thailand” สู่ตลาดโลก พร้อมเผยโฉมรุ่นใหม่ 8 สิงหาคมนี้

ระยอง, ประเทศไทย – บรรยากาศภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อบริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในโอกาสที่โรงงานผลิตรถยนต์BYD ในประเทศไทยดำเนินงานครบ 1 ปีเต็ม พร้อมกันนี้ยังเป็นการฉลองความสำเร็จอีกขั้นกับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) ให้กับลูกค้าชาวไทยครบ 90,000 คัน ตอกย้ำสถานะผู้นำในตลาดและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

งานเฉลิมฉลองดังกล่าวเปรียบเสมือนภาพสะท้อนความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และผู้บริหารระดับสูงจากBYD นำโดย นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย BYD Auto ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในหมุดหมายสำคัญครั้งนี้ โดยในโอกาสเดียวกัน ยังได้มีการจัดพิธีมอบรถยนต์ให้กับตัวแทนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยในทุกมิติ

BYD

BOI ชี้ BYD คือจิ๊กซอว์สำคัญ ดันไทยสู่ EV Hub ระดับโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จอันรวดเร็วของ BYD ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณที่BYD ได้ให้ความเชื่อมั่นและเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดใหญ่นอกประเทศจีนแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของประเทศไทยในสายตานักลงทุนระดับโลก

“ความสำเร็จของ BYD ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจของบริษัท แต่ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงความสำเร็จของนโยบายรัฐบาลไทย ที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Hub ชั้นนำของโลก” นายนฤตม์กล่าว

ท่านเลขาธิการ BOI ได้เน้นย้ำถึงการทำงานอย่างบูรณาการของ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และสมาคมต่างๆ ที่ได้ร่วมกันออกมาตรการส่งเสริมที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ความพยายามดังกล่าวได้ส่งผลให้ตลาด EV ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดและรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) สะสมแล้วกว่า 250,000 คัน และที่น่าสนใจคือ สัดส่วนการจดทะเบียนรถยนต์ BEV ในปัจจุบันมีมากกว่า 15% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก

“ความสำเร็จนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า BYDคือส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่เข้ามาช่วย ‘Build Our Dream’ ทำให้ความฝันของคนไทยและรัฐบาลไทยที่จะเห็นประเทศเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคเป็นจริงขึ้นมา การเข้ามาของ BYD ได้สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวก กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันและการลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทั้งหมด”

นับตั้งแต่การหารือร่วมกับ BOI ในช่วงต้นปี 2022 สู่การตัดสินใจลงทุนและก่อสร้างโรงงานในปี 2023 จวบจนถึงปัจจุบัน BYDได้สร้างคุณค่าและประโยชน์มหาศาลให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยในหลากหลายมิติ โดยมีการลงทุนในประเทศไทยรวมมูลค่าแล้วกว่า 35,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง โดยเกือบ 90% ของบุคลากรที่ได้รับการว่าจ้างเป็นคนไทย นอกจากนี้ บริษัทยังแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนซัพพลายเชนในประเทศ ผ่านการจัดงาน “BYD Sourcing Day” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกว่า 200 ราย ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ซึ่งในอนาคตจะมีแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ทันสมัยเพื่อยกระดับศักยภาพของบุคลากรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

ในตอนท้าย BOI ยังได้แสดงความคาดหวังถึงความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต โดยได้เชิญชวนให้BYD พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศให้มากขึ้น, ช่วยสนับสนุนและดึงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้สามารถเติบโตและก้าวเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลกของBYD ได้ และที่สำคัญคือ การพิจารณาจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) รวมถึงสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค (Regional Headquarters) ในประเทศไทย ซึ่ง BOI และรัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกด้าน

BYD ย้ำคำมั่น “Made in Thailand” ไม่ใช่แค่ฝัน แต่คือความจริง

ทางด้านผู้บริหารจากBYD นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายBYD Auto ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ขึ้นกล่าวถึงการเดินทางและความผูกพันของBYD ที่มีต่อตลาดประเทศไทยตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ

BYD

“หนึ่งปีที่แล้ว โรงงานผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในต่างประเทศแห่งแรกของBYD ได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ ประเทศไทย และในวันนี้ เราได้กลับมายืนที่เดิมอีกครั้งเพื่อฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญ คือการส่งมอบรถยนต์คันที่ 90,000 ให้กับลูกค้าชาวไทย” นายหลิวกล่าว “รถยนต์ 90,000 คันนี้ ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่หมายถึง 90,000 ครอบครัว และ 90,000 ความไว้วางใจที่คนไทยได้มอบให้กับเรา BYDขอขอบคุณจากใจจริง”

นายหลิวได้เล่าย้อนถึงความทรงจำและความประทับใจต่างๆ ตั้งแต่การส่งมอบรถยนต์BYD DOLPHIN คันแรกที่จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงเหตุการณ์ที่ทีมงานได้นำรถยนต์ไฟฟ้าของBYD เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือ ซึ่งในครั้งนั้น เทคโนโลยี Vehicle-to-Load (V2L) ได้แสดงศักยภาพเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นแหล่งพลังงานสำรองเคลื่อนที่ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ของBYD ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์และเป็นความหวังให้กับผู้คนในยามลำบากได้อีกด้วย

“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทีมงานของเราได้เดินทางไปทั่วประเทศไทย และได้สัมผัสถึงความรักที่คนไทยมีต่อเทคโนโลยีและรถยนต์ไฟฟ้า เราได้รับฟังความคิดเห็นและความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ และนั่นคือแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความคาดหวังนั้น”

นายหลิวยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งในประเทศไทย โดยปัจจุบันBYD มีเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการภายใต้การบริหารของเรเว่ ออโตโมทีฟ ครอบคลุมแล้วกว่า 108 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ขณะที่โรงงานในจังหวัดระยองแห่งนี้ ได้กลายเป็นบ้านหลังที่สองและเป็นแหล่งสร้างอาชีพให้กับคนไทยแล้วกว่า 6,100 ตำแหน่ง โดยพนักงานกว่า 90% เป็นคนไทย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของบริษัทในการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน

ไฮไลท์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงาน คือการประกาศทิศทางในอนาคตของโรงงานแห่งนี้ โดยนายหลิวได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย หรือ Made in Thailand ไม่เพียงแต่จะส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยเท่านั้น แต่เรามีแผนที่จะส่งออกรถยนต์จากโรงงานแห่งนี้ไปยังตลาดต่างประเทศในภูมิภาคอื่นในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก”

ยิ่งไปกว่านั้น นายหลิวยังได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการประกาศข่าวสำคัญว่า “ในวันที่ 8 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ขอให้ทุกท่านโปรดติดตาม เราจะทำการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 4 ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีล่าสุดของเรา เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและเหนือกว่าให้กับผู้บริโภคชาวไทยทุกคน”

การเฉลิมฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การฉลองครบรอบ 1 ปีของโรงงาน หรือยอดขายที่น่าประทับใจ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลและความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างBYD และประเทศไทย การเดินทางของBYD ในขวบปีแรกนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และยังคงมีเรื่องราวแห่งความสำเร็จอีกมากมายรออยู่ในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งบนเวทีโลกต่อไป

#BYD #บีวายดี #ReverAutomotive #เรเว่ออโตโมทีฟ #BOI #ThailandEVHub #รถยนต์ไฟฟ้า #ยานยนต์ไฟฟ้า #อุตสาหกรรมยานยนต์ #เศรษฐกิจไทย #การลงทุน #MadeinThailand #BYDSeal #BYDDolphin #BYDATTO3 #โรงงานBYDระยอง

Related Posts