Aston Martin Newport Beach ร่วมมือกับ Q by Aston Martin แผนกตกแต่งพิเศษของแบรนด์ เปิดตัวคอลเลกชันสั่งทำพิเศษ “Heritage Edition” สำหรับรถสปอร์ตปีรุ่น 2027 จำนวน 5 คันในโลก ชูจุดเด่นด้วยการฟื้นฟูเฉดสีตัวถังคลาสสิกยอดนิยมจากยุค 1960s และ 1970s กลับมาใช้อีกครั้งด้วยเทคโนโลยีสีล่าสุด พร้อมงานตกแต่งภายในแบบตัดเย็บพิเศษเฉพาะรุ่น วางจำหน่ายเฉพาะที่ Aston Martin Newport Beach รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
การออกแบบและงานตกแต่งภายในเฉพาะของ Heritage Edition
รถยนต์ในคอลเลกชัน Heritage Edition ทุกคันเป็นงานสร้างสรรค์แบบหนึ่งเดียวในโลก (One-of-one) โดยแผนก Q by Aston Martin ได้ออกแบบรายละเอียดภายในใหม่ทั้งหมด ได้แก่ การนำเบาะนั่งปักลายฉลุ Q perforated fluted มาใช้เป็นครั้งแรกในรุ่น Vantage และ Vanquish ใหม่ การปักโลโก้ Q Heritage บนที่พักแขนส่วนกลาง และการติดตั้งแผ่นเพลตขอบประตูสัญลักษณ์ Heritage Edition
นอกจากนี้ ในรุ่น DB12 coupe, DB12 Volante และ Vanquish ยังได้รับการตกแต่งคอนโซลภายในด้วยแผงไม้ Dark Walnut Open Pore เพื่อเพิ่มความประณีตสง่างามคู่กับสีตัวถังภายนอก
Jeff West ผู้จัดการทั่วไปของ Aston Martin Newport Beach กล่าวว่า “Aston Martin ทุกคันมีเรื่องราวในตัวเอง และคอลเลกชัน Heritage Edition เหล่านี้เป็นการเฉลิมฉลองเฉดสีที่เคยร่วมสร้างนิยามให้กับแบรนด์ในยุคที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุด การทำงานร่วมกับ Q by Aston Martin ช่วยให้เราสามารถรำลึกถึงสีสันทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ พร้อมกับนำมาจับคู่กับรถสปอร์ตที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน เกิดเป็นคอลเลกชันที่เชื่อมโยงมรดกอันทรงคุณค่าของ Aston Martin เข้ากับอนาคตที่เด่นชัด”

ข้อมูลทางเทคนิคและเฉดสีประวัติศาสตร์ของทั้ง 5 รุ่น
DB12 Volante – สี Pale Primrose ตัวถังสี Pale Primrose เป็นการนำเฉดสีคลาสสิกที่เคยปรากฏบนปกโบรชัวร์ของรุ่น DB4 ปี 1958 และโมเดลรถ James Bond DB5 ในช่วงกลางยุค 1960s กลับมาอีกครั้ง ตัวรถเป็นสปอร์ตเปิดหลังคา Super Tourer ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 671 แรงม้า
DB12 coupe – สี Pacific Blue มาพร้อมสี Pacific Blue ซึ่งเป็นเฉดสีที่เคยเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น DB4 ก่อนจะนำมาใช้ใน DB5 และ DB6 โดยทีมออกแบบได้ศึกษาจากตัวอย่างสีดั้งเดิมในโบรชัวร์ DB6 ตัวรถใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 671 แรงม้า
Vanquish coupe – สี Tudor Green รถสปอร์ตระดับธงมาในสีเมทัลลิก Tudor Green ซึ่งเป็นสีที่เชื่อมโยงกับรถยนต์ Aston Martin ในยุค 1970s ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ รุ่นใหม่ ให้กำลังสูงสุด 824 แรงม้า และทำความเร็วสูงสุดได้ 214 ไมล์ต่อชั่วโมง
Vantage coupe – สี Winchester Blue ใช้สี Winchester Blue ที่ตั้งชื่อตามเมืองประวัติศาสตร์ในอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์สีชื่อเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างมากในรุ่น V8 Vantage ยุค 1970s ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 656 แรงม้า
Vantage Roadster – สี Mink Silver ตัวรถมาในสี Mink Silver ซึ่งเป็นเฉดสีเมทัลลิกอ่อนที่เคยได้รับความนิยมในรุ่น DB6 ยุค 1960s ชูจุดเด่นด้วยหลังคาผ้าพับเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 656 แรงม้า
การวางจำหน่าย
รถสปอร์ตคอลเลกชัน Heritage Edition ทั้ง 5 คัน ผลิตขึ้นเพียงอย่างละ 1 คันในโลก โดยจะวางจำหน่ายผ่านช่องทางของ Aston Martin Newport Beach เท่านั้น
#AstonMartin #AstonMartinNewportBeach #QbyAstonMartin #HeritageEdition #Supercars

