การขยับหมากครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เมื่อสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่ประกาศความสำเร็จในการประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ครบหนึ่งแสนคัน พร้อมเร่งสปีดผลักดันซัพพลายเชนท้องถิ่นและปั้นไทยเป็นฮับส่งออกระดับโลกอย่างแท้จริง
หมุดหมายแสนคันบีวายดีระยองพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลังเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เพื่อร่วมมือกันจัดจำหน่าย ทำการตลาด ขยายเครือข่ายบริการหลังการขาย และขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์พลังงานสะอาดในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยได้จัดพิธีแถลงความสำเร็จเนื่องในวาระที่โรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ในประเทศไทย ดำเนินการผลิตและประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) แตะระดับ 100,000 คันอย่างเป็นทางการ ซึ่งรถยนต์พลังงานใหม่คันประวัติศาสตร์ลำดับที่หนึ่งแสนที่คลอดออกจากสายการผลิตในประเทศไทยอย่างเป็นทางการก็คือ BYD ATTO 3 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง นับเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่ายุทธศาสตร์การตั้งฐานการผลิตในไทยกำลังผลิดอกออกผลอย่างเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โรงงานได้เริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการ และยังตรงกับวาระที่บีวายดีส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8,000,000 ของโลกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้นับเป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งแรกของบีวายดีที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ภายใต้เม็ดเงินลงทุนของกลุ่มบริษัทฯ มูลค่ามหาศาลกว่า 30,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง พร้อมขีดความสามารถและกำลังการผลิตสูงสุดถึง 150,000 คันต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าไปยังตลาดทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว
ในพิธีเฉลิมฉลองความสำเร็จ นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้ร่วมพิธีพร้อมสะท้อนมุมมองว่า ความร่วมมือระหว่างเรเว่และบีวายดีมุ่งเน้นการเติบโตเคียงข้างประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยความสำเร็จของการผลิตครบหนึ่งแสนคันในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์และนวัตกรรมพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ซึ่งกลุ่มธุรกิจเรเว่มีความมุ่งมั่นที่จะนำยานยนต์พลังงานใหม่มาเป็นทางเลือกสำคัญเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถ ควบคู่ไปกับการยกระดับการให้บริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้ง 171 สาขาทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในระยะยาวให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน

ดัน 5 รุ่นติดสัญลักษณ์เมดอินไทยแลนด์ผนึกซัพพลายเชนในประเทศ
ปัจจุบันโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย จังหวัดระยอง ได้เปิดสายการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครอบคลุมแล้วถึง 5 รุ่นหลัก ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% อย่าง BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 พร้อมด้วยยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดขั้นสูงตระกูล DM-i ประกอบด้วย BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i ซึ่งรถยนต์พลังงานใหม่ทั้ง 5 รุ่นนี้ ล้วนผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดจนได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นับเป็นการการันตีมาตรฐานการประกอบรถยนต์ฝีมือคนไทยที่พร้อมแข่งขันได้ในเวทีสากล
การตั้งฐานการผลิตดังกล่าวไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างลึกซึ้ง โดยบริษัทฯ ได้สร้างงานให้กับแรงงานไทยมากกว่า 6,000 อัตรา และในจำนวนนี้เป็นพนักงานสัญชาติไทยสูงถึงประมาณ 95% พร้อมกันนี้ยังสามารถผลักดันสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ หรือ Local Content ได้ประมาณ 50% ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศไทยรวมกว่า 266 ราย
ในบรรดาเครือข่ายพันธมิตรทั้งหมด มีผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศโดยตรงถึง 125 ราย และมีการนำชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการรับรองตามมาตรฐานสถาบันยานยนต์ (TAI) แล้วมากกว่า 1,090 รายการ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวเข้าสู่ซัพพลายเชนของยานยนต์สมัยใหม่ได้อย่างมีเสถียรภาพ ถือเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศอย่างยั่งยืน
เจาะลึกโรงงานอัจฉริยะผสานระบบอัตโนมัติยกระดับวิศวกรรมการผลิต
ความเร็วและเสถียรภาพในการผลิตจนแตะหลักแสนคัน มีรากฐานมาจากโครงสร้างพื้นฐานของโรงงานอัจฉริยะที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงระดับสากล เริ่มต้นจากโรงงานปั๊มขึ้นรูป (Stamping) ที่รองรับการผลิตแบบ Mass Production ด้วยยอดจัดส่ง 6,000 ชุดรถต่อเดือน ครอบคลุมงานขึ้นรูปลึก งานเจาะรู งานพับขอบ และการปรับรูปทรง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องปั๊มขึ้นรูปอัตโนมัติขนาดใหญ่แรงกด 7,900 ตัน ทำงานควบคู่กับเครื่องทดลองแม่พิมพ์ขนาด 2,500 ตัน และคลังจัดเก็บอุปกรณ์จับชิ้นงานอัตโนมัติ ต่อเนื่องไปยังโรงงานพ่นสี (Automotive Paint Shop) ที่ใช้นวัตกรรมสีสูตรน้ำ 3C2B และห้องพ่นสีแบบแห้ง พร้อมเทคโนโลยีการเผาที่อุณหภูมิสูง RTO เพื่อบำบัดและลดการปล่อยก๊าซ VOC ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการอบ จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติ 19 ตัวในงานเคลือบกันสนิมและทากาวตัวถัง ผสานหุ่นยนต์พ่นสีอัตโนมัติอีก 64 ตัว และมีทีมงานตรวจสอบคุณภาพฟิล์มสีอย่างละเอียดในทุกชั้น
สำหรับหัวใจหลักอย่างโรงงานเชื่อม (Welding Factory) ตั้งอยู่บนพื้นที่สองชั้นขนาด 70,000 ตารางเมตร เพื่อบริหารพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายในมีสายการผลิต 20 สาย 200 สถานีการผลิต และติดตั้งหุ่นยนต์อัจฉริยะมากถึง 520 ตัว ทำให้มีกำลังการผลิตสูงถึง 45 คันต่อชั่วโมง และรองรับความยืดหยุ่นในการประกอบรถยนต์ได้มากถึง 10 รุ่น โดยมีพนักงานมากกว่า 600 คน ซึ่งเป็นพนักงานสัญชาติไทยถึง 98% ขณะที่โรงงานผลิตสายไฟรถยนต์ (Wire Harness) ซึ่งเริ่มผลิตตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ปัจจุบันมีกำลังการผลิตราว 6,500 ชุดต่อเดือน และทำได้สูงสุดประมาณ 10,000 ชุดต่อเดือนเพื่อป้อนรถยนต์ 5 รุ่น ได้แก่ ATTO 3, Dolphin, Seal, Sealion และ ATTO ขับเคลื่อนด้วยพนักงานไทยถึง 99.3% บริหารงานด้วยระบบ MES และมอนิเตอร์บอร์ดแบบเรียลไทม์เพื่อติดตาม UPH และความพร้อมของเครื่องจักร
ในส่วนของวิศวกรรมการผลิต นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวร่วมกับคณะผู้บริหารเพื่อยืนยันถึงมาตรฐานและศักยภาพของฐานการผลิตแห่งนี้ว่า บีวายดีมุ่งมั่นสร้างโรงงานอัจฉริยะที่มากด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และประสิทธิภาพ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่เข้มงวดทั้งในด้านคุณภาพ การผลิต และความปลอดภัย โดยโรงงานแห่งนี้สะท้อนแนวทางการบริหารแบบ China-Thai Integration และการพัฒนาบุคลากรไทยให้สามารถรับผิดชอบงานบริหารและเทคนิคชั้นสูงได้มากขึ้น เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรท้องถิ่นอย่างแท้จริง การผสานพลังระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับฝีมือแรงงานไทย จึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โรงงานระยองสามารถส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

สปีดส่งออกสากลปั้นโรงงานระยองเป็นฮับแบตเตอรี่ระดับภูมิภาค
นอกเหนือจากการรองรับตลาดภายในประเทศแล้ว โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ยังทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์สู่เวทีการค้าระดับโลก โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดการผลิตเพื่อการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของการผลิตทั้งหมด และมียอดส่งออกสะสมออกสู่ตลาดต่างประเทศแล้วมากกว่า 24,000 คัน ไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย ตลอดจนทวีปยุโรป รวมแล้วมากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตและคุณภาพยานยนต์ฝีมือคนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือ โรงงานแบตเตอรี่ (Blade Battery Production Plant) ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม WHA ระยอง 36 จังหวัดระยอง โดยโรงงานแห่งนี้นับเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่ PACK แห่งแรกของบีวายดีที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน มีการติดตั้งสายการผลิตทั้งหมด 3 สาย มอบกำลังการผลิตรวมสูงสุด 150,000 ชุดต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการรองรับรถยนต์พลังงานใหม่ได้ถึง 150,000 คันต่อปี ทำให้สามารถป้อนชิ้นส่วนแบตเตอรี่ให้กับสายการผลิตรถยนต์ในประเทศได้อย่างคล่องตัว และพร้อมรองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การก้าวข้ามหลักไมล์ 100,000 คันของโรงงานบีวายดีในประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะของตัวเลขยอดผลิต แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทใหม่ของประเทศไทยในการเป็นฮับการผลิตและการส่งออกยานยนต์พลังงานสะอาดที่สำคัญของภูมิภาค เม็ดเงินลงทุนมหาศาลและการวางโครงสร้างพื้นฐานระดับสูงของบีวายดีและเรเว่กำลังสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ให้กับภาคธุรกิจยานยนต์ไทย ท่ามกลางกระแสการแข่งขันระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งความยั่งยืนอย่างไม่อาจหวนกลับ
#BYDThailand #ReverAutomotive #BYDATTO3 #BladeBattery #EVManufacturing #MadeInThailand #AutomotiveSupplyChain #BusinessStrategy #ยานยนต์พลังงานใหม่ #เศรษฐกิจยานยนต์

