แคสเปอร์สกี้ ชี้ “ไบโอเมตริกซ์” เสี่ยงสูงสุด ถูกแฮกเกอร์โจมตีหนักสุด

แคสเปอร์สกี้ ชี้ “ไบโอเมตริกซ์” เสี่ยงสูงสุด ถูกแฮกเกอร์โจมตีหนักสุด

แคสเปอร์สกี้ ออกมาเปิดเผยข้อมูลน่าตกใจ ชี้ภาคอุตสาหกรรม “ไบโอเมตริกซ์” กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีอันดับหนึ่งในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) โดยข้อมูลล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2568 พบว่าคอมพิวเตอร์ในกลุ่มนี้ถูกคุกคามทางไซเบอร์สูงถึง 28.1% การรั่วไหลของข้อมูลชีวภาพเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังหมายถึงการสูญเสียความเป็นส่วนตัวอย่างถาวร เนื่องจากเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนได้ คำเตือนครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางกระแสการนำเทคโนโลยีสแกนม่านตามาใช้ในประเทศไทย ซึ่งกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งทบทวนกรอบกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนโลก “ข้อมูลไบโอเมตริกซ์” (Biometric Data) เช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้า ได้กลายเป็นเครื่องมือยืนยันตัวตนที่สำคัญและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้คนอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบายนี้กลับมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ล่าสุด แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) บริษัทชั้นนำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก ได้ออกมาเปิดเผยรายงานที่ชี้ให้เห็นว่าภาคส่วนไบโอเมตริกซ์กำลังตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุด สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

อุตสาหกรรมไบโอเมตริกซ์: โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกโจมตีหนักที่สุด

จากงานวิจัยของแคสเปอร์สกี้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 พบว่า อุตสาหกรรมไบโอเมตริกซ์คือกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ (Operational Technology: OT) ที่มีสัดส่วนคอมพิวเตอร์ ICS (Industrial Control Systems) ที่ถูกโจมตีโดยมัลแวร์และวัตถุอันตรายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 28.1% ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าภาคส่วนสำคัญอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภาคระบบอัตโนมัติในอาคาร (Building Automation) ซึ่งอยู่ที่ 25% และภาคพลังงานไฟฟ้า (Electricity) ที่ 22.8%

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวลว่า อาชญากรไซเบอร์กำลังมุ่งเป้ามาที่ข้อมูลชีวภาพ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าปลอดภัยและปลอมแปลงได้ยาก ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาล หากตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี อาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่เป็นอันตรายได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสวมรอย ไปจนถึงการฉ้อโกงทางการเงินที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ข้อมูลไบโอเมตริกซ์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทดแทนได้ หากรหัสผ่านรั่วไหล เรายังสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้าของเราได้ นั่นหมายความว่าการรั่วไหลของข้อมูลไบโอเมตริกซ์อาจส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวของบุคคลนั้นๆ “สูญหายไปอย่างถาวร”

บริบทประเทศไทย กับความท้าทายด้านกฎหมาย

คำเตือนจากแคสเปอร์สกี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้เกิดกรณีการนำเทคโนโลยี “การสแกนม่านตา” ไปใช้เพื่อแลกกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสร้างข้อถกเถียงในวงกว้าง ประเด็นดังกล่าวได้กระตุ้นให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องหันมาหารืออย่างจริงจังเพื่อทบทวนและวางกรอบกฎหมายสำหรับข้อมูลไบโอเมตริกซ์ให้รัดกุมและทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ดาบสองคมแห่งความสะดวกสบาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ได้เข้ามาช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นอย่างมาก เราสามารถปลดล็อกสมาร์ทโฟน เข้าถึงคอมพิวเตอร์ขององค์กร หรือทำธุรกรรมทางการเงินได้เพียงแค่การสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า ข้อดีของมันคือความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ทำให้ยากต่อการเข้าถึงด้วยวิธีการทั่วไปอย่างวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) อีกทั้งยังมอบประสบการณ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าการป้อนรหัสผ่านแบบเดิมๆ

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบายนี้เองที่กลายเป็นช่องโหว่ การใช้ไบโอเมตริกซ์เป็นเสมือน “ชื่อผู้ใช้” (Username) ที่มีประสิทธิภาพ แต่หากไม่มี “รหัสผ่าน” หรือการป้องกันชั้นที่สองที่ดีพอ ก็อาจเปิดประตูให้อาชญากรไซเบอร์ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: อนาคตของไบโอเมตริกซ์

นายเฮง ลี หัวหน้าฝ่ายกิจการรัฐบาลและนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น แคสเปอร์สกี้ ได้ให้ทรรศนะต่อประเด็นนี้ว่า “ไบโอเมตริกซ์เป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ การผสมผสานลายเซ็นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมให้ใช้ร่วมกับการยืนยันตัวตนแบบอื่นๆ ถือเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งอย่างน้อยที่สุดในขณะนี้ก็นับว่าดีกว่าการใช้รหัสผ่านแบบตัวอักขระที่เป็นการยืนยันตัวตนแบบสแตนด์อโลน”

นายลีกล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์นั้นเป็นวิธีการด้านความปลอดภัยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้จะมีความเสี่ยงอยู่แต่ระบบเหล่านี้ก็สะดวกและทำซ้ำได้ยาก อีกทั้งระบบเหล่านี้ก็จะยังคงพัฒนาต่อไปอีกนานในอนาคต”

มุมมองของผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์จะยังคงอยู่และมีบทบาทสำคัญต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

แนวทางป้องกัน: ใช้ ไบโอเมตริกซ์ อย่างไรให้ปลอดภัย

แคสเปอร์สกี้ ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ พร้อมกับลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด ดังนี้

  • อย่าพึ่งพาไบโอเมตริกซ์เพียงอย่างเดียว: ควรใช้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์เป็นการยืนยันตัวตนขั้นแรก แต่ต้องมีชั้นความปลอดภัยอื่นเสริมเสมอ
  • ใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication – MFA): เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (2FA) หรือหลายปัจจัยร่วมกับรหัสผ่านที่คาดเดายากเสมอเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด
  • สร้างเกราะป้องกันบนอุปกรณ์:
    • สมาร์ทโฟน: ใช้การยืนยันตัวตนหลายรูปแบบร่วมกัน เช่น ลายนิ้วมือ, การจดจำใบหน้า และรหัสผ่านที่ซับซ้อน
    • ความปลอดภัยทางกายภาพ: ป้องกันการเข้าถึงตัวอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะนั่นคือด่านแรกของการเข้าถึงข้อมูลไบโอเมตริกซ์
  • อัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันทั้งหมดได้รับการอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อรับแพตช์ความปลอดภัยใหม่ๆ ที่ออกมาแก้ไขช่องโหว่
  • ระวังเฟิร์มแวร์ที่ถูกดัดแปลง: การปรับเปลี่ยนเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ (Jailbreak หรือ Root) อาจทำให้ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน รวมถึงการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์อ่อนแอลง
  • ติดตั้งโซลูชันความปลอดภัยที่เชื่อถือได้: ใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสหรือโซลูชันความปลอดภัยที่ครอบคลุม เช่น Kaspersky Premium เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและกิจกรรมออนไลน์
  • ใช้แอปพลิเคชันจัดการรหัสผ่าน (Password Manager): สำหรับรหัสผ่านแบบดั้งเดิม ควรใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่านเพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละบริการ ซึ่งจะช่วยเสริมการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

ท้ายที่สุดแล้ว ในขณะที่โลกกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยี การตระหนักรู้และปรับตัวของผู้บริโภคคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ข้อมูล ไบโอเมตริกซ์ คืออนาคตของการยืนยันตัวตน แต่การใช้งานอย่างชาญฉลาดและปลอดภัยคือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคมดิจิทัล

#ไบโอเมตริกซ์ #Biometrics #CyberSecurity #ความปลอดภัยไซเบอร์ #Kaspersky #แคสเปอร์สกี้ #PDPA #คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #ข่าวเศรษฐกิจ #เตือนภัยไซเบอร์ #สแกนม่านตา

Related Posts