แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและกำแพงภาษี แม้รายได้รวมและกำไรจากการดำเนินงานลดลง แต่กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (HS), โซลูชันยานยนต์ (VS) และโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (ES) กลับสร้างสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพผ่านธุรกิจ B2B, ธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ และช่องทาง D2C เพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในระยะยาว
กรุงโซล, ประเทศไทย – ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนและเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (แอลจี) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยบริษัทประกาศรายได้รวม 20.74 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 4.78 แสนล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 639.4 พันล้านวอน (หรือประมาณ 1.48 หมื่นล้านบาท)
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีปัจจัยกดดันหลักมาจากการชะลอตัวของตลาดโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาระทางภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา และสภาวะการแข่งขันในตลาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้นยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัท
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูท้าทาย แต่เมื่อเจาะลึกไปยังรายกลุ่มธุรกิจกลับพบว่า แอลจีกำลังสร้างความแข็งแกร่งจากภายในได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS), กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS) และกลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) ที่ไม่เพียงแต่เติบโตสวนกระแส แต่ยังสามารถสร้างผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 2 ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของแต่ละกลุ่มธุรกิจอีกด้วย ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและการปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอที่เดินมาถูกทาง
เจาะลึกกลุ่มธุรกิจดาวเด่น: หัวหอกขับเคลื่อนการเติบโต
กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (VS): ทุบสถิติใหม่สูงสุดในประวัติศาสตร์ หนึ่งในดาวเด่นที่เจิดจรัสที่สุดในไตรมาสนี้คือกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (VS) ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาสที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีรายได้อยู่ที่ 2.85 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.56 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 126.2 พันล้านวอน (ประมาณ 2.91 พันล้านบาท)
ความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากปริมาณคำสั่งซื้อคงค้าง (Backlog) ที่มีจำนวนมหาศาล และยอดขายจากการรับจ้างผลิตโซลูชันในรถยนต์ (OEM) ให้กับค่ายรถยนต์ต่างๆ โดยเฉพาะในตลาดยุโรปที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง กลยุทธ์การมุ่งเน้นไปที่ระบบสาระบันเทิงภายในรถยนต์ (In-Vehicle Infotainment หรือ IVI) ระดับพรีเมียม ได้ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฟส่องสว่างก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมผลประกอบการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (HS): ยืนหนึ่งด้วยกลยุทธ์สองแนวทาง กลุ่มธุรกิจ HS ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำและเป็นกำลังหลักในการสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัท โดยทำรายได้ในไตรมาส 2 ไปถึง 6.59 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.52 แสนล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 439.9 พันล้านวอน (ประมาณ 10.14 พันล้านบาท) ซึ่งถือเป็นผลประกอบการไตรมาส 2 ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคจากความต้องการของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง แรงกดดันด้านภาษี และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น กุญแจสำคัญคือการดำเนินกลยุทธ์แบบสองทาง (Two-track Strategy) ที่มุ่งเจาะตลาดทั้งในกลุ่มพรีเมียมและกลุ่มตลาดใหญ่ (Mass Market) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ธุรกิจในรูปแบบการบอกรับสมาชิก (Subscription) ยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการผลิตที่ช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยอดเยี่ยม
กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (ES): เติบโตจากความต้องการ HVAC และโอกาสในตลาดใหม่ กลุ่มธุรกิจ ES เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยรายได้ 2.64 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.08 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 250.5 พันล้านวอน (ประมาณ 5.77 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นสถิติผลประกอบการไตรมาส 2 ที่สูงที่สุดของกลุ่มธุรกิจนี้ การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยความต้องการเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยในประเทศเกาหลีใต้ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม ปริมาณการขายที่สูงขึ้นนี้ได้ช่วยเพิ่มอัตรากำไรเมื่อเทียบกับต้นทุน ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมดีขึ้น
ความท้าทายและการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจบันเทิง
ในขณะที่ 3 กลุ่มธุรกิจหลักสร้างการเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ
กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS) กลับต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทาย โดยรายงานรายได้ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4.39 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.01 แสนล้านบาท) และประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงาน 191.7 พันล้านวอน (ประมาณ 4.42 พันล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากความต้องการในตลาดทีวีที่ชะลอตัวลงทั่วโลก ส่งผลให้ยอดขายลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาส่วนแบ่งการตลาด
อย่างไรก็ตาม ในความท้าทายยังมีโอกาสซ่อนอยู่ โดยธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์อย่างแพลตฟอร์มสมาร์ททีวี webOS ยังคงเป็นหน่วยที่สร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ผ่านธุรกิจโฆษณาและคอนเทนต์ต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้โดยรวมให้บริษัทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตแห่งอนาคต
รากฐานแกร่งเพื่อการเติบโตเชิงคุณภาพ: กลยุทธ์ 3 แกนหลัก
ผลประกอบการในไตรมาสนี้สะท้อนภาพกลยุทธ์ที่ชัดเจนของแอลจีในการ “สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อการเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน” แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการเติบโตของยอดขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว บริษัทกำลังเดินหน้าปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอโดยให้น้ำหนักกับ 3 แกนหลัก ได้แก่
- ธุรกิจ B2B (Business-to-Business): มุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของอุปสงค์น้อยกว่าธุรกิจ B2C เช่น ส่วนประกอบยานยนต์, ระบบ HVAC และโรงงานอัจฉริยะ ธุรกิจกลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบจากอุปสรรคในการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องอาศัยการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ในไตรมาส 2 นี้ รายได้จากธุรกิจ B2B เติบโตขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 6.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.43 แสนล้านบาท)
- ธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ (Non-Hardware): การขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และมีอัตรากำไรสูง เช่น ธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และแพลตฟอร์ม webOS ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในไตรมาสนี้รายได้จากธุรกิจบอกรับสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 18% อยู่ที่ 630 พันล้านวอน (ประมาณ 1.45 หมื่นล้านบาท)
- ธุรกิจ D2C (Direct-to-Consumer): การเสริมสร้างช่องทางการขายตรงถึงผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ LGE.COM ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร แต่ยังช่วยเสริมสร้างคุณค่าของแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง
แนวโน้มและทิศทางในอนาคต
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี แอลจีได้วางแผนกลยุทธ์สำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยกลุ่ม HS จะมุ่งขยายธุรกิจ Subscription และ D2C พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรับมือผลกระทบจากภาษี กลุ่ม MS จะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและขยายตลาดในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) ที่ยังมีความต้องการสูง เช่น อินเดีย พร้อมกับการเติบโตของแพลตฟอร์ม webOS
ที่น่าจับตามองคือทิศทางในอนาคตของกลุ่ม VS ที่จะมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ารายหลักต่อไป และกลุ่ม ES ที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่าง
“ศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers)” โดยบริษัทมีแผนพัฒนาระบบ HVAC เชิงพาณิชย์ เครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรม และขยายธุรกิจโซลูชันระบบทำความเย็นด้วยของเหลว (Liquid Cooling) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแห่งอนาคตนี้โดยเฉพาะ
โดยสรุป ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ของแอลจีเป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวขององค์กร ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวย การปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอโดยมุ่งเน้นธุรกิจ B2B และบริการที่มีอัตรากำไรสูง ได้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และกำลังจะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นำพาบริษัทไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
#LG #ผลประกอบการ #เศรษฐกิจ #แอลจี #ธุรกิจB2B #โซลูชันยานยนต์ #เครื่องใช้ไฟฟ้า #HVAC #webOS #LGVS #LGHS #การเติบโตเชิงคุณภาพ #ข่าวเศรษฐกิจ

