รองนายกฯ และ รมว.ดีอี “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เป็นประธานเปิดงาน “SITE 2025” มหกรรมนวัตกรรมและสตาร์ตอัปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกาศความมุ่งมั่นผลักดันไทยสู่ “ชาติแห่งนวัตกรรม” และศูนย์กลางความร่วมมือด้านนวัตกรรมแห่งภูมิภาค ชูเทคโนโลยี AI และความยั่งยืนเป็นธงนำ พร้อมผนึกกำลัง 11 ประเทศพันธมิตรทั่วโลก เปิดประตูให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตในเวทีสากล ด้าน NIA ตอกย้ำบทบาท “Focal Conductor” ผ่านกลยุทธ์ 4G สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ระบบนิเวศนวัตกรรมและสตาร์ตอัปของประเทศไทยกลับมาคึกคักอย่างยิ่งใหญ่ กับการเปิดฉากงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 มหกรรมที่รวบรวมสุดยอดนวัตกร ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานพันธมิตรจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ สะท้อนเจตนารมณ์อันแรงกล้าของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของภูมิภาค (Regional Innovation Hub)
งาน SITE 2025 จัดขึ้นโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระหว่างวันที่ 4 – 6 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิดที่เฉียบคมและทันต่อกระแสโลกอย่าง ‘Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation’ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านนวัตกรรมในระดับภูมิภาค และส่งเสริมการเชื่อมต่อสตาร์ตอัปไทยกับเครือข่ายนานาชาติในเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
รัฐบาลปักธง ‘ชาติแห่งนวัตกรรม’ ชู AI และความยั่งยืนเป็นวาระสำคัญ
ในพิธีเปิดงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญที่ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์และนโยบายของรัฐบาล โดยระบุว่า “รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็น ‘ชาติแห่งนวัตกรรม’ อย่างเป็นรูปธรรม เราเล็งเห็นว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญของการสร้างความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีเป้าหมายแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Tech) และฟินเทค (FinTech)”
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า “การจัดงาน SITE 2025 ในครั้งนี้ คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความพยายามดังกล่าว รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะสูง และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ตอัปไทยให้สามารถขยายศักยภาพไปสู่ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน”
ความยิ่งใหญ่ของงานในปีนี้ยังสะท้อนผ่านการเข้าร่วมของตัวแทนจาก 11 ประเทศพันธมิตรชั้นนำด้านนวัตกรรมทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟินแลนด์ สวีเดน สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี สวิตเซอร์แลนด์ กาตาร์ และชิลี ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสครั้งสำคัญให้แก่ผู้ประกอบการไทย
NIA ตอกย้ำบทบาท ‘Focal Conductor’ ผ่านกลยุทธ์ 4G ปั้นนวัตกรรมไทยสู่สากล
ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในฐานะแม่งานหลัก ได้กล่าวถึงบทบาทและทิศทางการดำเนินงานของ NIA ว่า “NIA ดำรงตำแหน่งเป็น ‘Focal Conductor’ หรือวาทยกรผู้ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิด 4G ที่ชัดเจน ได้แก่ Groom, Grant, Growth และ Global เพื่อทำหน้าที่ตั้งแต่การบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่, การให้ทุนสนับสนุนโครงการที่มีศักยภาพ, การช่วยเร่งการเติบโตทางธุรกิจ ไปจนถึงการผลักดันนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก”
“การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ Global Partnership คือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ Global ของเรา งาน SITE 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานแสดงผลงาน แต่เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยได้พบปะกับนักลงทุน สร้างเครือข่ายกับองค์กรชั้นนำ และเรียนรู้จากประสบการณ์ของพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน” ดร.กริชผกากล่าว

อัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ตลอด 3 วัน ชี้เทรนด์อนาคต
ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน SITE 2025 อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในแวดวงนวัตกรรม ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย:
- เวทีสัมมนาและฟอรั่มระดับโลก: กว่า 50 หัวข้อ จากวิทยากรชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ บน 3 เวทีหลัก ได้แก่ Main Stage, Global Stage และ Pitch Stage ครอบคลุมทุกมิติของนวัตกรรม ตั้งแต่นโยบายระดับมหภาคไปจนถึงเทคโนโลยีเชิงลึก
- นิทรรศการนวัตกรรม: การจัดแสดงผลงานจากสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการนวัตกรรมกว่า 300 ราย ทั้งจากไทยและต่างประเทศ นำเสนอเทคโนโลยีต้นแบบและโซลูชันที่พร้อมตอบโจทย์ภาคธุรกิจ
- การแข่งขันและเวที Pitching: เวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขัน Startup Thailand League รอบชิงชนะเลิศ และกิจกรรม 100 Startup Pitching ที่เน้นเทคโนโลยีมาแรงแห่งยุค ทั้ง AI, Deep Tech และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
- เปิดตัวเครื่องมือและโครงการใหม่: ภายในงาน NIA ได้เปิดตัวข้อมูลอัปเดตของ Startup Universe 2025 ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเชิงลึกของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มและกำหนดนโยบาย พร้อมทั้งเปิดตัว Acceleration Program โครงการบ่มเพาะเพื่อเร่งการเติบโตและขยายตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
เจาะลึกเนื้อหาแต่ละวัน: จากความร่วมมือระดับโลกสู่เทคโนโลยี AI และความยั่งยืน
วันแรก (4 ก.ค.) ของงาน เริ่มต้นด้วยฟอรั่มระดับนานาชาติในหัวข้อ “Innovation Ecosystem and National Competitiveness in the Face of Global Uncertainties” โดยมีผู้แทนระดับสูงจาก 5 ประเทศพันธมิตร ได้แก่ ชิลี ฟินแลนด์ เช็ก สวีเดน และฮังการี ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก สะท้อนพลังของ Global Innovation Partnership อย่างแท้จริง ต่อด้วยเวทีจากผู้นำองค์กรระดับโลกอย่าง Microsoft, Huawei, C.P. Group, NIDA, BJC และไปรษณีย์ไทย ที่มาร่วมฉายภาพการประยุกต์ใช้ AI และการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ
วันที่สอง (5 ก.ค.) จะเป็นการเจาะลึกเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคใน AI Forum ตลอดทั้งวัน ประกอบด้วย 4 เซสชันสำคัญ ตั้งแต่การพัฒนาระบบนิเวศ AI ของไทยในระดับนโยบาย, การใช้ AI ในการตลาดยุคใหม่, การเตรียมพร้อมรับมือ AGI และ Quantum AI ไปจนถึงการใช้ Agentic AI และ LLM เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก Google Cloud, SCB10X, BOTNOI, AIS, KBTG และสถาบันการศึกษาชั้นนำร่วมให้ความรู้
วันสุดท้าย (6 ก.ค.) ปิดท้ายด้วย Sustainability Forum ที่มุ่งเน้นบทบาทของนวัตกรรมในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน โดยรวบรวมผู้นำจากองค์กรขนาดใหญ่ของไทยที่มีความมุ่งมั่นในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เช่น ปตท., กัลฟ์, กสิกรไทย, SCBX มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด
โซนนิทรรศการ: ศูนย์รวมพลังแห่งนวัตกรรม
นอกเหนือจากกิจกรรมบนเวที โซนนิทรรศการภายในงานยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโซนสตาร์ตอัปไทยและต่างประเทศ, โซนองค์กรนวัตกรรมภาคเอกชน, โซนหน่วยงานภาครัฐผู้สนับสนุน เช่น NIA, depa, TED Fund, BOI, DITP, TCEB, โซนการศึกษาและมหาวิทยาลัยต่างๆ ไปจนถึงโซนหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น NEDO (ญี่ปุ่น), Invest Hong Kong, Enterprise Singapore ที่พร้อมเปิดประตูให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่ตลาดโลก
งาน SITE 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ที่สำคัญซึ่งรัฐบาลและ NIA ร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อเป็นจุดนัดพบแห่งปีของเหล่า “นักรบนวัตกรรม” ในการแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างเครือข่าย และที่สำคัญที่สุด คือการร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ชาติแห่งนวัตกรรม” และศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีที่ทั่วโลกต้องจับตามองได้อย่างแท้จริง
#SITE2025 #StartupThailand #NIA #นวัตกรรมไทย #สตาร์ตอัป #เศรษฐกิจดิจิทัล #AI #Sustainability #GlobalInnovationPartnership #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ดีอี #อว #ThailandInnovationHub

