ดีอี เตือนภัยมิจฉาชีพ หลอกคืนเงิน ลวงโอนเงินสูญทรัพย์สิน

ดีอี เตือนภัยมิจฉาชีพ หลอกคืนเงิน ลวงโอนเงินสูญทรัพย์สิน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) แจ้ง เตือนภัย มิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือติดตามเงินคืนจากอาชญากรรมไซเบอร์ได้ มุ่งหวังหลอกเอาเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน หลังจากพบการแพร่ระบาดของข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในระบบออนไลน์เป็นจำนวนมาก

ผลการมอนิเตอร์ข่าวปลอมและการตรวจพบเพจปลอมหลอกลวง

จากการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน พบการตรวจสอบข้อความในระบบสูงถึง 110,123 ข้อความ และมีเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 11,008 ข้อความ โดยช่องทาง Social Listening เป็นช่องทางที่พบเบาะแสมากที่สุด

จากการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า เพจ “สำนักงานตำรวจติดตามทรัพย์สินจากอาชญากรรม” เป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพจัดทำขึ้นให้มีความคล้ายคลึงกับหน่วยงานราชการ โดยการสร้างชื่อปลอม โลโก้ปลอม และนำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบเนื้อหาคอนเทนต์ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนติดต่อและอ้างว่าจะช่วยเหลือเอาเงินคืน หลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้จริง

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แจ้ง เตือนภัย ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง โดยสังเกตเพจที่มีคำว่า “ได้รับการสนับสนุน” ซึ่งมิจฉาชีพมักจะซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงเหยื่อจำนวนมาก และจะมีพฤติการณ์ชวนคุยผ่านแชต จบลงด้วยการหลอกให้โอนเงินโดยอ้างเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ หรืออ้างว่าใช้เงินล่อเพื่อตามเงินคืน หากประชาชนพบพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น

ข้อมูลข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนที่ประชาชนให้ความสนใจ

นอกจากกรณีเพจปลอมดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ยังได้เปิดเผยผลการตรวจสอบข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 อันดับแรก โดยพบข่าวจริงเพียง 1 เรื่อง คือ กรณีที่ ครม. อนุมัติงบกลาง 843 ล้านบาท เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบชลประทานใน 5 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของข่าวปลอมที่ต้องระมัดระวัง นอกจากเรื่องเพจหลอกติดตามเงินคืนแล้ว ยังมีข่าวปลอมเรื่องการพบรอยสักบนแขนของผู้ก่อเหตุกราดยิงทหารตรงจุดตรวจ ใน จ.นราธิวาส ข่าวปลอมเรื่องไทยสามารถแบ่งครึ่งเกาะกูดให้กัมพูชาได้เพราะมีพื้นที่ทับซ้อน และข่าวปลอมเรื่องบัญชีไลน์ใหม่ของฝ่ายทะเบียน กฟภ. ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม

สำหรับข่าวบิดเบือนที่มีการแพร่กระจาย ได้แก่ เรื่องสัญญาณที่บอกว่าตับกำลังล้าพร้อม 10 วิธีดูแลตับให้แข็งแรง และเรื่อง ครม. อนุมัติก่อสร้างทางพิเศษสายศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทางกว่า 15.8 กม. จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับข้อมูลและปฏิเสธการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

มาตรการป้องกันและการแจ้งเบาะแสจากประชาชน

กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนเกี่ยวกับความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อโซเชียลมีเดีย หากประชาชนขาดความรู้เท่าทันและส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม อาจส่งผลให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง

ประชาชนควรเลือกเชื่อและเลือกแชร์เฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น พร้อมทั้งควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดก่อนการทำธุรกรรมหรือส่งต่อข้อมูลใดๆ เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อน

หากประชาชนพบข่าวน่าสงสัย หรือข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแสและตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ผ่านสายด่วน 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือตรวจสอบผ่านช่องทางออนไลน์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทั้งเว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com, Line ID: @antifakenewscenter, Facebook: Anti-Fake News Center Thailand รวมถึงช่องทาง X, TikTok และ IG ของทางศูนย์ฯ

#กระทรวงดีอี #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #เตือนภัยมิจฉาชีพ #ข่าวปลอม #ตำรวจปลอมหลอกคืนเงิน #thaipoliceonline

Related Posts