กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและภาคการเงิน เร่งขับเคลื่อนกรอบยุทธศาสตร์ National Anti-Fraud Master Plan เพื่อยกระดับกลไกการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ พร้อมวางมาตรการเชิงรุกสกัดเครือข่ายหลอกลวงตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงการตรวจสอบบริษัทนอมินีที่เอื้อต่อการกระทำผิด
ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 4/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2/2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ขับเคลื่อน National Anti-Fraud Master Plan และเกณฑ์บัญชีม้า
ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนกรอบยุทธศาสตร์ National Anti-Fraud Master Plan เพื่อเชื่อมโยงระบบการทำงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน และฝ่ายบังคับใช้กฎหมายอย่างครบวงจร ควบคู่กับการพิจารณาหลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามมาตรา 8/5 (6) หรือการขึ้นบัญชีรายชื่อบุคคลบัญชีม้า
นอกจากนี้ ยังมีการติดตามแนวทางการดำเนินมาตรการจัดเก็บข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (Location) ในการทำธุรกรรมการเงิน และการขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (ศปอท.) ภายใต้มาตรา 8/6 เพื่อเสริมขีดความสามารถในการตรวจสอบและระงับเหตุทางเทคโนโลยีได้อย่างทันท่วงที
สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน ดึงกลไกปกครองแจ้งเตือน 77,000 หมู่บ้าน
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มนักเรียนและนักศึกษามีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรณีการหลอกลวงเรื่องทุนการศึกษาและการหลอกเช่าหอพัก จึงจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการส่งข้อมูลเตือนภัยลงลึกถึงระดับพื้นที่ โดยกระทรวงดีอีจะประสานความร่วมมือกับ กรมการปกครอง ใช้กลไกการประชุมระดับอำเภอและการประชุมประจำเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อกระจายข้อมูลและสื่อเตือนภัยจากตำรวจไซเบอร์และกระทรวงดีอีไปยังชุมชนกว่า 77,000 หมู่บ้านทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องทุกเดือน
ขณะเดียวกันยังได้ประสานความร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ในสถานศึกษาทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
“ที่สำคัญ เราต้องไม่หยุดเพียงการส่งข้อมูลเท่านั้น แต่ต้องมีการติดตามและประเมินผลว่า สื่อประชาสัมพันธ์ หรือข้อมูลการสร้างความตระหนักรู้ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริงหรือไม่ และประชาชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ป้องกันตนเองได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง และช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากการหลอกลวงออนไลน์ ผลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าว
ผนึกกำลังตัดวงจรบริษัทนอมินีหนุนขบวนการหลอกลวงออนไลน์
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญ คือการจัดการปัญหาการใช้บริษัทนอมินีเป็นเครื่องมือสนับสนุนขบวนการหลอกลวง ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งในด้านการทำธุรกรรม การเคลื่อนย้ายเส้นทางการเงิน และการปกปิดอำพรางตัวตนของผู้บงการ
กระทรวงดีอีจึงเตรียมประสานความร่วมมือกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันบูรณาการฐานข้อมูล ตรวจสอบสถานะนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น ตลอดจนเส้นทางธุรกรรมที่ผิดปกติ เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
“เราต้องไม่หยุดเพียงการจับกุมมิจฉาชีพที่อยู่ปลายทาง แต่ต้องตัดวงจรและโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ให้บริษัทนอมินีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนขบวนการ Scam และอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทย” รมช.ดีอี กล่าวเน้นย้ำ
#กระทรวงดีอี #NationalAntiFraud #บัญชีม้า #อาชญากรรมทางเทคโนโลยี #ภัยออนไลน์ #สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ตัดวงจรนอมินี

