สมศักดิ์ กางนโยบายลดเหลื่อมล้ำ สั่งรับมือ 2 ศึก ชายแดน-น้ำท่วม

สมศักดิ์ กางนโยบายลดเหลื่อมล้ำ สั่งรับมือ 2 ศึก ชายแดน-น้ำท่วม

“สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.สาธารณสุข เปิดประชุมวิชาการด้านสังคม ชูนโยบาย 4 ข้อหลักมุ่งสร้างความเท่าเทียมในระบบสุขภาพเพื่อกลุ่มเปราะบาง ประกาศเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ซ่อม” เป็น “ผู้สร้าง” สุขภาพ ขณะเดียวกันสั่งการด่วนรับมือ 2 สถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา สั่งอพยพผู้ป่วย 2 โรงพยาบาล และผลกระทบจากพายุ “วิภา” ที่ส่งผลให้หลายจังหวัดภาคเหนือเผชิญน้ำท่วม เรียกประชุม PHEOC บ่ายนี้เพื่อบัญชาการสถานการณ์ พร้อมส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจประชาชน

นนทบุรี, ประเทศไทยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคในระบบสาธารณสุขไทย โดยชี้ว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของประเทศ ในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านสังคม กระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เท่าเทียม สุขภาพ เสมอภาค” (Equality Health Equity) ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี

ท่ามกลางการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก กระทรวงสาธารณสุขยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมกันถึงสองด้าน โดยนายสมศักดิ์ได้เปิดเผยถึงการรับมือเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งได้มีการสั่งอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงแล้ว 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลพนมดงรัก และโรงพยาบาลกาบเชิง ขณะเดียวกัน ยังต้องรับมือกับผลกระทบจากพายุ “วิภา” ที่ทำให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคเหนือ ส่งผลกระทบต่อสถานพยาบาลหลายแห่ง ซึ่งได้มีการสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) จัดการประชุมด่วนในช่วงบ่ายของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เพื่อประเมินและสั่งการในทั้งสองสถานการณ์

กางนโยบาย 4 เสาหลัก สู่ “สุขภาพที่เท่าเทียม”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้กล่าวอย่างชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ซึ่งเป็นวาระสำคัญของกระทรวงฯ โดยได้วางกรอบนโยบายการจัดระบบบริการสุขภาพเพื่อกลุ่มเปราะบางและพื้นที่พิเศษไว้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

  1. ความเสมอภาคคือหัวใจ (Equity at the Core): นายสมศักดิ์เน้นย้ำว่า “ความเสมอภาค” จะต้องเป็นหัวใจหลักในการทำงาน โดยจะใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาโครงการและจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรจะถูกส่งตรงไปเพื่อลดช่องว่างทางสุขภาพ และประชาชนกลุ่มเปราะบางจะได้รับการดูแลเป็นลำดับแรก
  2. การป้องกันเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Proactive Prevention): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทำงานของกระทรวงฯ จากเดิมที่เป็น “ผู้ซ่อมสุขภาพ” ให้กลายเป็น “ผู้สร้างสุขภาพ” โดยจะส่งเสริมการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์อย่างชาญฉลาด เพื่อทำความเข้าใจถึงรูปแบบและต้นตอของปัญหาสุขภาพ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและตรงจุด
  3. การบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration): นายสมศักดิ์ยอมรับว่าปัญหาสังคมมีความซับซ้อนเกินกว่าที่หน่วยงานเดียวจะแก้ไขได้ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยยกตัวอย่างความร่วมมือที่เกิดขึ้นแล้วระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นโมเดลสำคัญในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การลงทุนและพัฒนาบุคลากร (Investment in Human Resources): บุคลากรถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพให้ยั่งยืน กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาศักยภาพ สร้างขวัญกำลังใจ และดูแลสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ภายในงานยังได้มีการมอบโล่รางวัลพระราชทาน “ศูนย์พึ่งได้ต้นแบบ” ให้แก่โรงพยาบาล 6 แห่ง เพื่อเป็นเกียรติและเป็นต้นแบบในการดำเนินงาน ประกอบด้วย โรงพยาบาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น, โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์, โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร จ.ชัยนาท, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จ.อุบลราชธานี, โรงพยาบาลแปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา และโรงพยาบาลพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม

สมศักดิ์

บัญชาการ 2 สถานการณ์ฉุกเฉิน “ชายแดน-น้ำท่วม”

นอกเหนือจากการวางนโยบายระยะยาวแล้ว นายสมศักดิ์ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการสถานการณ์เร่งด่วนที่เกิดขึ้นพร้อมกันสองเหตุการณ์อย่างละเอียด

สถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา: นายสมศักดิ์ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ โดยได้สั่งการให้อพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง 2 แห่งในจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่:

  • โรงพยาบาลพนมดงรัก: ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง ได้ทำการย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นจำนวน 19 ราย และให้ผู้ป่วยที่อาการไม่หนักกลับบ้านอีก 19 ราย
  • โรงพยาบาลกาบเชิง: เป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่แล้วจำนวน 56 ราย

ขณะนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุรินทร์ ได้ประกาศยกระดับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเป็นระดับ 2 แล้ว เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการประสานงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด “ผมได้สั่งการให้จัดทีม MCATT (ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต) ลงพื้นที่ทันที เพื่อให้บริการด้านจิตวิทยาและคัดกรองสุขภาพจิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งอาจอยู่ในภาวะเครียดและตื่นตระหนก” นายสมศักดิ์กล่าว พร้อมกันนี้ยังได้สั่งเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาทั้งในรูปแบบ Walk-in และออนไลน์ รวมถึงกำชับให้บริหารจัดการบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อสนับสนุนการอพยพประชาชน และดูแลศูนย์อพยพให้มีความปลอดภัย ตลอดจนสำรองเวชภัณฑ์ยาให้เพียงพอและติดตามผู้ป่วยเรื้อรังเพื่อจัดส่งยาอย่างต่อเนื่อง โดยนายสมศักดิ์มีแผนจะลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในเร็วๆ นี้

สถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลพายุวิภา: สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือ นายสมศักดิ์เปิดเผยว่าได้รับรายงานความเสียหายจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย, พะเยา, ลำปาง และน่าน มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 3 แห่ง และโรงพยาบาล 4 แห่ง

“จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีโรงพยาบาล 2 แห่ง และ รพ.สต. อีก 3 แห่ง ที่ถูกน้ำท่วม” นายสมศักดิ์กล่าว อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบยังคงสามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ แต่หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ก็ได้มีการเตรียมแผนอพยพผู้ป่วยไว้พร้อมแล้ว นอกจากนี้ ทีม MCATT ก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อลงพื้นที่เยียวยาจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้วยเช่นกัน

การประชุมวิชาการในครั้งนี้จะดำเนินไปจนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 โดยมีหัวข้อการอภิปรายที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การบูรณาการฐานข้อมูลเพื่อป้องกันความรุนแรงในครอบครัว, การนำ Cardiff Model มาใช้ในการป้องกันความรุนแรง, มิติด้านกฎหมายสำหรับกลุ่มเปราะบาง และ Gender Mainstreaming

“ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอให้พวกเราช่วยกันทำให้แนวคิด ‘ความเสมอภาคเพื่อสุขภาพที่เท่าเทียม’ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำขวัญ แต่คือเป้าหมายที่เราต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริงต่อไป” นายสมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

#สมศักดิ์เทพสุทิน #กระทรวงสาธารณสุข #ลดความเหลื่อมล้ำ #กลุ่มเปราะบาง #ชายแดนไทยกัมพูชา #น้ำท่วม #พายุวิภา #PHEOC #MCATT #สาธารณสุขไทย #ข่าวเศรษฐกิจ

Related Posts