ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และภาคีเครือข่ายจังหวัดนนทบุรี เปิดฉากโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารครั้งประวัติศาสตร์ นำร่องบนถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่แยกแครายถึงแยกพงษ์เพชร ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร ตั้งเป้าพลิกฟื้นทัศนียภาพเมืองนนท์ให้สวยงาม เสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุดให้ประชาชน พร้อมวางรากฐานโครงข่ายโทรคมนาคมดิจิทัลใต้ดินที่มั่นคงและยั่งยืน รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
นนทบุรี, ประเทศไทย – ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและภูมิทัศน์ของจังหวัดนนทบุรี เมื่อบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จังหวัดนนทบุรี และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกาศเดินหน้าโครงการจัดระเบียบและนำสายสื่อสารลงใต้ดินอย่างเป็นทางการ โดยปักหมุดถนนงามวงศ์วานเป็นเส้นทางนำร่องสายแรกของจังหวัด ซึ่งไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโฉมถนนสายสำคัญให้มีความสวยงามเป็นระเบียบ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสื่อสารของประเทศอีกด้วย
โครงการดังกล่าวเริ่มต้นในเฟสแรกบนถนนงามวงศ์วาน (ช่วงที่ 1) ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่บริเวณแยกแครายมุ่งหน้าไปยังแยกพงษ์เพชร รวมระยะทางทั้งสิ้น 4.5 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการรื้อถอนสายสื่อสารเดิมที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 นี้ ซึ่งในทางเทคนิคทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินการติดตั้งโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable: FOC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงฝังลงในระดับใต้ดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ทดแทนระบบสายสื่อสารเดิมทั้งหมด หลังจากกระบวนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินเสร็จสมบูรณ์ ทางการไฟฟ้านครหลวงจะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนเสาไฟฟ้าออกจากแนวถนนต่อไป ซึ่งจะทำให้ภูมิทัศน์ตลอดแนวถนนงามวงศ์วานมีความปลอดโปร่ง สวยงาม และสะอาดตาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนเมืองน่าอยู่
บรรยากาศในวันเปิดโครงการเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , นายราเชนทร์ อันเวช ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) , และ นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาทัศนียภาพและสายสื่อสารที่รกรุงรัง ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมานานในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นขององค์กรในโครงการนี้ว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานโทรคมนาคมที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ในการจัดระเบียบสายสื่อสารและนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมไทยในหลากหลายมิติ ทั้งสร้างสภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบสื่อสาร ช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากการพาดสายสื่อสารบนอากาศที่อาจจะก่อให้เกิดอันตราย ลดอุบัติเหตุเมื่อมีสายตกลงมาบนท้องถนน ช่วยลดการเกิดเหตุไฟไหม้สายสื่อสารอีกด้วย
คำกล่าวของนายนฤพนธ์ได้ฉายภาพให้เห็นถึงประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความสวยงาม แต่ยังครอบคลุมถึงมิติด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยอย่างรอบด้าน การนำสายสื่อสารลงดินไม่เพียงแต่ช่วยลด “มลภาวะทางสายตา” (Visual Pollution) แต่ยังเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว โครงข่ายไฟเบอร์ออปติกใต้ดินมีความทนทานต่อสภาพอากาศและปัจจัยภายนอกสูงกว่าสายที่พาดบนอากาศอย่างมีนัยสำคัญ ลดความเสี่ยงที่บริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมจะหยุดชะงัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่นนทบุรี
การจัดระเบียบสายสื่อสารบนถนนงามวงศ์วาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของจังหวัดนนทบุรีที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ
- การยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจ: การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามและมีความปลอดภัยสูงขึ้น จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของพื้นที่ให้มีความทันสมัยและน่าอยู่ ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์และที่ดินในบริเวณใกล้เคียง ทั้งยังช่วยดึงดูดการลงทุนและส่งเสริมธุรกิจการค้าในย่านนั้นๆ
- การส่งเสริมการท่องเที่ยว: แม้นนทบุรีจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก แต่การมีทัศนียภาพของเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ย่อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และเป็นปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนหรือการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจได้ในอนาคต
- ความปลอดภัยสาธารณะที่เพิ่มขึ้น: การรื้อสายสื่อสารและเสาไฟฟ้าออกไป จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้อย่างถาวร เช่น กรณีสายสื่อสารหรือสายไฟฟ้าขาดและหล่นลงมาบนท้องถนน, เหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจรที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้บนเสาไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็นข่าวสร้างความสูญเสียมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
- เสถียรภาพของระบบดิจิทัล: โครงข่ายไฟเบอร์ออปติกใต้ดินมีความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูลสูงกว่า ลดโอกาสที่จะถูกรบกวนหรือลักลอบตัดสาย ซึ่งจะช่วยให้การสื่อสารของภาคธุรกิจ, หน่วยงานราชการ, และประชาชนทั่วไปมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
แผนงานในอนาคต: ขยายผลสู่ถนนสายหลักอื่นๆ ทั่วนนทบุรี
ความสำเร็จของโครงการนำร่องบนถนนงามวงศ์วาน จะเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป โดยทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานจัดระเบียบสายสื่อสารอย่างต่อเนื่องในถนนสายสำคัญของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งประกอบด้วย:
- ถนนงามวงศ์วาน (ช่วงที่ 2): จากแยกพงษ์เพชร ถึงแยกตัดถนนวิภาวดีรังสิต
- ถนนศรีสมาน
- ถนนติวานนท์
- ถนนนครอินทร์
- ถนนรัตนาธิเบศร์
“ทรูยังพร้อมให้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม ด้วยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้” นายนฤพนธ์กล่าวปิดท้าย
บทสรุปของโครงการนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดการสายเคเบิล แต่คือการวางรากฐานเพื่ออนาคตของเมืองนนทบุรีให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง, ปลอดภัย, และสวยงาม ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป
#ทรู #การไฟฟ้านครหลวง #จัดระเบียบสายสื่อสาร #สายสื่อสารลงดิน #นนทบุรี #งามวงศ์วาน #TrueCorporation #MEA #SmartCity #พลิกโฉมเมืองนนท์ #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

