ทรู คอร์ปอเรชั่น แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ประกาศมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ประสบภัย 4 จังหวัดภาคอีสาน มอบเน็ตฟรี โทรฟรี ขยายเวลาชำระค่าบริการ พร้อมส่งรถโมบายล์เสริมกำลังสัญญาณในศูนย์อพยพหลักที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าวและเร่งออกมาตรการบรรเทาภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤต พร้อมสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน
ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าทรูมูฟ เอช และดีแทค ทั้งในระบบรายเดือนและเติมเงิน ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ 13 อำเภอ ของ 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยมอบสิทธิพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและติดตามข่าวสารได้อย่างใกล้ชิด
มาตรการเยียวยาลูกค้าทรู-ดีแทคในพื้นที่
เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้กับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ทรูได้มอบสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้:
- อินเทอร์เน็ตฟรี: มอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจำนวน 10 GB สามารถใช้งานได้นาน 7 วัน โดยลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์สามารถกดรับบริการได้ที่หมายเลข
*900*7162#แล้วโทรออก - โทรฟรีทุกเครือข่าย: มอบสิทธิ์โทรฟรีจำนวน 100 นาที ใช้งานได้นาน 7 วัน สามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่หมายเลข
*900*7161#แล้วโทรออก
สำหรับสิทธิพิเศษทั้งสองรายการนี้ ลูกค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ และสามารถกดรับสิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568
นอกเหนือจากเน็ตและค่าโทรฟรี ทรูยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อคลายความกังวลด้านค่าใช้จ่าย ได้แก่:
- ลูกค้าระบบเติมเงิน: ขยายวันใช้งานซิมการ์ดออกไปอีก 7 วันโดยอัตโนมัติ
- ลูกค้าระบบรายเดือน: ขยายระยะเวลาการชำระค่าบริการรอบบิลล่าสุดออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกระงับสัญญาณ
พื้นที่ 13 อำเภอ ใน 4 จังหวัดที่ได้รับสิทธิ์ความช่วยเหลือ
- จังหวัดบุรีรัมย์: อำเภอบ้านกรวด
- จังหวัดสุรินทร์: อำเภอกาบเชิง, พนมดงรัก, สังขะ, ปราสาท, และบัวเชด
- จังหวัดศรีสะเกษ: อำเภอกันทรลักษ์, ขุนหาญ, และภูสิงห์
- จังหวัดอุบลราชธานี: อำเภอน้ำยืน, นาจะหลวย, น้ำขุ่น, และทุ่งศรีอุดม

เสริมกำลังสัญญาณ-ตั้งศูนย์บริการในพื้นที่อพยพ
นอกจากการดูแลลูกค้าในเครือข่ายแล้ว ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่อพยพออกจากบ้านเรือนมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยได้ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ “Cell-On-Wheel” (COW) เข้าไปติดตั้งในพื้นที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันได้ถูกปรับให้เป็นศูนย์อพยพหลัก รองรับประชาชนกว่า 10,000 คน จาก 4 ตำบลที่ต้องทิ้งบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย
การติดตั้งรถ COW ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้ง 5G และ 4G ให้ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์อพยพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้อพยพสามารถติดต่อกับญาติพี่น้องและติดตามสถานการณ์ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงาน ทั้งแพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือในพื้นที่
ยิ่งไปกว่านั้น ทรูยังได้จัดตั้งจุดบริการ Free Wi-Fi และติดตั้ง บริการโทรทัศน์จากทรูวิชั่นส์ ภายในศูนย์พักพิงฯ สนามช้างฯ และศูนย์อพยพอื่นๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ผ่อนคลายความตึงเครียด รับชมข่าวสาร และมีความบันเทิงระหว่างการพักพิง
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ทำการแจกจ่ายซิมการ์ดพร้อมใช้งานจำนวน 1,000 ซิม ให้แก่ผู้ประสบภัยในศูนย์อพยพต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้โทรศัพท์และส่งข้อความติดต่อสื่อสารในยามฉุกเฉินได้ทันที
การดำเนินการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าและประชาชนชาวไทยในทุกสถานการณ์ และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีอยู่เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนให้สังคมไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี
#ทรูห่วงใย #ทรูเคียงข้างผู้ประสบภัย #ชายแดนไทยกัมพูชา #TrueCorporation #ทรูมูฟเอช #ดีแทค #เน็ตฟรี #โทรฟรี #สถานการณ์ชายแดน #SaveThaiBorder

