เอไอเอส ไม่รอช้า ประกาศเปิดใช้งานคลื่นความถี่ 2100 MHz ที่เพิ่งชนะการประมูลจาก กสทช. ในทันที ชูโรงด้วยเทคโนโลยี ‘Super Block’ ผสานคลื่นเก่าและใหม่เป็นผืนเดียว ดันประสิทธิภาพเครือข่ายเร็วแรงขึ้น 200% ครอบคลุม 99% ทั่วไทย พร้อมรองรับประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการชมคอนเทนต์กีฬาระดับโลกอย่างพรีเมียร์ลีกและไทยลีก ผ่าน AIS PLAY ตอกย้ำยุทธศาสตร์ผู้นำที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
AIS ประกาศศักดาผู้นำเครือข่าย เดินหน้าเปิดให้บริการคลื่น 2100 MHz ทันทีหลังได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นับเป็นการเคลื่อนไหวเชิงรุกที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเปิดใช้งานคลื่นความถี่ใหม่ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความจุของช่องสัญญาณธรรมดา แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งานดาต้าไปอีกขั้น ผ่านการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘Super Block’ มาใช้ ซึ่งเป็นการผสานคลื่นความถี่ 2100 MHz ที่มีอยู่เดิมเข้ากับคลื่นความถี่ที่ประมูลมาได้ใหม่ ให้กลายเป็นผืนเดียวกัน (Contiguous Block) ขนาดใหญ่ ส่งผลให้แบนด์วิธ (Bandwidth) กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเสมือนการขยายถนนจากหลายเลนให้กลายเป็นซูเปอร์ไฮเวย์ขนาดใหญ่ ที่รองรับการส่งผ่านข้อมูลได้มหาศาลและรวดเร็วยิ่งขึ้น
นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS ได้ให้คำยืนยันถึงความพร้อมและศักยภาพของเครือข่ายหลังการอัปเกรดครั้งสำคัญนี้ว่า “เอไอเอสได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2100 MHz จาก กสทช. หลังจากชนะการประมูลครั้งล่าสุด พร้อมเปิดให้ลูกค้าใช้งานทันที ด้วยเทคโนโลยี Super Block ซึ่งเป็นการผสานคลื่นความถี่เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานของลูกค้าบนคลื่นความถี่ 2100 MHz เร็วและแรงขึ้นถึง 2 เท่า หรือมากถึง 200%”
ผลลัพธ์ที่ลูกค้าเอไอเอสทั่วประเทศจะได้รับโดยตรงคือ ประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เร็วและแรงขึ้นกว่าเดิมถึง 200% ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลด อัปโหลด สตรีมมิ่งวิดีโอความละเอียดสูง การเล่นเกมออนไลน์ หรือการใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วและมีเสถียรภาพสูง ซึ่งการอัปเกรดครั้งนี้จะครอบคลุมพื้นที่ให้บริการเดิมที่มีอยู่แล้วกว่า 99% ทั่วประเทศ ครบทั้ง 77 จังหวัด ทำให้ลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็จะได้รับอานิสงส์จากความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างถ้วนหน้า
เจาะลึกยุทธศาสตร์ ‘Super Block’ เดิมพันครั้งใหญ่เพื่อครองความเป็นหนึ่ง
ในทางเทคนิค คลื่นความถี่ 2100 MHz ถือเป็น “คลื่นยุทธศาสตร์” (Golden Band) ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สมดุลระหว่างความสามารถในการครอบคลุมพื้นที่ (Coverage) และความจุ (Capacity) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการให้บริการทั้งเทคโนโลยี 4G และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการขยายเครือข่าย 5G ในอนาคต
การที่เอไอเอสทุ่มทุนเพื่อคว้าคลื่นความถี่เพิ่มเติมในย่านนี้มาครอบครอง และนำมาผสานกับคลื่นเดิมด้วยเทคโนโลยี Super Block สะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้ง การมีคลื่นความถี่ผืนใหญ่ต่อเนื่องกัน ช่วยให้เทคโนโลยีการรวมคลื่น (Carrier Aggregation) ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด ลดสัญญาณรบกวน และเพิ่มอัตราการรับส่งข้อมูล (Throughput) ได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของบริการ (Quality of Service) ที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อ “ที่ดิน” (คลื่นความถี่) เพิ่ม แต่เป็นการลงทุนเพื่อ “สร้างทำเลทอง” ที่จะส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับลูกค้า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยากจะตามทันในระยะยาว
จากเครือข่ายอัจฉริยะสู่ประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ
เอไอเอส ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาโครงข่ายให้เร็วและแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะผสานศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะเข้ากับคอนเทนต์ระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
นายกิตติ กล่าวเสริมว่า “ลูกค้าทั่วประเทศจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการสื่อสารและการทำงาน ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคใหม่ โดยเฉพาะการเข้าถึงคอนเทนต์ด้านความบันเทิงและกีฬาระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ”
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่กำลังจะเปิดฤดูกาล ซึ่งเอไอเอสได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์ตลอดฤดูกาล ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม AIS PLAY การมีเครือข่ายที่เร็วแรงและเสถียรจาก Super Block จะเป็นหลักประกันสำคัญที่ทำให้แฟนบอลได้รับชมการแข่งขันได้อย่างคมชัด ไม่มีสะดุด เสมือนนั่งเชียร์อยู่ขอบสนาม

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการเปิดให้คนไทยทุกคนสามารถรับชมฟุตบอลไทยลีกครบทุกลีกได้ฟรีผ่าน AIS PLAY โดยไม่จำกัดค่าย ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการผลักดันให้คอนเทนต์คุณภาพสามารถเข้าถึงคนไทยได้อย่างทั่วถึง และใช้ความแข็งแกร่งของโครงข่ายเป็นตัวขับเคลื่อน
“นี่คือการผสานศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะและคอนเทนต์กีฬาระดับโลก เพื่อผลักดันให้คอนเทนต์คุณภาพเข้าถึงคนไทยได้อย่างทั่วถึง” นายกิตติกล่าวเน้นย้ำ
รากฐานสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
การลงทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของเอไอเอสในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อลูกค้าและตัวบริษัทเองเท่านั้น แต่ยังมีนัยสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ การมีเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีคุณภาพสูงและครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0
เครือข่ายที่เร็วและเสถียรขึ้น จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการตลาดออนไลน์, E-commerce, การทำงานทางไกล (Remote Working) และการใช้บริการคลาวด์ (Cloud Services)
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการปูทางไปสู่การมาถึงของเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง Internet of Things (IoT), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งล้วนต้องการโครงข่ายการสื่อสารที่มีความหน่วงต่ำ (Low Latency) และรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์จำนวนมหาศาล
การตัดสินใจเปิดใช้งานคลื่น 2100 MHz ที่เพิ่งประมูลมาได้ในทันทีของเอไอเอส จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในฐานะ “เครือข่ายที่ 1 ตัวจริง ที่มีคลื่นมากที่สุดเพื่อคนไทยทั่วประเทศ” และเป็นการวางรากฐานอันแข็งแกร่งที่จะรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
#AIS #AIS5G #SuperBlock #คลื่น2100MHz #ข่าวเศรษฐกิจ #AISคว้าคลื่น #เครือข่ายอันดับ1 #ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ #AISPLAY #พรีเมียร์ลีก #ไทยลีก #กสทช #เศรษฐกิจดิจิทัล

