บางจาก แจงผลงานครึ่งปีแรก ขาดทุน 445 ล้าน พิษสต็อกน้ำมันฉุด

บางจาก แจงผลงานครึ่งปีแรก ขาดทุน 445 ล้าน พิษสต็อกน้ำมันฉุด

“บางจาก คอร์ปอเรชั่น” (BCP) เปิดผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 445 ล้านบาท สวนทางกับกำไร 4,261 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันมูลค่ามหาศาลกว่า 3,033 ล้านบาท หลังราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวนหนัก อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Profit) ยังคงแข็งแกร่งที่ 2,998 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้ Synergy หลังการควบรวมกิจการได้กว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนปรับโครงสร้างธุรกิจนำ BSRC ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในสิ้นปีนี้ และมองแนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัวโดดเด่น

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ได้จัดประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) เพื่อประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 และรอบครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งสะท้อนภาพความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและความสำเร็จในการบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ

เจาะลึกผลประกอบการ: ขาดทุนสต็อกน้ำมันปัจจัยหลักกดดันกำไรสุทธิ

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 บางจากฯ มีรายได้รวม 260,474 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 293,438 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA ทางบัญชีอยู่ที่ 16,331 ล้านบาท ลดลง 37% จาก 26,072 ล้านบาทในครึ่งแรกของปี 2567

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อบรรทัดสุดท้าย คือการพลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 445 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 4,261 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายการพิเศษ (Extra Items) ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและค่าเผื่อมูลค่าสินค้าคงเหลือลดลง (Inventory Loss & NRV) สูงถึง 3,033 ล้านบาท (หลังหักภาษี) อันเนื่องมาจากความผันผวนและการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (OKEA) และธุรกิจพลังงานสะอาด (BCPG) รวมถึงผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะ “กำไรจากการดำเนินงานหลัก” (Core Profit) ซึ่งไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว บางจากฯ ยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้ถึง 2,998 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 3,611 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจหลักของทุกกลุ่มยังคงแข็งแกร่ง

Synergy ทะลุเป้ากว่า 3,000 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จหลังควบรวม

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในครึ่งปีแรก คือการรับรู้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergies) ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยแบ่งตามสัดส่วนได้ดังนี้:

  • ธุรกิจโรงกลั่น (47%): ประมาณ 1,400 ล้านบาท จากการจัดหาน้ำมันดิบที่สร้างค่าการกลั่น (GRM) สูง, การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการร่วมขนส่งน้ำมันดิบด้วยเรือขนาดใหญ่ (VLCC)
  • ด้านโลจิสติกส์ (8%): ประมาณ 250 ล้านบาท จากการปรับโซนการขนส่งและขยายเครือข่ายให้มีต้นทุนต่ำลง
  • เครือข่ายการตลาด (13%): ประมาณ 400 ล้านบาท จากการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์พรีเมียม, ขยายตลาดน้ำมันอากาศยานและยางมะตอย และการ оптимизация แคมเปญการตลาด
  • การประหยัดต้นทุนส่วนกลาง (32%): ประมาณ 950 ล้านบาท จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) ในส่วนงานสนับสนุน และการปรับโครงสร้างการบริหารให้กระชับขึ้น

ผลการดำเนินงานรายธุรกิจ: ท่ามกลางความท้าทายยังคงรักษาฐานที่มั่น

  1. กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน: EBITDA ในครึ่งปีแรกลดลงมาอยู่ที่ 1,399 ล้านบาท จากผลกระทบของขาดทุนสต็อกน้ำมันและผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง แต่ค่าการกลั่นจากการดำเนินงาน (Operating GRM) ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 4.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากการบริหารจัดการผลผลิตน้ำมันดีเซลและสเปรดราคาน้ำมันเบนซินที่ดีขึ้น
  2. กลุ่มธุรกิจการตลาด: ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีก ณ สิ้นครึ่งปีแรกอยู่ที่ 29% เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มขึ้นจาก 12.7% เป็น 14.8% แม้ EBITDA จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3,022 ล้านบาท จากผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2568 จะมีสถานีบริการมากกว่า 2,200 แห่ง
  3. กลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด (BCPG): EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 1,881 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2567 ทำให้ไม่ได้รับรู้ผลการดำเนินงานในครึ่งปีนี้ และการสิ้นสุดของ Adder โครงการโซลาร์ในไทย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ที่มียอดขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 7% ขณะเดียวกัน BCPG ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งโครงการพลังงานลม Monsoon ใน สปป.ลาว และเวียดนาม การเข้าซื้อกิจการโซลาร์รูฟท็อป 32 แห่ง และการจับมือกับ NT พัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืน (Sustainable Data Center)
  4. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (BBGI): เผชิญกับความท้าทายจากส่วนต่างราคา (Spread) ของ B100 และเอทานอลที่ลดลง เนื่องจากราคาขายที่ปรับลดลงและภาวะอุปทานล้นตลาด ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 380 ล้านบาท
  5. กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (OKEA): EBITDA อยู่ที่ 10,128 ล้านบาท ลดลงจากปริมาณการผลิตและขายที่ลดลงหลังการจำหน่ายแหล่ง Yme ในเดือนพฤศจิกายน 2567 และราคาขายน้ำมันที่ลดลง 16% อย่างไรก็ดี ราคาขายก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น 29% ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตในนอร์เวย์สำหรับปี 2568 เป็น 30,000-32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (kboepd) และได้ขยายการลงทุนสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรกผ่านการร่วมมือกับเชฟรอนในแปลงสำรวจ G2/65 ในอ่าวไทย

ความคืบหน้าแผนปรับโครงสร้าง: จ่อเพิกถอน BSRC สิ้นปี 2568

บางจากฯ ได้อัปเดตความคืบหน้าของแผนการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ คือการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ บมจ.บางจาก ศรีราชา (BSRC) เพื่อเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยกระบวนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของทั้ง BCP และ BSRC เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2568

  • วิธีการ: จะเป็นการเสนอซื้อหุ้น BSRC ผ่านการแลกหุ้น (Share Swap) กับหุ้นออกใหม่ของ BCP ในอัตราส่วน 1 หุ้น BCP ต่อ 6.5 หุ้น BSRC
  • ช่วงเวลา: คาดว่าจะเริ่มทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 และจะดำเนินการเพิกถอน BSRC ออกจากตลาดฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568

แนวโน้มครึ่งปีหลังสดใส คาดการณ์ทุกธุรกิจฟื้นตัว

สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 บางจากฯ คาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มธุรกิจ:

  • โรงกลั่น: คาดว่าจะเพิ่มอัตราการกลั่น (Crude Run) ขึ้นอีก 10-12% และค่าการกลั่น (GRM) จะปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลที่แข็งแกร่ง
  • การตลาด: คาดว่ายอดขายจะเติบโต 2-3% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายเชิงพาณิชย์และฤดูการท่องเที่ยว
  • พลังงานสะอาด: จะได้รับผลบวกจากโครงการใหม่ๆ ที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และราคาประมูลไฟฟ้า (Capacity Auction Prices) ในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ: ยอดขายเอทานอลมีแนวโน้มดีขึ้น แม้ยังคงมีความท้าทายด้านส่วนต่างราคา
  • ทรัพยากรธรรมชาติ: คาดว่าราคาน้ำมันจะทรงตัว ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มเป็นบวกจากระดับสต็อกที่ต่ำลง

โดยสรุป แม้บางจากฯ จะเผชิญกับความท้าทายจากราคาพลังงานโลกในครึ่งปีแรกจนส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน แต่พื้นฐานการดำเนินงานภายในยังคงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สะท้อนจาก Core Profit ที่เป็นบวก และความสำเร็จในการสร้าง Synergy ที่เป็นรูปธรรม ประกอบกับแนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนในครึ่งปีหลัง และแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจที่เดินหน้าตามเป้าหมาย ทำให้ภาพรวมของบางจากฯ ยังคงเป็นที่น่าจับตามองในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ

#บางจาก #BCP #ผลประกอบการ #ข่าวเศรษฐกิจ #หุ้น #SET #พลังงาน #โรงกลั่นน้ำมัน #BCPG #BSRC #ราคาน้ำมัน #ข่าวหุ้น

Related Posts