บีวายดี (BYD) ประกาศศักดาครั้งสำคัญ ตอกย้ำวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อการส่งออกอย่างเป็นทางการ ด้วยการส่ง “BYD Zhengzhou” หรือ “เรือเจิ้งโจว” เรือขนส่งรถยนต์ลำที่ 7 ของบริษัท ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงคู่ LNG ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาเทียบท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นครั้งแรก นำร่องขน BYD SEALION 7 จำนวน 300 คันมาส่งมอบ พร้อมประกาศแผนใหญ่ในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า เรือลำเดียวกันนี้จะกลับมาบรรทุกรถยนต์ไฟฟ้า “เมดอินไทยแลนด์” จากโรงงานระยอง ส่งออกสู่ตลาดยุโรปและอาเซียน สานต่อพันธกิจการเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ระหว่างจีน ไทย และตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ
ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี – ในวันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อเรือขนส่งรถยนต์ (RORO Ship) ขนาดมหึมาที่มีชื่อว่า “เรือเจิ้งโจว” (BYD Zhengzhou) ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรก การมาถึงของเรือลำนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขนส่งรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่มายังประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นและหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของ บีวายดี (BYD) ที่มีต่อประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เรือเจิ้งโจว หรือที่มีชื่อสากลว่า BYD Zhengzhou คือเรือขนส่งรถยนต์ลำล่าสุดและเป็นลำที่ 7 ในกองเรือของ BYD ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของบริษัทโดยเฉพาะ ตัวเรือมีความยาวถึง 199.9 เมตร กว้าง 38 เมตร มีระวางขับน้ำถึง 12 ชั้น สามารถบรรทุกรถยนต์ได้มากถึง 7,000 – 7,500 คันต่อเที่ยว นับเป็นเรือขนส่งรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดลำหนึ่งที่เคยเข้าเทียบท่าในประเทศไทย สิ่งที่ทำให้เรือลำนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่ใช้เชื้อเพลิงคู่ LNG (Liquefied Natural Gas) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของ BYD อย่างแท้จริง

ในการเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์สู่ประเทศไทยครั้งนี้ เรือเจิ้งโจวได้บรรทุกรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่าง BYD SEALION 7 จำนวน 300 คัน มาส่งมอบให้กับบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายสำหรับรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ในพิธีต้อนรับอันอบอุ่น ณ ท่าเรือแหลมฉบัง นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท บีวายดี ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการมาถึงของเรือเจิ้งโจวในครั้งนี้ว่า “วันนี้อากาศแจ่มใสเป็นอย่างยิ่ง ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาพบปะกับทุกท่าน เพื่อต้อนรับการมาถึงของเรือเจิ้งโจว เรือลำนี้ออกเดินทางจากจีนเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผ่านฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และวันนี้ได้มาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย โดยได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นระยะทางกว่าหมื่นลี้” นายเบนสันกล่าว
เขายังได้เน้นย้ำว่า เรือเจิ้งโจวไม่เพียงแต่เป็นเรือลำที่ 7 ในกองเรือของ BYD เท่านั้น แต่ยังเป็น “เครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนและของบีวายดีในการขยายสู่ตลาดโลก” การลงทุนสร้างกองเรือขนส่งของตัวเองสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมซัพพลายเชนและยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งรถยนต์ไปยังนานาประเทศทั่วโลก
ความสัมพันธ์ระหว่าง BYD และประเทศไทยนั้นลึกซึ้งและเติบโตอย่างรวดเร็ว นายเบนสัน ได้เปิดเผยว่าโรงงานของ BYD ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศจีน ได้เปิดดำเนินการอย่างราบรื่นมาครบรอบ 1 ปีแล้ว และเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทางเรเว่ ออโตโมทีฟ เพิ่งจะส่งมอบรถยนต์ BYD คันที่ 90,000 ให้กับลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันถึงความสำเร็จและการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ครั้งนี้คือพันธกิจต่อไปของเรือเจิ้งโจว
“อีกครึ่งเดือนข้างหน้า เรือเจิ้งโจวลำนี้จะกลับมาบรรทุกรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ณ โรงงานบีวายดี จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นรถยนต์ ‘เมดอินไทยแลนด์’ ที่มีคุณภาพ เพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายเบนสันกล่าวอย่างหนักแน่น
คำกล่าวนี้คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่สำคัญของ BYD เท่านั้น แต่ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็น “ฐานการผลิตเพื่อการส่งออก” อย่างเต็มตัวแล้ว การที่รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยและประทับตรา “Made in Thailand” กำลังจะถูกส่งออกไปจำหน่ายในทวีปยุโรป ถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และเป็นการตอกย้ำศักยภาพของประเทศในการเป็นศูนย์กลางของยานยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก ตามนโยบาย 30@30 ของภาครัฐ

นายเบนสันยังได้เล่าถึงความผูกพันอันพิเศษ โดยกล่าวว่าในวันที่ 16 กรกฎาคม เขาได้รับเกียรติให้เข้าร่วมพิธีตั้งชื่อเรือลำนี้ที่เมืองกว่างโจว ชื่อ “เจิ้งโจว” เองก็มีความหมายลึกซึ้ง โดยตั้งตามชื่อเมืองเจิ้งโจว ซึ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีและยังเป็นที่ตั้งของโรงงานขนาดใหญ่ (Super Factory) ของ BYD สะท้อนถึงรากฐานอันมั่นคงและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของบริษัท
การมาถึงของเรือเจิ้งโจวในวันนี้ จึงเป็นมากกว่าการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ แต่เป็นการนำมาซึ่งโอกาส การสร้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งระบบซัพพลายเชนให้ก้าวสู่มาตรฐานโลก และในอีกไม่ช้า เรือลำนี้จะทำหน้าที่เป็น “นามบัตรเคลื่อนที่จากจีนและไทย” ที่จะนำพาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมออกไปแสดงศักยภาพบนเวทีโลก ตอกย้ำว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในสมรภูมิยานยนต์ไฟฟ้าโลกอย่างแท้จริง
#BYD #เรือเจิ้งโจว #BYDExplorer7 #รถยนต์ไฟฟ้า #EV #บีวายดี #เรเว่ #ReverAutomotive #ฐานการผลิตEV #ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า #MadeInThailand #ท่าเรือแหลมฉบัง #BYDSealion7 #อุตสาหกรรมยานยนต์ #เศรษฐกิจไทย

