ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์แกร่ง! กวาดรายได้ครึ่งปีกว่า 2.5 แสนล้าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์แกร่ง! กวาดรายได้ครึ่งปีกว่า 2.5 แสนล้าน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT โชว์ฟอร์มแกร่ง ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2568 สร้างรายได้รวม 259,030 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,929 ล้านบาท เติบโต 5.8% ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ชูความสำเร็จจากยอดขายออนไลน์ที่พุ่งทะยานถึง 34% และกลุ่มอาหารสดที่โตต่อเนื่องกว่า 10% ตอกย้ำกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมกันนี้ บอร์ดบริษัทยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสถานะทางการเงินและทิศทางการเติบโตในอนาคต

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CPAXT) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งภายใต้แบรนด์ “แม็คโคร” และธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ “โลตัส” ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยบริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ แม้ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการผนึกกำลัง (Synergy) ระหว่างธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางออนไลน์ และการนำเสนอสินค้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนจากการควบบริษัท (Synergistic value) ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

เจาะลึกความสำเร็จ: ออนไลน์และอาหารสด หัวหอกขับเคลื่อนการเติบโต

ความสำเร็จในครึ่งปีแรกของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. การเติบโตแบบก้าวกระโดดของยอดขายออนไลน์: หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดคือการเติบโตของยอดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งแอปพลิเคชัน Makro PRO สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการ และ Lotus’s SMART App สำหรับลูกค้ารายย่อย ซึ่งเติบโตสูงถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ทันท่วงทีของบริษัทต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังเป็นการตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำในตลาด Grocery E-Commerce อันดับ 1 ของประเทศไทย การลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย การจัดโปรโมชันที่น่าดึงดูด และระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจและหันมาใช้บริการสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  2. ความแข็งแกร่งของกลุ่มสินค้าอาหารสด: กลุ่มสินค้าอาหารสดยังคงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ โดยมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 10% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ (B2B) เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ที่มีต่อคุณภาพ ความสดใหม่ และความหลากหลายของสินค้าที่แม็คโครและโลตัสคัดสรรมาจำหน่าย การรักษามาตรฐานและพัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้อย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า สามารถครองความเป็นผู้นำในตลาดอาหารสดได้อย่างเหนียวแน่น

ซีพี แอ็กซ์ตร้า

เปิดกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง: มุ่งหน้าสู่การเติบโตด้วย AI และ Omni-Channel

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ซีพี แอ็กซ์ตร้ายังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางกลยุทธ์หลักที่น่าจับตามองไว้ 3 ด้าน ดังนี้

  • เดินหน้าสร้างการเติบโตในทุกช่องทาง (Omni-Channel): บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Omni-Channel ซึ่งผสมผสานระหว่างการซื้อสินค้าที่สาขา (Offline) และช่องทางออนไลน์ (Online) ไม่ว่าจะเป็นการขายนอกร้าน การส่งสินค้าถึงมือลูกค้าโดยตรง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม
  • การพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน: กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์จะมุ่งเน้นไปที่การเสริมความแข็งแกร่งของสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง (Private Label) และสินค้าแบรนด์อื่นๆ ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่แม็คโครและโลตัสในราคาที่คุ้มค่า นอกจากนี้ จะมีการต่อยอดกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) และอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและประหยัดเวลา
  • นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ: ซีพี แอ็กซ์ตร้าตั้งเป้านำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการ, การทำการตลาดแบบเจาะจงรายบุคคล (Personalized Marketing), การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด, ไปจนถึงการพัฒนาระบบการขายออนไลน์ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว การนำ AI มาใช้อย่างชาญฉลาดนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ผลักดันทั้งยอดขายและกำไรขั้นต้นให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และเป็นกลไกสำคัญที่จะสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ตอบแทนผู้ถือหุ้นและมุ่งสู่ความยั่งยืนตามหลัก ESG

จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในอนาคต คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2568

นอกเหนือจากการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นแล้ว ซีพี แอ็กซ์ตร้ายังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UNSDGs) อาทิ การริเริ่มใช้รถขนส่งไฟฟ้า (EV) ในระบบโลจิสติกส์เพื่อลดการปล่อยมลพิษ, การบริหารจัดการขยะและลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบผ่านโครงการ “AXTRA Green Together” โดยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการลดปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Food Waste to Landfill) ภายในปี 2030

ในด้านธรรมาภิบาล บริษัทฯ ตอกย้ำแนวทาง AXTRA: Good Governance for Sustainable Growth ซึ่งมุ่งขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

#CPAXT #ซีพีแอ็กซ์ตร้า #ผลประกอบการ #หุ้นCPAXT #Makro #Lotuss #ค้าปลีก #ค้าส่ง #เศรษฐกิจ #หุ้นปันผล #GroceryEcommerce #AIinRetail

Related Posts