TCMA จับมือแคนาดาดัน MCCU เครื่องแรก ปูทางปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 2050

TCMA จับมือแคนาดาดัน MCCU เครื่องแรก ปูทางปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 2050
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับรัฐบาลแคนาดา นำหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (MCCU) เข้ามาทดลองใช้งานจริงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก มุ่งยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมปักหมุด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เป็นพื้นที่ต้นแบบเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ

นวัตกรรม MCCU เครื่องแรกในไทยกับการทดลองใช้งานจริง

โครงการ “Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” เป็นผลผลิตจากความร่วมมือไทย–แคนาดา เพื่อทดสอบศักยภาพเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) ในระดับอุตสาหกรรม การนำหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit: MCCU) เข้ามาทดลองใช้งานจริงนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับเป้าหมาย Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap

ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ของอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sector) ดังเช่นอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และองค์ความรู้ เพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม”

ผสานความร่วมมือระดับโลก เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการลงทุน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแคนาดา ผ่านกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Environment and Climate Change Canada : ECCC) โดยมีองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริหารโครงการ สำหรับตัวเครื่อง MCCU พัฒนาขึ้นโดย Clean Technology Technologies Research Institute (CETRI) แห่งมหาวิทยาลัยรีไจน่า ประเทศแคนาดา เพื่อนำมาศึกษาประสิทธิภาพในบริบทอุตสาหกรรมไทย

TCMA จับมือแคนาดาดัน MCCU เครื่องแรก ปูทางปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 2050
TCMA จับมือแคนาดาดัน MCCU เครื่องแรก ปูทางปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 2050

นางสาวริเชลล์ บูร์กวง ปลัดกระทรวงการค้าและการพัฒนาการส่งออก รัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา ระบุว่า “ความร่วมมือนี้ยังเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสะอาด การวิจัย และนวัตกรรมระหว่างสองประเทศ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในอนาคต ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน”

ปักหมุด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” โมเดลความร่วมมือ PPP

TCMA ได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการศึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยจะนำเครื่อง MCCU ไปติดตั้งหมุนเวียน ณ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ของสมาชิก TCMA ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อเก็บข้อมูลเชิงเทคนิค ประเมินแนวทางการลงทุน และพัฒนาระบบนิเวศเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ

พื้นที่ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” จะทำหน้าที่เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และพันธมิตรระหว่างประเทศ (Public-Private Partnership: PPP) เพื่อสร้างเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และกลไกการลงทุน เพื่อรองรับมาตรการคาร์บอนระดับสากล เช่น Carbon Pricing และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในอนาคต

ดร.ชนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การนำ MCCU มาทดลองใช้งานจริงในประเทศไทย เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การเตรียมความพร้อมต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากต้องอาศัยระยะเวลา ทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน ความสำเร็จของการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน”

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยจากแผนงานสู่การปฏิบัติจริง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

#TCMA #สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย #ThaiCementClimateAction #TCMAtoNetZero2050 #NetZero2050 #TCMANextChapter #CarbonCapture #MCCU #CementDecarbonization #ไทยแคนาดา #ClimateTech #สระบุรีแซนด์บ็อกซ์

Related Posts