‘ประเสริฐ’ ชู ‘โคราชโมเดล’ ปั้น Youth Worker พลิกวิกฤตเด็กหลุดระบบ

‘ประเสริฐ’ ชู ‘โคราชโมเดล’ ปั้น Youth Worker พลิกวิกฤตเด็กหลุดระบบ

‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ รองนายกฯ และรัฐมนตรีดีอี เปิดตัว “โคราชโมเดล” โครงการนำร่องแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ชูการพัฒนา “ผู้ทำงานกับเยาวชน” หรือ Youth Worker เป็นกลไกสำคัญในการค้นหาและนำพาเด็กกลับสู่เส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ สร้าง “ทุนมนุษย์” ที่มีคุณภาพป้อนสู่ตลาดแรงงาน พร้อมใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ยุคใหม่ ตั้งเป้าขยายผลทั่วประเทศ ดันเป้าหมาย Thailand Zero Dropout ให้เป็นจริง

นครราชสีมา, ประเทศไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สร้างหมุดหมายใหม่ให้กับการแก้ไขปัญหาสังคมเชิงโครงสร้าง ด้วยการเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการฝึกอบรมสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ “อาชีพผู้ทํางานกับเยาวชน (Youth Worker)” ภายใต้แนวทาง “โคราชโมเดล” ซึ่งถือเป็นการจุดประกายความหวังในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีผู้บริหารและบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

รัฐบาลเอาจริง! ปักธง ‘Thailand Zero Dropout’ ผ่านกลไก ‘Youth Worker’

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้กล่าวเปิดงานพร้อมฉายภาพวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอย่างชัดเจนว่า ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาถือเป็นวาระแห่งชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว การปล่อยให้เยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติต้องเผชิญกับอนาคตที่ไร้ทิศทาง ไม่เพียงแต่จะเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์อันล้ำค่า แต่ยังสร้างภาระทางสังคมและเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้

“รัฐบาลเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการในการทำงานร่วมกันจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงเป็นแนวความคิดในการสร้างตัวอย่างที่ดีในระดับพื้นที่ โดยเริ่มจาก ‘โคราช โมเดล'” นายประเสริฐกล่าว

ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ หรือ ‘คกศ.’ นายประเสริฐย้ำว่า คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการพัฒนา “ผู้ทำงานกับเยาวชน (Youth Worker)” ให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักที่มีชีวิต เพื่อทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม” ที่จะลงลึกถึงระดับพื้นที่ ค้นหาเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย และออกแบบเส้นทางการกลับคืนสู่ระบบการศึกษาหรือเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่การทำงานแบบแยกส่วน แต่เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและพันธมิตร โดยได้มอบหมายให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ระดับจังหวัด, องค์การยูนิเซฟ (ประเทศไทย), และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการทำงาน โดยเลือกจังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่นำร่อง หรือ “โคราชโมเดล” ก่อนจะถอดบทเรียนและขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป

เจาะลึกบทบาท ‘Youth Worker’ ผู้สร้างโอกาสและแรงบันดาลใจ

สำหรับอาชีพ “Youth Worker” ซึ่งยังถือเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยนั้น นายประเสริฐได้อธิบายถึงบทบาทและภารกิจไว้อย่างน่าสนใจว่า บุคคลกลุ่มนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง “ครู” หรือ “นักสังคมสงเคราะห์” ในรูปแบบเดิมๆ แต่จะเป็น “พี่เลี้ยง” และ “ผู้นำทาง” ที่ทำงานใกล้ชิดกับเยาวชนอายุระหว่าง 11-19 ปี โดยมีหัวใจสำคัญคือการดึงเยาวชนเข้ามาเป็น “หุ้นส่วน” ในการพัฒนาชีวิตของตนเอง

บทบาทสำคัญของ Youth Worker ประกอบด้วย:

  1. ผู้สนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจ (Supporter & Inspirer): ช่วยให้เยาวชนค้นพบศักยภาพ ความฝัน และเป้าหมายในชีวิตของตนเอง
  2. ผู้เชื่อมโยงโอกาส (Connector): เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเด็ก, ครอบครัว, ชุมชน, กับแหล่งทุนการศึกษา, โอกาสในการฝึกอาชีพ และสวัสดิการต่างๆ ที่จำเป็น
  3. ผู้คุ้มครองและปกป้อง (Protector): ช่วยเหลือเยาวชนให้รอดพ้นจากความเสี่ยงต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหายาเสพติด ความรุนแรง หรือการถูกเอารัดเอาเปรียบ
  4. ผู้ให้คำปรึกษา (Counselor): เป็นผู้รับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจและกำลังใจให้เยาวชนสามารถก้าวผ่านอุปสรรคไปได้

สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ โมเดลนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนที่เคยเป็นเด็กนอกระบบการศึกษามาก่อน สามารถผันตัวเข้ามาเป็น Youth Worker ได้ ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้จะมีความเข้าใจในบริบทและปัญหาของเด็กกลุ่มเป้าหมายได้อย่างลึกซึ้ง และสามารถเป็น “ต้นแบบ” ที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างดีที่สุด เปรียบเสมือนผู้ที่เคยเดินผ่านความมืดมิดและพร้อมจะเปิดประตูบานใหม่แห่งโอกาสให้กับรุ่นน้อง เพื่อเปลี่ยนจากภาระทางสังคมให้กลายเป็น “ทุนมนุษย์” (Human Capital) ที่มีคุณค่าของประเทศชาติต่อไป

พลิกโฉมการเรียนรู้ด้วย ‘ศูนย์ดิจิทัลชุมชน’ และ ‘Credit Bank’

“โคราชโมเดล” ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างคน แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้” (Learning Ecosystem) ที่ทันสมัยและยืดหยุ่น โดยนายประเสริฐ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ชี้ให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เราต้องใช้หน่วยงานที่มีอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ คือ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน มาเป็นเครื่องมือในการให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลายได้อย่างสะดวก” นายประเสริฐกล่าว

โคราชโมเดล

จากข้อมูลที่น่าตกใจพบว่า จังหวัดนครราชสีมาเพียงจังหวัดเดียวมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาสูงถึง 28,896 คน ซึ่งภายใต้ “โคราชโมเดล” เด็กกลุ่มนี้จะได้รับการติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทั้งในรูปแบบ On-site และ Online โดยสามารถออกแบบตารางเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วทั้งจังหวัด

ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลนี้ยังเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้แนวคิด ‘Learn to Earn’ โดยการฝึกอบรมทักษะอาชีพต่างๆ จะสามารถเทียบโอนเป็นคุณวุฒิวิชาชีพได้ และประสบการณ์จากการทำงานจริงจะถูกเก็บสะสมไว้ในระบบ Competency Credit Bank ซึ่งเปรียบเสมือน “ธนาคารหน่วยกิตทักษะ” ที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยน ถ่ายโอน หรือต่อยอดเพื่อพัฒนาตนเองในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญคือการเชื่อมโยงสู่การจ้างงานจริงและสร้างรายได้ที่มั่นคง

เชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับโลก: ปั้นคนรับ ‘Korat Expo 2029’

วิสัยทัศน์ของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแก้ปัญหาสังคม แต่ยังมองไกลไปถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับมหภาค โดยการฝึกอบรมทักษะอาชีพภายใต้ “โคราชโมเดล” ยังถูกออกแบบมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมบุคลากรคุณภาพ เพื่อรองรับมหกรรมระดับโลกอย่าง “งานมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา” หรือ Korat Expo 2029 ที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดและต้องการแรงงานที่มีทักษะจำนวนมหาศาล ทั้งในด้านการบริการ การท่องเที่ยว การเกษตรอัจฉริยะ และโลจิสติกส์

“เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการอบรมฯ นำร่อง ‘โคราชโมเดล’ ในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ในสาขาอาชีพผู้ทำงานกับเยาวชน (Youth Worker) ให้มีทักษะและความสามารถในการเข้าถึงและเข้าใจเยาวชน ส่งผลให้การทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายประเสริฐกล่าวปิดท้าย

โคราชโมเดลจึงไม่ใช่เพียงโครงการเพื่อการศึกษา แต่เป็น “ยุทธศาสตร์การลงทุนในมนุษย์” ที่จะเปลี่ยน “จุดอ่อน” ของประเทศให้กลายเป็น “จุดแข็ง” สร้างกำลังคนที่มีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จของโมเดลนำร่องนี้ จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญในการขยายผลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนทั่วทั้งประเทศไทยต่อไป

#โคราชโมเดล #YouthWorker #ThailandZeroDropout #กระทรวงดีอี #ประเสริฐจันทรรวงทอง #พัฒนาทุนมนุษย์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ศูนย์ดิจิทัลชุมชน #LearntoEarn #KoratExpo2029

Related Posts