กรุงศรี – MUFG ชูธงความยั่งยืน ฉลอง 80 ปี ปักหมุดภูมิภาค

กรุงศรี – MUFG ชูธงความยั่งยืน ฉลอง 80 ปี ปักหมุดภูมิภาค

กรุงศรี จับมือ MUFG จัดงานใหญ่แห่งปี “Krungsri-MUFG Business Forum 2025” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี ประกาศวิสัยทัศน์มุ่งสู่ธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน ชู 3 กลยุทธ์หลักหนุนลูกค้าธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน พร้อมอัดฉีดสินเชื่อเพื่อสังคมและความยั่งยืน 2.5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 ตอกย้ำพันธกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ กรุงศรี สถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ได้ตอกย้ำหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางธุรกิจที่ยาวนานถึง 80 ปี ด้วยการผนึกกำลังกับ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก จัดงานสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ “Krungsri-MUFG Business Forum 2025” ภายใต้แนวคิด “Thriving to Sustainable Future”

งานสัมมนาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 8 ทศวรรษของกรุงศรีเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเวทีนี้ต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ

MUFG ตอกย้ำ “ประเทศไทย” ตลาดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาค

ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ร่วมเดินทางกับกรุงศรีมาอย่างยาวนานกว่า 12 ปี MUFG ได้แสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งต่อศักยภาพของประเทศไทยและกรุงศรี

นายคาเนทสุกุ มิเกะ ประธานกรรมการ MUFG กล่าวในงานว่า “ปี 2568 เป็นโอกาสครบรอบ 80 ปีที่กรุงศรีได้ให้บริการลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในนามของ MUFG ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ขอแสดงความยินดีกับกรุงศรีในวาระนี้ อันเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของกรุงศรีต่อการเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง”

นายมิเกะยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในแผนธุรกิจระยะกลางของ MUFG (ปีงบประมาณ 2567-2569) โดยระบุว่า “การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยประเทศไทยยังคงเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาความร่วมมือกับกรุงศรีกว่า 12 ปี เราได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเสมือนคนในครอบครัว และเราจะยังคงยืนหยัดร่วมกันในการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคอีกด้วย”

คำกล่าวของประธานกรรมการ MUFG เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในระยะยาว และความเชื่อมั่นที่กลุ่มทุนระดับโลกมีต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีกรุงศรีเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค

80 ปีแห่งความแข็งแกร่ง สู่บทพิสูจน์การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพเส้นทางการเติบโตของกรุงศรีที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น

“ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของกรุงศรี สะท้อนถึงเส้นทางการเติบโตของเราตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศไทย และให้บริการลูกค้ากว่า 19 ล้านรายทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน บนเส้นทางดังกล่าว กรุงศรีได้ก้าวข้ามวิกฤติเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก การยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าวได้หล่อหลอมให้กรุงศรีมีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในปัจจุบันทั้งระดับโลกและระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสภาพภูมิอากาศ” นายยามาโตะกล่าว

กรุงศรี

เปิด 3 กลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

เพื่อนำพาลูกค้าธุรกิจให้ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตอย่างมั่นคงในโลกยุคใหม่ กรุงศรีได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็น “ธนาคารพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจไว้วางใจ” โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

  1. การเชื่อมโยงกลยุทธ์และความร่วมมือ (Strategic Alignment and Collaboration): กรุงศรีจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG ที่มีสำนักงานกว่า 2,000 แห่งใน 40 ประเทศทั่วโลก เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศให้กับลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของลูกค้าในตลาดอาเซียนและตลาดโลก
  2. นวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation): กรุงศรีมุ่งยกระดับขีดความสามารถให้เป็นมากกว่าผู้ให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิม (Beyond Traditional Banking) โดยจะเร่งลงทุนในโซลูชันดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับลูกค้า สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างราบรื่น
  3. พันธกิจด้านความยั่งยืน (Sustainability Commitment): นี่คือหัวใจสำคัญของทิศทางในอนาคต กรุงศรีได้บูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืน (ESG) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ พร้อมประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทาย คือ “Krungsri Net Zero Vision” หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังได้

    ตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Financing) ให้สูงถึง 250,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ซึ่งเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

เวทีแห่งการลงมือทำ: จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ

งาน Krungsri-MUFG Business Forum 2025 ไม่ได้มีเพียงการประกาศวิสัยทัศน์ แต่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการลงมือทำจริง อาทิ การนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อร่วมเปลี่ยนโลกในโครงการ “Krungsri ESG Awards” และการมอบเกียรติบัตร “Krungsri ESG Academy” ให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมเรียนรู้แนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการเป็น “พันธมิตร” ที่พร้อมมอบทั้งเครื่องมือ ความรู้ และความมั่นใจให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง

นายยามาโตะกล่าวปิดท้ายว่า “งานในวันนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการเป็นธนาคารพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจเชื่อมั่นและไว้วางใจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตและปรับตัวของลูกค้าในทุกมิติ เราเชื่อว่าพลังของความร่วมมือ นวัตกรรม รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักความยั่งยืน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ ตลอด 80 ปีที่ผ่านมากรุงศรีได้เติบโตเคียงข้างภาคธุรกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่จะไม่เพียงแค่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่จะต้องเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และพลังในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและรุ่งเรืองไปด้วยกัน”

การจัดงานครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการประกาศทิศทางครั้งสำคัญของกรุงศรีและ MUFG ที่พร้อมจะใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายระดับโลกและประสบการณ์ที่ยาวนานในประเทศไทย เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนต่อไปในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

#กรุงศรี #Krungsri #MUFG #ครบรอบ80ปีกรุงศรี #ThrivingToSustainableFuture #ความยั่งยืน #ESG #เศรษฐกิจไทย #ธนาคารเพื่อความยั่งยืน #KrungsriMUFGBusinessForum2025 #NetZero #SustainableFinance

Related Posts