“โทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ NT ออกโรงสยบข่าวลือสะพัดโซเชียล ยืนยันเสียงแข็งไม่มีการให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือโครงข่ายเชื่อมตรงไปยังประเทศกัมพูชา ด้านผู้บริหารสูงสุด “พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์” ประกาศกร้าว ยึดมั่นความมั่นคงของประเทศเป็นนโยบายสำคัญสูงสุด พร้อมดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมและตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสข่าวที่ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับประเด็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที รัฐวิสาหกิจผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและดิจิทัลของไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและยุติความเข้าใจผิดที่อาจบานปลาย
NT ยืนกราน “ไม่มี” การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรงสู่กัมพูชา
พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการในวันนี้ (21 สิงหาคม 2568) เพื่อตอบโต้ข้อมูลที่กล่าวหาว่า NT มีการให้บริการอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในมิติของภาพลักษณ์องค์กรและประเด็นด้านความมั่นคงของชาติ
“ปัจจุบัน NT ไม่มีการให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือบริการเชื่อมต่อโครงข่ายจากประเทศไทยโดยตรงไปยังประเทศกัมพูชา”
คำชี้แจงดังกล่าวครอบคลุมทั้งการให้บริการในเชิงพาณิชย์แก่ภาคธุรกิจ และการให้บริการแก่บุคคลหรือองค์กรใดๆ นับเป็นการปิดประตูข่าวลือทั้งหมดที่พยายามเชื่อมโยง NT เข้ากับประเด็นดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง
การชี้แจงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความชัดเจนและเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน หลังจากที่ประเด็นนี้ถูกจุดกระแสขึ้นมาในโลกออนไลน์ ซึ่งอาจนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อนและส่งผลเสียต่อ NT ในฐานะหน่วยงานโทรคมนาคมของรัฐ ที่มีภารกิจสำคัญในการสนับสนุนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
ย้ำจุดยืน! ยึดมั่นความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง
นอกจากการปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT ยังได้ตอกย้ำถึงหลักการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดขององค์กร โดยระบุว่า NT ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศ การดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทอยู่ภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามกรอบข้อบังคับทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดเสมอมา
“NT ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคง และความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศ โดยการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาล และกรอบข้อบังคับทางกฎหมาย พร้อมยึดหลักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์” พันเอก สรรพชัยย์ กล่าว
คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมแห่งชาติ NT ตระหนักดีถึงบทบาทของตนเองในฐานะผู้พิทักษ์ “เส้นเลือดใหญ่” ด้านการสื่อสารของประเทศ ซึ่งโครงข่ายโทรคมนาคมไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งยวด (Critical Infrastructure) ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของชาติ การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ
พันเอก สรรพชัยย์ ยังกล่าวเสริมถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นว่า “NT มิได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำรงไว้ซึ่งประโยชน์และความมั่นคงสูงสุดของประเทศ” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า NT พร้อมที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้โครงข่ายของประเทศถูกใช้ในทางที่อาจเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย
โครงข่ายโทรคมนาคมไทย: ความท้าทายในยุคดิจิทัล
ในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการเชื่อมต่อไร้พรมแดน การบริหารจัดการโครงข่ายโทรคมนาคมข้ามประเทศกลายเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยการกำกับดูแลที่รัดกุม ผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐอย่าง NT จึงต้องดำเนินงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเชื่อมต่อเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การที่ข่าวลือลักษณะนี้แพร่กระจายออกไป สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของสังคมต่อปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ หรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมักมีฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้านและอาศัยช่องทางการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตในการก่อเหตุ การที่ NT ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการให้บริการเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและช่วยลดความกังวลของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
วอนสังคมร่วมเฝ้าระวัง “ข่าวปลอม”
ในช่วงท้ายของการชี้แจง เอ็นที ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ให้ช่วยกันเฝ้าระวังการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้สามารถสร้างความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างได้ ไม่ว่าจะเป็นต่อองค์กรหรือต่อเสถียรภาพโดยรวมของประเทศ
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับความพยายามของภาครัฐในการต่อสู้กับปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน การที่ประชาชนมีวิจารณญาณในการรับและส่งต่อข้อมูล (Digital Literacy) จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้สังคมตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลอันเป็นเท็จ
การออกมาปฏิเสธข่าวลืออย่างทันท่วงทีและหนักแน่นของ เอ็นที ในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการที่สำคัญเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กรและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมทั้งตอกย้ำจุดยืนในการให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติเป็นอันดับแรก ซึ่งในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การมีผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่ยึดมั่นในหลักการดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
#NT #โทรคมนาคมแห่งชาติ #ข่าวเศรษฐกิจ #ความมั่นคงไซเบอร์ #อินเทอร์เน็ตกัมพูชา #ข่าวปลอม #FakeNews #สรรพชัยย์หุวะนันทน์ #CyberSecurity #โทรคมนาคม

