ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จัดกิจกรรม “TAT Travel Tech Startup Networking” สานพลังสตาร์ทอัพไทย พร้อมประกาศความร่วมมือกับเกาหลีใต้ ชูวิสัยทัศน์ผู้ว่าการฯ มุ่งใช้เทคโนโลยีรับมือความท้าทาย สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวด้วย “Trusted Thailand” ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืนตามนโยบายปี 2569
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรม “TAT Travel Tech Startup Networking: Together for Future Travel” ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปี 2568” เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 ณ ชั้น 11 ห้อง Function Eleven โรงแรมสยามแอทสยาม ดีไซน์ โฮเทล กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวคุณภาพ กิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างเวทีเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ Travel Tech Startup และภาคธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล
“ไม่ใช่แค่ฟื้น แต่ต้องเปลี่ยน” : นวัตกรรมคือหัวใจขับเคลื่อนยุคดิจิทัล
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล ท่านเชื่อมั่นว่านวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ททท. จึงมุ่งประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม และผู้ประกอบการกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ Travel Tech Startup
เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว และยังเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลกอีกด้วย โดยในงานนี้ได้มีการนำ Travel Tech Startup ที่ผ่านการคัดเลือกจากกิจกรรมของ ททท. มาแล้วถึง 3 รุ่น มาพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
สอดคล้องกับคำกล่าวของ นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. ที่ได้กล่าวรายงานว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง TAT Travel Tech Startup และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และขยายโอกาสทางการตลาดอย่างยั่งยืน กิจกรรมในวันนี้จึงเป็นเวทีให้เหล่า Travel Tech Startup จากทั่วประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และโอกาสทางธุรกิจ
ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ “TAT Vibe Talk” ในหัวข้อ “Reboot Tourism with Innovation: ไม่ใช่แค่ฟื้น แต่ต้องเปลี่ยน” จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายท่าน เช่น ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล (รักษาการ) ผู้อำนวยการโครงการ Travel Link, นายสุรวุฒิ ศรีสถิต ผู้จัดการฝ่ายบริการเสริมและความสัมพันธ์ บริษัท Thai AirAsia & Thai AirAsia X, นายทัศวิท อินทสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด และ นายอานันท์ ประเสริฐรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง AIRPORTELs luggage storage and delivery นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม Networking เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดธุรกิจ และเปิดรับสมัคร

Travel Tech Startup Network เพื่อเก็บฐานข้อมูลสำหรับต่อยอดการส่งเสริมในอนาคตอีกด้วย กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน, Travel Tech Startup, แพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกว่า 100 ราย
ความสำเร็จจาก “กระบี่” ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
โครงการนี้ได้ดำเนินกิจกรรมสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่นำร่องในโครงการ Krabi Prototype ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้จังหวัดกระบี่ก้าวสู่การเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยมีการคัดเลือกผู้ประกอบการ TAT Travel Tech Startup ที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรม 3 ราย เพื่อมาร่วมเสริมศักยภาพการเข้าถึงสินค้าและบริการท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้แก่ HAUP (ฮอบ) ที่เสริมศักยภาพการเดินทางท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low-carbon), Thaihands (ไทย-แฮนด์) ที่เสริมศักยภาพพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Destination) และ Yacht Me (ยอร์ท-มี) ที่เสริมศักยภาพพื้นที่การท่องเที่ยวกลุ่มหรูหรา (Luxury Destination)
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม Showcase และทดสอบผลิตภัณฑ์หรือบริการของสตาร์ทอัพทั้ง 3 ราย เช่น การเข้าร่วมงาน “Amazing Krabi Green Guide Fest 2025” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนและ Influencer ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ททท. ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ (Special E-Promotion) จากทั้ง 3 สตาร์ทอัพเฉพาะภายในงาน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งด้านการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการของลูกค้ารายย่อย รวมถึงการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจจากผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ Travel Tech Startup และชุมชนท้องถิ่น ได้ร่วมมือกันสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่วัดได้จากการจัดกิจกรรมในพื้นที่นำร่องจังหวัดกระบี่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ชัดเจน : รายได้ทางตรงจากการใช้งานจริงของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 60% ขณะที่รายได้ทางอ้อมจากการสร้างเครือข่ายและการขยายผลเพิ่มขึ้นประมาณ 40% ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดกระบี่นำนวัตกรรมจากแพลตฟอร์มไปใช้งานจริงถึง 63% และที่สำคัญความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่ได้ทดลองใช้เครื่องมือนวัตกรรมในการอำนวยความสะดวกเพื่อเข้าถึงสินค้าและบริการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่เพิ่มขึ้นสูงถึง 85%
ก้าวสู่เวทีโลกด้วยความร่วมมือระดับนานาชาติ
หนึ่งในก้าวสำคัญของโครงการ คือ การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ TAT Travel Tech Startup สู่ตลาดต่างประเทศ โดยได้เข้าร่วมงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง ITB Berlin 2025 ณ กรุงเบอร์ลิน และงานส่งเสริมการขายด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม Inno Ex 2025 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
และที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวและนวัตกรรม ระหว่าง ททท. และ Korea Tourism Startup Center (KTSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของ Korea Tourism Organization (KTO) ภายใต้สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี การลงนามมีขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีการท่องเที่ยวและนวัตกรรม เปิดประตูสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติ เชื่อมโยงเครือข่ายสตาร์ทอัพไทย-เกาหลี และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
วิสัยทัศน์ “The New Thailand” : การท่องเที่ยวเพื่อคุณค่าและยั่งยืน
นอกเหนือจากความสำเร็จของโครงการ ผู้ว่าการ ททท. ยังได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และแนวทางในอนาคต โดยชี้ให้เห็นว่าในยุคปัจจุบันการท่องเที่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเรื่องเดียวกัน และเทคโนโลยีสามารถสร้างผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความท้าทายในการรับมือกับข้อมูลบิดเบือน (Distort Information) ที่สร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยว
ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นในตลาดนักท่องเที่ยวจีน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงมีแผนจะสร้างแพลตฟอร์ม “Trusted Thailand” เพื่อสร้างสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย 4 ด้าน ได้แก่ ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV), ระบบชำระเงินที่น่าเชื่อถือ, การสื่อสารภาษาจีน และการเข้าถึงรถสาธารณะ
นอกจากนี้ยังมีแผนจะต่อยอดสู่โครงการ “Amazing Thailand Innovation Gadget” โดยจะร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อสร้างแพลตฟอร์มรวบรวมนวัตกรรมจาก Startup ไทยไว้ในแอปพลิเคชัน “Amazing Thailand” และนำนวัตกรรมที่โดดเด่นไปใช้ในการตลาดของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต่อไป
นายอัครวิชย์ เทพาสิต ได้กล่าวปิดท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดเครือข่าย Travel Tech Startup ที่แข็งแรงขึ้นในประเทศไทย อันจะก่อให้เกิดการเสริมศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก การเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยว การขยายฐานตลาดการท่องเที่ยวผ่านเครื่องมือนวัตกรรมของคนไทย ไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบายของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปี 2569
“The New Thailand” ที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน
#ททท #TAT #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #TravelTech #Startup #นวัตกรรมท่องเที่ยว #การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน #กระบี่ #TheNewThailand #เศรษฐกิจดิจิทัล #ท่องเที่ยวไทย #ธุรกิจสตาร์ทอัพ #TrustedThailand #AmazingThailand #TATStartup

