‘ประเสริฐ’ นำทัพ 12 พันธมิตร สานต่อ ‘คนไทยรู้ทัน 2’ ป้องกันภัยดิจิทัล

‘ประเสริฐ’ นำทัพ 12 พันธมิตร สานต่อ ‘คนไทยรู้ทัน 2’ ป้องกันภัยดิจิทัล

รองนายกฯ และรัฐมนตรีดีอี “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ประกาศเดินหน้า “โครงการคนไทยรู้ทัน ซีซัน 2” ผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ 12 องค์กรชั้นนำภาครัฐ-เอกชน นำโดย TikTok ประเทศไทย ยกระดับการสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้คนไทย ชู 3 มาตรการเชิงรุก ทั้งแก้กฎหมาย เพิ่มความรับผิดชอบสถาบันการเงิน-โทษเปิดข้อมูลส่วนตัว ตั้งศูนย์ One Stop Service และปั้น “1 อำเภอ 1 IT Man” สร้างเกราะป้องกันที่ยั่งยืนให้เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพและอาชญากรไซเบอร์ใช้เป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว รัฐบาลได้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามภัยออนไลน์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

ล่าสุด นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการคนไทยรู้ทัน ปีที่ 2” (คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2) ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จจากปีแรก พร้อมการผนึกกำลังครั้งสำคัญที่แข็งแกร่งและครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยดิจิทัลให้กับคนไทยทั่วประเทศ

ผนึกกำลัง 12 องค์กร สร้างเครือข่ายป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด

โครงการ “คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2” ในปีนี้โดดเด่นด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรที่เพิ่มขึ้นเป็น 12 หน่วยงาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ โดยมี TikTok ประเทศไทย แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชั้นนำของโลกเป็นแกนหลักฝั่งเอกชน และมีการขยายความร่วมมือไปยัง 4 หน่วยงานใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรับมือกับการหลอกลวงด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและยา
  • สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หน่วยงานหลักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อจัดการกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน
  • กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานตรงในการปราบปราม

ผนวกกับ 8 หน่วยงานหลักเดิมจากทั้งภาครัฐและประชาสังคม ประกอบด้วย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), โครงการโคแฟค (Cofact), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC), ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้เครือข่ายพันธมิตรนี้มีความครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านนโยบาย การกำกับดูแล การสืบสวนสอบสวน การคุ้มครองผู้บริโภค และความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยี

นายประเสริฐ กล่าวในพิธีเปิดว่า “สถานการณ์ภัยออนไลน์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์, การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปลอมแปลงตัวตน, กลโกงแบบ Romance Scam, ไปจนถึงการหลอกให้ลงทุนที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โครงการ ‘คนไทย รู้ทัน’ จึงถือกำเนิดขึ้นและสานต่อเป็นปีที่ 2 เพื่อเป็นช่องทางสำคัญในการมอบองค์ความรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง”

ประเสริฐ

ชู 3 มาตรการเชิงรุกภาครัฐ ปราบปราม-ป้องกัน-สร้างคน

นอกจากการสร้างความตระหนักรู้ผ่านโครงการฯ นายประเสริฐยังได้เปิดเผยถึง 3 มาตรการเชิงรุกที่รัฐบาล โดยกระทรวงดีอีกำลังผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย:

1. การแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี: เป็นการปรับปรุงเครื่องมือทางกฎหมายให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้น 2 ประเด็นหลัก คือ

  • เพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน: กำหนดมาตรการให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนผู้เสียหายได้รับการเยียวยาหรือคืนเงินรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มบทลงโทษกรณีการเปิดเผยหรือทำข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลให้หนักขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบ
  • สกัดกั้นบัญชีม้าในสินทรัพย์ดิจิทัล: แก้ไขกฎหมายเพื่ออุดช่องโหว่การใช้บัญชีม้าในการทำธุรกรรมผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ในการฟอกเงินของมิจฉาชีพ เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงและเส้นทางการเงินของขบวนการ

2. การยกระดับศูนย์ AOC 1441 สู่ “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (ศปอท.)”: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า รัฐบาลได้ยกระดับศูนย์ AOC 1441 ให้กลายเป็น ศูนย์ ศปอท. ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแบบครบวงจร (One Stop Service) อย่างแท้จริง โดยประชาชนผู้เสียหายสามารถแจ้งเหตุ, ร้องทุกข์ และขอประสานงานเพื่อระงับธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยได้อย่างรวดเร็วในจุดเดียว ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มโอกาสในการอายัดเงินคืนได้ทันท่วงที

3. โครงการ “1 อำเภอ 1 IT Man” (โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ): เป็นมาตรการเชิงป้องกันในระดับฐานราก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัล (IT Man) ประจำอยู่ในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย รวมถึงการป้องกันและรับมือกับภัยออนไลน์ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลที่ยั่งยืนจากระดับชุมชน

ความร่วมมือกับ TikTok สู่การสร้างทักษะดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจชุมชน

นายประเสริฐยังได้กล่าวชื่นชมบทบาทของ TikTok ในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนที่ไม่เพียงแต่ร่วมรณรงค์ แต่ยังได้พัฒนาเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างทักษะดิจิทัลให้กับประชาชน โดยระบุว่า “กระทรวงฯ ขอชื่นชม TikTok ที่ได้จัดทำหลักสูตร e-Commerce ที่มีคุณภาพ เพื่อให้กระทรวงฯ นำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนในศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศกว่า 1,700 แห่ง หลักสูตรดังกล่าวมีเนื้อหาที่ทันสมัยและปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจบน TikTok Shop, เทคนิคการสร้างยอดขายผ่านวิดีโอสั้น ไปจนถึงการไลฟ์สดให้โดนใจผู้บริโภค ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในยุคนี้”

“ความรู้” คือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด

ในช่วงท้าย นายประเสริฐได้กล่าวปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนว่า “กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มุ่งมั่นปรับปรุงนโยบายและมาตรการทางกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่เราเชื่อมั่นว่า การสร้างความตระหนักรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชนถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างยั่งยืน เมื่อภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่าง ๆ โอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงจะน้อยลง”

“กระทรวงดิจิทัลฯ ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของ TikTok และพันธมิตรทั้ง 12 หน่วยงานที่ได้ร่วมมือในโครงการ #คนไทยรู้ทันซีซัน 2 ในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการรับมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด”

การเดินหน้าโครงการ “คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2” และมาตรการเชิงรุกของภาครัฐในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตทางมูลค่า แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานที่มั่นคงและปลอดภัย เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพและอุ่นใจ

#คนไทยรู้ทันซีซัน2 #กระทรวงดีอี #ประเสริฐจันทรรวงทอง #TikTok #ภัยออนไลน์ #ภัยดิจิทัล #อาชญากรรมไซเบอร์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ตำรวจไซเบอร์ #AOC1441

Related Posts