ไปรษณีย์ไทย ผงาด! กำไรครึ่งปีพุ่ง 362% ชูธงรบกลยุทธ์ 1-4-2

ไปรษณีย์ไทย ผงาด! กำไรครึ่งปีพุ่ง 362% ชูธงรบกลยุทธ์ 1-4-2

ไปรษณีย์ไทย ประกาศศักดาครบรอบ 142 ปี โชว์ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2568 สุดแกร่ง กวาดกำไรสุทธิกว่า 631 ล้านบาท เติบโตทะลุ 362% พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์ “1-4-2” ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ในใจคนไทย เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มสูบด้วย 4 พลังสำคัญ เตรียมเปิดตัว Super App และบริการใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “POSTsible Together เป็นไปรฯ ได้ ไปรฯ ด้วยกัน”

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จัดงานแถลงข่าวเนื่องในวาระครบรอบ 142 ปีแห่งการก่อตั้ง ประกาศผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 11,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.88% และมีกำไรสุทธิสูงถึง 631.56 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 362.34% ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งขององค์กรและศักยภาพในการปรับตัวท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ พร้อมกันนี้ได้เปิดวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานในอนาคตผ่านกลยุทธ์ “1-4-2” ที่จะมาปฏิวัติวงการและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการทั่วประเทศ

เจาะลึกผลประกอบการ สะท้อนความแข็งแกร่งทุกมิติ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรกเป็นผลมาจากการปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้สูงสุดยังคงเป็น “กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 46.83% ของรายได้ทั้งหมด มีมูลค่ารวม 5,406 ล้านบาท และเติบโตขึ้น 11.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณชิ้นงานก็เพิ่มสูงขึ้น 6% ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ แต่ยังเป็นการยืนยันตำแหน่งผู้นำในตลาดที่ไปรษณีย์ไทยครองมาอย่างยาวนาน

ทางด้านนายรัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้กล่าวเสริมถึงภาพรวมการดำเนินงานว่า “เพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยในยุคดิจิทัลจึงได้ขับเคลื่อนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐานสากล” นายรัฐพลเน้นย้ำว่า ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการขนส่ง แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างคุณค่าทางสังคม และบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัสกลยุทธ์ “1-4-2” หมุดหมายใหม่แห่งความสำเร็จ

ในวาระครบรอบ 142 ปี ไปรษณีย์ไทยได้วางกลยุทธ์ “1-4-2” เป็นธงนำในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมีความหมายที่ครอบคลุมในทุกมิติของการดำเนินงานดังนี้

“1” คือการเป็นขนส่งอันดับ 1 ของคนไทย ไปรษณีย์ไทยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งที่โดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพและเครือข่าย ด้วยเครือข่ายที่ทำการและจุดให้บริการที่ครอบคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศกว่า 50,000 แห่ง ทำให้สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังมีการยกระดับองค์กรสู่การเป็น Tech Post อย่างเต็มรูปแบบด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ขับเคลื่อนในทุกกระบวนการทำงาน ความสำเร็จในการเป็นแบรนด์ในใจคนไทยสะท้อนผ่านคะแนน Top of Mind ที่สูงถึง 99.54% และคะแนนความไว้วางใจในแบรนด์ (Brand Trust Score) ที่ 96.11%

“4” คือ 4 พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม กลยุทธ์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วย 4 พลังสำคัญที่จะเป็นเครื่องมือในการสร้างการเติบโตและตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย

  1. พลังความเร็ว (Power of Speed): มุ่งเน้นการให้บริการที่รวดเร็วและแม่นยำ โดยมีบริการส่งด่วน EMS เป็นเรือธง ซึ่งยังคงได้รับความนิยมสูงสุดและทำรายได้คิดเป็น 43.31% ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท
  2. พลังเพื่อธุรกิจ (Power for Business): ออกแบบโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น บริการคลังสินค้าครบวงจร (THP Fulfillment) ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ภาคธุรกิจ
  3. พลังเชื่อมโลก (Power to Connect the World): ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการไทย พร้อมให้บริการครอบคลุม 205 ปลายทางใน 193 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้สินค้าไทยสามารถเติบโตและแข่งขันในเวทีสากลได้อย่างมั่นคง
  4. พลังความล้ำ (Power of Innovation): นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่มาพัฒนารูปแบบบริการอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ในเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ Digital Postbox บริการตู้ไปรษณีย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนการส่งจดหมายจากรูปแบบกายภาพสู่ดิจิทัล และ D/ID ระบบการจ่าหน้าแบบดิจิทัลที่แปลงข้อมูลผู้รับ-ผู้ส่งเป็นรหัส 6 หลัก เพิ่มความสะดวกและปลอดภัย

“2” คือ 2 แกนหลักในการเชื่อมความสัมพันธ์และความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรที่เชื่อมโยงทั้งความสัมพันธ์ของผู้คนและความสำเร็จของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลัก ESG

  • ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment): มีการนำยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ในระบบงานขนส่ง และผลักดันโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านโครงการ reBOX, reBAG และ e-Waste ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 4,670 ตันคาร์บอนเทียบเท่า อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานที่ผลิตจากผ้าซึ่งมีกระบวนการลดการปล่อยคาร์บอน โดยรวมแล้วสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้เทียบเท่ากับการขับรถยนต์รอบโลกถึง 5 รอบ
  • ด้านสังคม (Social): มุ่งสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนผ่านการสร้างอาชีพ โดยใช้เครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์และแพลตฟอร์ม ThailandPostMart เป็นช่องทางกระจายสินค้าและผลผลิตของเกษตรกร ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้วกว่า 360 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะทำรายได้รวมได้ถึง 760 ล้านบาท
  • ด้านธรรมาภิบาล (Governance): ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยในปี 2567 ที่ผ่านมาได้รับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) สูงถึง 91.70 คะแนน และได้รับรางวัลระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริตระดับ “ดีเยี่ยม” จาก ป.ป.ท.

ก้าวต่อไปกับ “POSTsible Together” สู่ประสบการณ์ใหม่ที่ “เป็นไปรฯ ได้”

ดร.ดนันท์ ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงวิสัยทัศน์ในครึ่งปีหลังและอนาคตว่า “ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะมีการสร้างการจดจำ และสร้างประสบการณ์ใหม่ทั้งในด้านสินค้า บริการ และไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด ‘POSTsible Together เป็นไปรฯ ได้ ไปรฯ ด้วยกัน’

โดยโครงการสำคัญที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ได้แก่:

  • Super App: แอปพลิเคชันที่รวมทุกบริการของไปรษณีย์ไทยไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การติดตามพัสดุ สร้างใบจ่าหน้า เรียกรับพัสดุ ชำระเงิน และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ
  • ต่อยอด Specialized Logistics: พัฒนาการขนส่งสำหรับสินค้าเฉพาะทางให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การขนส่งเพื่อสัตว์เลี้ยง (Healthcare Logistics for Pet), การขนส่งสินค้ามูลค่าสูง และการขนส่งนมแม่
  • เสริมแกร่ง SME ไทยสู่สากล: ร่วมมือกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ในการส่งสินค้าจากผู้ประกอบการไทยเข้าคลัง Amazon FBA ในสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดอเมริกาให้ง่ายขึ้น
  • ขยายบริการ e-Payment: พัฒนาระบบชำระเงินให้ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งการชำระเงินปลายทาง (COD) และการเชื่อมต่อกับพันธมิตรอย่าง WeChat Pay และ Alipay
  • มุ่งสู่ Data as a Service: วางแผนต่อยอดฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อสร้างรายได้เชิงพาณิชย์อย่างจริงจังในปี 2569 โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลและภาคธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

การประกาศผลประกอบการและทิศทางกลยุทธ์ใหม่ของไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความพร้อมในการเป็นผู้นำที่ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งในธุรกิจหลัก แต่ยังพร้อมที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

#ไปรษณีย์ไทย #ผลประกอบการ #เศรษฐกิจดิจิทัล #โลจิสติกส์ #Ecommerce #THP #POSTsibleTogether #ข่าวเศรษฐกิจ #ธุรกิจขนส่ง #กลยุทธ์142

Related Posts