AIS PLAY คว้าสิทธิ์ยิงสด ‘เมืองไทย CUP’ ต่อยอดสู่ขุมทรัพย์ดิจิทัล

AIS PLAY คว้าสิทธิ์ยิงสด ‘เมืองไทย CUP’ ต่อยอดสู่ขุมทรัพย์ดิจิทัล

AIS เดินเกมรุกตลาดคอนเทนต์ครั้งสำคัญ ประกาศจับมือสมาคมลูกหนังไทย คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลถ้วย “เมืองไทย CUP” ตลอดฤดูกาล 2025/26 ผ่าน AIS PLAY ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดสดกีฬา แต่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างอาณาจักรดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าจากฐานข้อมูลมหาศาล และตอกย้ำวิสัยทัศน์ Cognitive Tech-Co ที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกมิติของธุรกิจ

วงการโทรคมนาคมและดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอันดับหนึ่งของประเทศ ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คว้าสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการยิ่งใหญ่ “เมืองไทย CUP” ตลอดฤดูกาล 2025/26 ผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเทนต์อย่าง AIS PLAY

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในแวดวงธุรกิจ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นการนำคอนเทนต์กีฬายอดนิยมมาสู่หน้าจอของคนไทย แต่ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งในการใช้ “คอนเทนต์” เป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งหมดของ AIS ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เจาะลึกเบื้องหลังดีล: จาก ‘ผู้ให้บริการเครือข่าย’ สู่ ‘เจ้าแห่งคอนเทนต์’

ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมไม่ได้วัดกันที่ความเร็วของสัญญาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง “มูลค่าเพิ่ม” ที่สามารถส่งมอบให้กับผู้บริโภคได้ การที่ AIS ตัดสินใจลงทุนกับ “เมืองไทย CUP” ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการเป็นมากกว่าผู้ให้บริการเครือข่าย (Telco) แต่กำลังก้าวสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co อย่างเต็มรูปแบบ

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “AIS รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนและถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ‘เมืองไทย CUP’ ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้ความตั้งใจในการยกระดับวงการฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน เราได้นำเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดที่ทันสมัย และโครงข่ายอัจฉริยะของ AIS มาใช้ในการถ่ายทอดสดการแข่งขัน เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมได้อย่างเต็มอรรถรส ภาพคมชัด ลื่นไหล และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ โดยไม่จำกัดเครือข่าย”

คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงข่ายที่ AIS มีอยู่ ทั้งเครือข่าย 5G ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุด 1460 MHz ครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 46 ล้านเลขหมาย และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ที่มีฐานลูกค้ากว่า 5.14 ล้านราย ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะการันตีประสบการณ์การรับชมฟุตบอลที่เหนือกว่า ทั้งความคมชัดระดับ Full HD และความเสถียรในการถ่ายทอดสด

กลยุทธ์ “เปิดกว้าง” ดึงลูกค้าทุกเครือข่ายเข้าสู่ Ecosystem

หนึ่งในหมัดเด็ดที่น่าสนใจที่สุดของดีลนี้ คือการประกาศ “ดูฟรีทุกเครือข่าย” ซึ่งเป็นการทลายกำแพงและข้อจำกัดเดิมๆ ที่คอนเทนต์มักจะถูกจำกัดไว้สำหรับลูกค้าในค่ายของตนเองเท่านั้น กลยุทธ์นี้มองเผินๆ อาจดูเหมือนเป็นการลงทุนที่ไม่ได้ผลตอบแทนโดยตรง แต่ในมุมมองของการตลาดดิจิทัล นี่คือการเปิดประตูบ้านต้อนรับลูกค้าจากทุกค่ายให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในแพลตฟอร์ม AIS PLAY

การกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการสร้าง “Top of Funnel” ขนาดมหึมา เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานจำนวนมากเข้ามาในระบบนิเวศของ AIS เมื่อผู้ใช้งานได้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AIS PLAY และสัมผัสกับคอนเทนต์คุณภาพสูงแล้ว โอกาสที่พวกเขาจะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของ AIS ในอนาคตย่อมมีสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเบอร์ใหม่, ย้ายค่าย, หรือติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด นี่คือการลงทุนเพื่อสร้างฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Data) และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

“เมืองไทย CUP” แม่เหล็กดึงดูดที่ทรงพลัง

การเลือกถ่ายทอดสด “เมืองไทย CUP” นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดี ฟุตบอลถ้วยรายการนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากฟุตบอลลีก ด้วยระบบการแข่งขันแบบแพ้คัดออก (Knock-out) ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจในทุกนัด ที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้สโมสรจากลีกรองอย่างไทยลีก 2 และไทยลีก 3 ได้มีโอกาสลงสนามแข่งขันกับทีมยักษ์ใหญ่จากไทยลีก 1

มนต์เสน่ห์ของ “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” หรือ “Giant Killing” นี้เองที่สามารถปลุกกระแสฟุตบอลท้องถิ่นนิยม (Localism) สร้างความผูกพันระหว่างทีมและแฟนบอลในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมหาศาล การถ่ายทอดสดการแข่งขันเหล่านี้ไปทั่วประเทศ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเอาใจคอบอลกลุ่มเดิม แต่ยังเป็นการขยายฐานแฟนคลับไปสู่ระดับภูมิภาค ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้าง Soft Power ให้กับวงการกีฬาไทยอีกด้วย

ผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมฟุตบอลไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อ AIS เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีโดยตรงต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และสโมสรสมาชิก การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพทางเทคโนโลยีอย่าง AIS เข้ามาช่วยยกระดับการถ่ายทอดสด จะทำให้มูลค่าของลีกและของสโมสรเพิ่มขึ้น สามารถเข้าถึงฐานแฟนบอลได้กว้างขวางกว่าเดิม สร้างโอกาสในการหาสปอนเซอร์รายใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

ดังที่นางสาวรุ่งทิพย์ได้กล่าวปิดท้ายว่า “AIS มุ่งหวังให้การถ่ายทอดสดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการรับชมกีฬาไทยให้เข้าถึงคนไทยทุกกลุ่ม พร้อมร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยได้พัฒนาศักยภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยในอนาคตต่อไป”

บทสรุปสำหรับนักธุรกิจ

การที่ AIS คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดนี้ จึงเป็นมากกว่าข่าววงการกีฬา แต่มันคือกรณีศึกษา (Case Study) ทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มันแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวขององค์กรขนาดใหญ่ที่มองเห็นว่า “คอนเทนต์” คือสกุลเงินใหม่ในโลกดิจิทัล การใช้คอนเทนต์กีฬาที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การขายผลิตภัณฑ์และบริการหลักของตนเอง คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

สำหรับแฟนบอลชาวไทย เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ใหม่ของการเชียร์ฟุตบอลไทยได้ในการแข่งขัน ฤดูกาล 2025/26 ซึ่งจะเริ่มเปิดฉากฟาดแข้งในเดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์ พร้อมไฮไลต์และรีรันได้ฟรีทุกเครือข่าย ผ่านทาง AIS PLAY ทุกช่องทาง

#AISPLAY #เมืองไทยCUP #ฟุตบอลไทย #AIS #ข่าวเศรษฐกิจ #การตลาดดิจิทัล #คอนเทนต์กีฬา #กลยุทธ์ธุรกิจ #CognitiveTechCo #AIS3BBFIBRE3

Related Posts