กระทรวงพาณิชย์ ผนึกพันธมิตร ปั้น AI พลิกโฉมการค้าไทยสู่ Top 3 โลก

กระทรวงพาณิชย์ ผนึกพันธมิตร ปั้น AI พลิกโฉมการค้าไทยสู่ Top 3 โลก

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ 6 หน่วยงานพันธมิตรชั้นนำ เปิดตัวโครงการ “เสริมแกร่งทัพการค้าไทย ด้วยบริการดิจิทัล ยุค AI” เดินหน้าลงนาม MOU ครั้งสำคัญ 2 ฉบับ เพื่อพัฒนา “AI Chatbot ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการค้า” และเชื่อมโยงระบบข้อมูลผู้ประกอบการครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ ตั้งเป้าทะยานดันไทยขึ้นแท่น 1 ใน 3 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าสูงสุดของโลกภายในปี พ.ศ. 2570

นนทบุรี, ประเทศไทย – ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คลื่นแห่งการปฏิวัติทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ไม่ได้เพียงสร้างความได้เปรียบ แต่กำลังจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดของผู้ประกอบการในเวทีโลก ประเทศไทย ในฐานะประเทศที่พึ่งพิงการส่งออกเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ การปรับตัวและนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือความจำเป็นเร่งด่วน

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้แก่วงการค้าและการส่งออกของไทย ด้วยการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการนำทัพผู้ประกอบการไทยก้าวสู่สมรภูมิการค้ายุคใหม่ ผ่านการเปิดตัวโครงการ “เสริมแกร่งทัพการค้าไทย ด้วยบริการดิจิทัล ยุค AI” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่งานแถลงข่าว แต่คือการประกาศปักหมุดหมายแห่งอนาคตของการค้าไทย ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ

หัวใจสำคัญของงานในครั้งนี้ คือการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ฉบับ ซึ่งเปรียบเสมือนการวางศิลาฤกษ์ให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านการค้าของประเทศ ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อผู้ประกอบการกว่าแสนราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจ

โครงการแรกที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญและถูกจับตามองมากที่สุด คือ การพัฒนา “AI Chatbot ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการค้า” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากการผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง 5 หน่วยงานหลักภายใต้กระทรวงพาณิชย์ อันได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับประเทศอย่าง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช.

ความริเริ่มนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่เปรียบเสมือน “กำแพงที่มองไม่เห็น” ที่ขัดขวางศักยภาพของผู้ประกอบการไทยมาอย่างยาวนาน นั่นคือ “ความกระจัดกระจายและความซับซ้อนของข้อมูล” ที่ผ่านมา ข้อมูลสำคัญทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบการนำเข้าของแต่ละประเทศ ข้อตกลงทางการค้า อัตราภาษี สถิติการส่งออก แนวโน้มตลาด หรือแม้กระทั่งข้อมูลเชิงลึกด้านทรัพย์สินทางปัญญา ล้วนแต่อยู่ในรูปแบบที่แยกส่วนกัน (Silo) เก็บไว้ตามแต่ละหน่วยงาน ทั้งยังมีปริมาณมหาศาล บางส่วนเป็นภาษาต่างประเทศ และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการตีความ ทำให้ผู้ประกอบการ SME ที่มีทรัพยากรจำกัดต้องเสียทั้งเวลาและต้นทุนมหาศาลในการเข้าถึงและทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ของโครงการนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า “การพัฒนา AI Chatbot ครั้งนี้ มุ่งยกระดับการให้บริการเพื่อช่วยลดอุปสรรคของผู้ประกอบการ SME ในการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยี โดยเฉพาะข้อจำกัดในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลกฎระเบียบทางการค้าที่ปริมาณมาก ซับซ้อน ยากแก่การเข้าใจ และเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่ง AI Chatbot จะเข้ามาช่วยให้ SME ไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลการค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ลดระยะเวลาและทรัพยากรในการวิเคราะห์ข้อมูล เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย”

AI Chatbot นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมถาม-ตอบธรรมดา แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ” ที่จะทำหน้าที่รวบรวม สังเคราะห์ และย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง (Actionable Insight) เสมือนมีที่ปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศอยู่เคียงข้างตลอด 24 ชั่วโมง โดยตั้งเป้าหมายการพัฒนาให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมให้บริการภายในปี พ.ศ. 2569

กระทรวงพาณิชย์
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์

รวมฐานข้อมูลเดียว เพิ่มความสะดวก SMEs

ขณะเดียวกัน โครงการสำคัญลำดับที่สอง คือ การลงนาม MOU เพื่อเชื่อมโยงระบบยืนยันตัวตน DITP Single Sign-On (SSO) เข้ากับระบบ SME One ID ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ความร่วมมือนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ในทางปฏิบัติแล้ว นี่คือการทลายกำแพงด้านขั้นตอนและเอกสารที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการ

การเชื่อมโยงระบบดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งมีจำนวนรวมกันกว่า 255,000 ราย สามารถใช้บัญชีผู้ใช้งานเพียงบัญชีเดียวเพื่อเข้าถึงบริการดิจิทัลต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนที่เชื่อมต่ออยู่รวมกันถึง 18 บริการ ได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ (Seamless Experience) ช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดภาระในการจดจำรหัสผ่าน และที่สำคัญคือการสร้างฐานข้อมูลผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถวิเคราะห์และกำหนดนโยบายส่งเสริม SME ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลนี้ได้รับการตอกย้ำจาก นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ให้มุมมองเชิงนโยบายว่า “การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ของกระทรวงที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ถือเป็น Change Agent สำคัญของโลกการค้ายุคใหม่ เราจึงไม่ลังเลที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก การพัฒนา AI Chatbot ถือเป็นครั้งแรกที่สามารถรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงพาณิชย์มาไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อแก้ Pain Point ของผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญกับปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย”

นอกเหนือจาก 2 โครงการหลักที่ได้ลงนามความร่วมมือไปแล้ว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังได้เปิดตัวบริการดิจิทัลใหม่อีก 2 บริการบนแอปพลิเคชัน DITP ONE เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการให้บริการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ได้แก่ “ไบโอแมทริกซ์ แอปพลิเคชัน” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ลดขั้นตอนด้านเอกสาร และ “DITP My Scores” ซึ่งเป็นระบบประเมินศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการในการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจต่อไป

การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงพาณิชย์ในการเปลี่ยนบทบาทจากหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก (Facilitator) อย่างเต็มตัว โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหัวหอกในการสร้าง “ทางลัด” ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวข้ามอุปสรรค ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันบนเวทีโลกที่นับวันจะยิ่งดุเดือดมากขึ้น

เป้าหมายสุดท้ายที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศไว้ คือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น 1 ใน 3 ของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าสูงที่สุดในโลกภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งแม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่การวางรากฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่แข็งแกร่งในวันนี้ คือก้าวแรกที่สำคัญและมีความหมายที่สุด ที่จะนำพาทัพการค้าไทยให้แล่นไปในทิศทางที่ถูกต้องและยั่งยืนในมหาสมุทรแห่งเศรษฐกิจโลกยุค AI

#เศรษฐกิจไทย #ส่งออกไทย #AIChatbot #DITP #SMEไทย #การค้าดิจิทัล #กระทรวงพาณิชย์ #MadeinThailand #ส่งออก2568 #เศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts