กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 ผ่านแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL โดยมุ่งเน้นการพลิกโฉมภาพลักษณ์สินค้าไทยให้มีความร่วมสมัยและตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลกในยุคปัจจุบัน พร้อมจัดทัพกิจกรรมเจรจาการค้ากว่า 680 งาน เพื่อสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดสากล
บริบทและรายละเอียดของกลไกการขับเคลื่อน
การส่งออกเปรียบเสมือนการเดินทางที่ต้องมีทิศทางชัดเจน โดยแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแผนที่ฉบับใหม่ในการนำพาผู้ประกอบการไทยก้าวสู่จุดหมายในตลาดต่างประเทศ แคมเปญดังกล่าวได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนและจุดประกายศักยภาพของผู้ประกอบการมาตั้งแต่ปี 2567 และกำลังจะถูกยกระดับการทำงานให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้นในปี 2569 เป้าหมายหลักของการยกระดับครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำสินค้าออกไปวางจำหน่ายเท่านั้น แต่คือการสร้างคุณค่าให้แบรนด์ไทยสามารถเฉิดฉาย เติบโตอย่างมั่นคง และสง่างามในระยะยาวแบบยั่งยืน
แกนหลักในการสื่อสารของแคมเปญนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Thai to Global — From Local Value to Global Vision” ซึ่งมุ่งสะท้อนความเป็นไทยในมุมมองใหม่ที่มีความร่วมสมัยและสอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบัน กลไกนี้ยังต่อยอดไปสู่การพัฒนาในระดับ “Next Level” ด้วยการส่งเสริมสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม มีคุณภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ DITP ยังให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะความพร้อมของผู้ประกอบการ ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์จากสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เพื่อให้แบรนด์ไทยพร้อมลงแข่งขันในสนามการค้าโลก
สำหรับการวางแผนด้านการสื่อสารและการทำตลาด แคมเปญได้จัดแบ่งกลุ่มสินค้าเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอาหารและผลไม้ (Food & Fruit) กลุ่มแฟชั่น (Fashion) และกลุ่มสุขภาพ (Wellness) การจัดกลุ่มอย่างเป็นระบบนี้ช่วยให้การสื่อสารภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทยมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น การยกระดับสินค้าตั้งแต่ด้านคุณค่า ดีไซน์ และประสบการณ์ จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นและช่วยให้สินค้าไทยโดดเด่นในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง
สถิติและตัวอย่างความสำเร็จ
เพื่อผลักดันให้เกิดการปิดการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างแท้จริง DITP ได้ประกาศแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2569 อย่างเป็นรูปธรรม โดยเตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมมากกว่า 680 กิจกรรม กิจกรรมเหล่านี้มีความครอบคลุมในหลายมิติ ทั้งการจัดงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และการนำคณะผู้แทนการค้าไปเจรจายังต่างประเทศ แผนงานที่มีความชัดเจนและมีจำนวนกิจกรรมสูงถึงกว่า 680 งานนี้ จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายฐานลูกค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย

ความสำเร็จในการยกระดับสินค้าเห็นได้ชัดจากกลุ่ม Food & Fruit ตัวอย่างที่โดดเด่นคือแบรนด์ Flo (โฟล) ที่นำ “ผำ” ซึ่งเป็นพืชน้ำขนาดเล็กของไทยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ “ผงผำ 100%” ผลิตภัณฑ์นี้ถือเป็น Super Food หรืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถคว้ารางวัล Food Innovation จากโครงการ Agri Plus Award 2025 มาครองได้สำเร็จ สำหรับกลุ่มแฟชั่น แบรนด์ GEMIO ได้นำเสนอรอบเท้าเพื่อสุขภาพที่ใช้นวัตกรรม ECO-rubber ผสานกับผ้าไทยย้อมครามธรรมชาติ ซึ่งตอบโจทย์การดูแลรักษาสรีระเท้าไปพร้อมกับการทำธุรกิจภายใต้แนวคิด Circular Economy อย่างยั่งยืน
ในส่วนของกลุ่มสินค้า Lifestyle และ Wellness แบรนด์ Watapo (วาตะโพธิ์) ถือเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาอัพเกรดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย โดยได้นำองค์ความรู้ด้านการบรรเทาอาการปวดเมื่อยจาก “นวดวัดโพธิ์” มาพัฒนาเป็นสินค้าจากสมุนไพรธรรมชาติ 100% อาทิ น้ำมันสมุนไพรและบาล์ม สินค้าเหล่านี้ไม่เพียงช่วยคลายกล้ามเนื้อ แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองของกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
ผลกระทบและการวิเคราะห์ทิศทางตลาด
การขับเคลื่อนแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อโครงสร้างธุรกิจส่งออกของประเทศไทย การที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผลักดันให้สินค้าไทยสอดรับกับเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่าง Sustainability (การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) จะช่วยให้สินค้าไทยสามารถทะลวงผ่านกำแพงมาตรการทางการค้าในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ง่ายขึ้น การปรับตัวดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และเป็นเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจที่ทำให้สินค้าไทยเติบโตในเวทีการค้าโลกได้อย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากด้านสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับกลุ่ม Wellness และ Aging Consumers หรือสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ถือเป็นการวิเคราะห์และเจาะตลาดที่มีทิศทางการเติบโตสูง เมื่อประชากรโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การปรับตัวเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและใจ จะทำให้แบรนด์ไทยสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้สำเร็จ การผสานทักษะและรากฐานทางวัฒนธรรมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย จะสร้างเอกลักษณ์ที่ลอกเลียนแบบได้ยากในสายตาตลาดสากล
ในมุมมองของเศรษฐกิจระดับประเทศ การบ่มเพาะความรู้ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกว่า 680 งาน จะกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวตั้งแต่ระดับผู้ผลิตในท้องถิ่นไปจนถึงผู้ส่งออกรายใหญ่ ทิศทางนี้ไม่เพียงแค่สร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบให้เปลี่ยนผ่านจาก Local Value ไปสู่ Global Vision อย่างเต็มรูปแบบ ท้ายที่สุด DITP จะยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการต่อยอดจุดแข็งเดิมเพื่อตอบสนองเทรนด์ใหม่ๆ ของโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม
บทสรุปและก้าวต่อไป
แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL คือเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นและยกระดับแบรนด์ไทยให้มีที่ยืนอย่างสง่างามในตลาดโลก ในปี 2569 แผนงานที่เข้มข้นขึ้นของDITP จะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการไทย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.ditp.go.th, LINE Official @DITP, สายด่วน 1169 และติดตามโอกาสทางการค้าผ่าน www.thaitrade.com รวมถึงเว็บไซต์ของแคมเปญโดยตรง
#DITP, #กระทรวงพาณิชย์, #การส่งออก, #สินค้าไทย, #THINKTHAILAND #NEXTLEVEL, #เศรษฐกิจไทย, #นวัตกรรม, #ตลาดโลก, #ธุรกิจสุขภาพ, #แฟชั่นไทย

