Enlit Asia 2025 ปักหมุดไทยฮับพลังงานอาเซียนสู่อนาคตยั่งยืน

Enlit Asia 2025 ปักหมุดไทยฮับพลังงานอาเซียนสู่อนาคตยั่งยืน

Enlit Asia 2025 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานแห่งอาเซียน ระดมผู้นำอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และนักนวัตกรรมกว่า 12,000 ชีวิต ร่วมถกประเด็นร้อน สร้างสมดุลความมั่นคงทางพลังงานสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมเผยโอกาสทางธุรกิจมหาศาลในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ดิจิทัล และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – มหกรรมด้านพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของภูมิภาคอาเซียน “Enlit Asia 2025” ได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติกรุงเทพฯ (BITEC) ท่ามกลางความสนใจจากแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นจุดนัดพบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญซึ่งจะกำหนดทิศทางอนาคตพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทศวรรษหน้า โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง มารวมตัวกันเพื่อจุดประกายการสนทนาเชิงลึกและสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

ไทยประกาศจุดยืน “ผู้นำ” การเปลี่ยนผ่านพลังงานอาเซียน

บรรยากาศในพิธีเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจาก ดร. วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งได้ฉายภาพวิสัยทัศน์และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นแกนนำขับเคลื่อนอนาคตพลังงานที่ยั่งยืนในภูมิภาค

“ประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนและมีความมั่นคงในอาเซียน” ดร. วีรพัฒน์ กล่าว

ท่านรองปลัดฯ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมของไทยในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ภูมิภาค “ความก้าวหน้าของเราด้านการบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์และลม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการสร้างมาตรฐานภูมิภาคด้านการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน” คำกล่าวนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการทั่วโลกว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับก้าวต่อไปของการลงทุนในพลังงานสะอาด

เจาะลึกเวทีเสวนา: สร้างสมดุล “ความมั่นคง” และ “ความยั่งยืน” สู่ Net Zero

ไฮไลท์สำคัญของวันแรกอยู่ที่เวทีเสวนาในช่วงเช้า ซึ่งเจาะลึกถึงโจทย์ที่ท้าทายที่สุดของภูมิภาค นั่นคือ “การสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero)” การเสวนานี้ได้รวบรวมผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานกำกับดูแลและรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของไทย เพื่อร่วมกันถอดรหัสกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรม

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายครอบคลุมตั้งแต่โครงการส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดน (Cross-border Power Transmission) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพของโครงข่ายในระดับภูมิภาค ไปจนถึงการพัฒนากรอบกฎหมายและข้อบังคับที่เอื้อต่อการลงทุน และบทบาทของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้

ดร. บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ชูประเด็นที่น่าสนใจ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในฐานะหัวหอกของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

“ตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศไทยใน EEC ช่วยให้ประเทศสามารถนำการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภูมิภาคได้ผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ” ดร. บัณฑูร กล่าว

มุมมองนี้ชี้ให้นักธุรกิจเห็นว่า EEC ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการทดลองและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต ซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

ขณะที่ผู้บริหารจาก 3 การไฟฟ้าหลักของไทย ได้ให้มุมมองที่สอดคล้องกันแต่เน้นย้ำในบทบาทที่แตกต่างกันไป สะท้อนภาพความร่วมมือที่แข็งแกร่งของประเทศ

  • คุณพงศกร ยุทธโกวิท รองผู้ว่าการ (แผนงานและวิศวกรรม) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เน้นย้ำว่า “การสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับเป้าหมายสุทธิศูนย์จำเป็นต้องบูรณาการพลังงานหมุนเวียนพร้อมกับการรับประกันความเสถียรของโครงข่าย” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความต้องการเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการโครงข่ายและระบบกักเก็บพลังงาน
  • คุณธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกลไกทางการเงินและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ว่า “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงนวัตกรรมด้านการเงิน มีความสำคัญต่อการเอาชนะความท้าทายด้านการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานอย่างยั่งยืน” เป็นการเปิดประตูต้อนรับภาคเอกชนและสถาบันการเงินให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
  • คุณดิเรก บุญปิยทัศน์ รองผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้กล่าวเสริมในมิติของเมืองใหญ่ว่า “การวางแผนโครงข่ายอย่างสร้างสรรค์และการใช้โซลูชันดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าและความมั่นคงของพลังงานในประเทศ” ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงตลาดที่กำลังเติบโตของเทคโนโลยี Smart Grid และ AI ในภาคพลังงาน

Enlit Asia 2025

เปิดจักรวาลเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต

นอกเหนือจากการเสวนาเชิงนโยบายแล้ว Enlit Asia 2025 ยังเป็นเวทีสำคัญในการสำรวจภูมิทัศน์เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต มีการบรรยายพิเศษที่เจาะลึกถึงโอกาสในภูมิภาคของพลังงานหมุนเวียนแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเริ่มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างเสถียรภาพให้กับระบบ

นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นจริงในระยะเปลี่ยนผ่าน เช่น การปรับปรุงโรงไฟฟ้าเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (Retrofitting), การใช้เชื้อเพลิงร่วม (Co-firing) และการใช้เชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน (Transitional Fuels) เพื่อสนับสนุนการผสมผสานพลังงานที่หลากหลายของอาเซียน

ศูนย์กลางนวัตกรรมและเวทีจับคู่ธุรกิจระดับโลก

หัวใจของงาน Enlit Asia คือการเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ภายในงานมีผู้จัดแสดงมากกว่า 350 ราย ตั้งแต่ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Mitsubishi Power และ Kraken ไปจนถึงสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีพลังงาน ที่นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันล่าสุดมาจัดแสดง

หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากนักธุรกิจคือ “Business Matching Platform” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่ายและนัดหมายการประชุมแบบตัวต่อตัวกับผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า หรือผู้ร่วมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมบทบาทของ Enlit Asia ในฐานะตัวกลางขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างแท้จริง

คุณไซมอน ฮอร์, Portfolio Director ของ Enlit Asia ได้สรุปภาพรวมของงานไว้อย่างชัดเจนว่า:

“Enlit Asia คือจุดเชื่อมต่อของภาคพลังงานอาเซียน ที่รวมผู้ตัดสินใจและนักนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมมือและเร่งความก้าวหน้าไปสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน”

งาน Enlit Asia 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2568 โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 12,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญและพลวัตของอุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

#EnlitAsia2025 #ข่าวเศรษฐกิจ #พลังงาน #การเปลี่ยนผ่านพลังงาน #EnergyTransition #อาเซียน #ประเทศไทย #NetZero #พลังงานหมุนเวียน #EEC #นวัตกรรมพลังงาน #SmartGrid #การลงทุน #ความยั่งยืน

Related Posts