กรีน เยลโล่ ประกาศวิสัยทัศน์ ‘โซลาร์ ฟรอนเทียร์ส’ ตอกย้ำพลังงานสะอาดคือความจำเป็นเร่งด่วนของธุรกิจไทย ชูโมเดล ‘เปลี่ยนผ่านพลังงานแบบไร้ต้นทุน’ (Zero Capital) ในฐานะ ‘พันธมิตรอัจฉริยะด้านพลังงาน’ พร้อมเปิดเกมรุก 3 กลุ่มตลาดหลัก ทั้งเอกชน, การควบรวมกิจการ, และสาธารณูปโภคภาครัฐ ตั้งเป้าเติบโต 25% ในปี 2568
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพสินค้าหรือบริการ แต่ยังรวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม บริษัท กรีน เยลโล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันพลังงานสะอาด ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัววิสัยทัศน์ ‘โซลาร์ ฟรอนเทียร์ส’ (Solar Frontiers) เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น “ความจำเป็นเร่งด่วน” เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อกติกาโลกใหม่ที่มุ่งเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม
การประกาศวิสัยทัศน์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอแนวคิด แต่เป็นการประกาศความพร้อมอย่างเต็มรูปแบบในการเป็น ‘พันธมิตรอัจฉริยะด้านพลังงาน’ (Smart Energy Partner) แบบครบวงจรสำหรับองค์กรไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพของภาคธุรกิจให้สามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการดำเนินงาน พร้อมทั้งบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability) และก้าวสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ
เจาะลึก ‘Smart Energy Platform’ และโมเดลปฏิวัติวงการ ‘Zero Capital’
หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ ‘โซลาร์ ฟรอนเทียร์ส’ คือการนำเสนอแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร (Smart Energy Platform) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับองค์กรที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นการบูรณาการเทคโนโลยี 3 ส่วนหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่:
- พลังงานสะอาด (Clean Energy): การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์บนหลังคาโรงงาน (Rooftop Solar), โซลาร์บนหลังคาที่จอดรถ (Solar Carport), โซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar), และฟาร์มโซลาร์ (Solar Farm) เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและข้อจำกัดทางกายภาพที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย
- โซลูชันการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency): การวิเคราะห์และปรับปรุงระบบการใช้พลังงานภายในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น ซึ่งนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง
- ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage): เทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ช่วยให้สามารถใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้แม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงแดด
อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่ทำให้กรีน เยลโล่ สร้างความแตกต่างและทลายกำแพงสำคัญของภาคธุรกิจ คือโมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง
‘เปลี่ยนผ่านพลังงานแบบไร้ต้นทุน’ (Zero Capital Energy Transition) โมเดลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขจัดความกังวลด้านงบประมาณการลงทุนเริ่มต้น (CAPEX) ขององค์กร โดยกรีน เยลโล่ จะเป็นผู้ลงทุนในระบบพลังงานทดแทนทั้งหมด 100% ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ, การติดตั้ง, ไปจนถึงการบริหารจัดการและบำรุงรักษาทรัพย์สินตลอดอายุสัญญา สิ่งนี้เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกขนาดสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้ทันที โดยไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงิน ทำให้สามารถนำกระแสเงินสดไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่
นางจีรภา คงสว่างวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจและการตลาด บริษัท กรีน เยลโล่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ทัศนะต่อประเด็นนี้ว่า “ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและต้นทุนพลังงานที่ผันผวน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และต้องการก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน”
นางจีรภากล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ และภาคธุรกิจไทยก็มีความตื่นตัวอย่างมากในการนำพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดี กรีน เยลโล่ เล็งเห็นถึงโอกาสและความท้าทายเหล่านี้ จึงพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด”

ผลงานที่จับต้องได้: บทพิสูจน์ความสำเร็จและเป้าหมายปี 2568
กรีน เยลโล่ ไม่ได้นำเสนอเพียงวิสัยทัศน์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการดำเนินงานในประเทศไทยและทั่วโลก สำหรับปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งใหม่กว่า 50 เมกะวัตต์ และจากความสำเร็จนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ฝั่งโซลาร์ไว้ที่ 38% และที่น่าจับตามองคือการตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ฝั่งการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) สูงถึงกว่า 600% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา กรีน เยลโล่ ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมของไทย ตั้งแต่การผลิต, ค้าปลีก, อาหารและเครื่องดื่ม, โรงแรม, ไปจนถึงโลจิสติกส์ โดยมีโครงการติดตั้งระบบพลังงานสะอาดไปแล้วรวมกว่า 210 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการเหล่านี้สามารถช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 450 ล้านบาทต่อปี และที่สำคัญคือสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 140,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและของประเทศ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะมีโครงการสะสมรวมทั้งสิ้น 250 โครงการภายในสิ้นปี 2568 นี้
ความสำเร็จเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ยาวนานของกรีน เยลโล่ ในตลาดโลก ในฐานะผู้บูรณาการโซลูชันพลังงานที่พร้อมด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ
เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 แกนหลัก ขับเคลื่อนการเติบโตสู่เป้าหมาย 25%
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต 25% ในปี 2568 และขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น กรีน เยลโล่ ได้วางกลยุทธ์การเจาะตลาด 3 กลุ่มเป้าหมายหลักไว้อย่างชัดเจน ได้แก่:
- กลุ่มผู้บริโภคภาคเอกชน (Private Consumption): ซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมที่บริษัทมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะทางของแต่ละธุรกิจ
- กลุ่มการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A): เป็นกลยุทธ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่เดิม เพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของกรีน เยลโล่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ
- กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities): นับเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ขององค์กรภาครัฐ, มหาวิทยาลัย, และโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีการใช้พลังงานสูงและต่อเนื่อง มีความต้องการลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว และต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนให้แก่องค์กร
“การขยายสู่ 3 กลุ่มเป้าหมายหลักนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเรา โดยเรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความท้าทายด้านพลังงานให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยโมเดลที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน แนวทางนี้ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่ยังสนับสนุนการก้าวไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนร่วมกัน และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทยในระยะยาว” นางจีรภา กล่าวทิ้งท้าย
การเคลื่อนไหวของกรีน เยลโล่ ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัววิสัยทัศน์ใหม่ แต่เป็นการส่งสารไปยังผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจทั่วประเทศว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดด้วยโมเดลที่ชาญฉลาดและไร้ความเสี่ยงทางการเงิน คือกลยุทธ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทศวรรษหน้า
ทั้งนี้ บริษัท กรีน เยลโล่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของ กรีน เยลโล่ กรุ๊ป บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งมานานกว่า 18 ปี และเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเวทีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโลก กรีน เยลโล่ ดำเนินงานใน 15 ประเทศ ครอบคลุม 4 ทวีปทั่วโลก โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์ (PPA), โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน, ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย กรีน เยลโล่ ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 8 ปี และได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำกว่า 75 บริษัท ผ่านการลงนามในสัญญาแล้วมากกว่า 223 สัญญา
#GreenYellow #SolarFrontiers #พลังงานสะอาด #โซลาร์เซลล์ #ลดต้นทุนพลังงาน #ธุรกิจไทย #ความยั่งยืน #ESG #SmartEnergyPartner #ZeroCapital #การเปลี่ยนผ่านพลังงาน #ข่าวเศรษฐกิจ

