เวทีระดับโลก “GTI Forum on Digital Intelligence” ครั้งที่ 2 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ณ ฮ่องกง ประกาศจุดยืนเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI ผลักดันวิสัยทัศน์ “เครือข่าย-ปัญญาประดิษฐ์” ผสานรวมเพื่ออนาคต เปิดตัวโครงการสำคัญ “AI-Native 6G Open Testbed” เชื่อมปักกิ่ง-ฮ่องกง และ “AI+” Ecosystem Initiative” มุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดกว้างและยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน
ฮ่องกง – ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนโลกอย่างรวดเร็ว ฮ่องกงได้ตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม “2nd GTI Forum on Digital Intelligence” ซึ่งรวบรวมผู้นำทางความคิด ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ และยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 100 บริษัททั่วโลก ภายใต้แนวคิดหลัก “Openness, Sharing, Cooperation: Advancing AI Development” (การเปิดกว้าง การแบ่งปัน ความร่วมมือ: เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา AI) เวทีนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฉันทามติระดับโลกเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ครอบคลุมและเป็นธรรมสำหรับมวลมนุษยชาติ
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงเทคโนโลยีและนโยบาย อาทิ นายซุน ตง (Sun Dong) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง, นายเกา ถงชิ่ง (Gao Tongqing) ประธาน GTI, นายหลี่ ฮุ่ยตี๋ (Li Huidi) รองประธานบริหาร China Mobile พร้อมด้วยตัวแทนจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU), GSMA, World Economic Forum และสถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง UC Berkeley และ Association for Computing Machinery (ACM) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ฮ่องกงประกาศความพร้อม สู่การเป็นฮับนวัตกรรม AI ระดับโลก
ในฐานะเจ้าภาพ นายซุน ตง ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของฮ่องกงในการผลักดันนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างเต็มกำลัง เพื่อบูรณาการเข้ากับวาระการพัฒนาของชาติ และสถาปนาตนเองให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับนานาชาติอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการสนับสนุนเชิงนโยบาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
“ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คือเครื่องยนต์สำคัญที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง ฮ่องกงมีความมุ่งมั่นที่จะจับมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อผลักดันการพัฒนา AI ที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน” นายซุน ตง กล่าว “เราตั้งเป้าที่จะเป็นแนวหน้าด้านการวิจัย AI การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเป็นศูนย์รวมบุคลากรที่มีความสามารถ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ AI ของจีนและสร้างความก้าวหน้าให้กับวงการ AI ของโลก”
ท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาลฮ่องกงนี้ถือเป็นสัญญาณบวกต่อนักลงทุนและนักธุรกิจ ที่มองเห็นโอกาสในการใช้ฮ่องกงเป็นฐานในการวิจัย พัฒนา และขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดโลก
GTI เปิดวิสัยทัศน์ “Network-Intelligence Integration” พร้อม 3 ข้อเสนอสำคัญ
ในฐานะองค์กรที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงาน นายเกา ถงชิ่ง ประธาน GTI ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ขององค์กรในการขับเคลื่อนยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ โดยชี้ว่า GTI กำลังกระชับความร่วมมือระดับโลกเพื่อสร้างฉันทามติและผลักดันวิสัยทัศน์ “Network-Intelligence Integration for Inclusive AI” (การบูรณาการเครือข่ายและปัญญาประดิษฐ์เพื่อ AI ที่ครอบคลุม)
เพื่อให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นรูปธรรม GTI ได้เปิดตัวโครงการสำคัญ 2 โครงการ:
- “5G-A×AI Integration Development Project”: โครงการที่มุ่งค้นหาและพัฒนานวัตกรรมและแอปพลิเคชัน AI ที่เป็นต้นแบบสำคัญ (Landmark Applications) บนเครือข่าย 5G-Advanced
- Mobile Intelligence Integration Index (MI³): ดัชนีชี้วัดการบูรณาการเครือข่ายและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินความก้าวหน้าและช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถปรับใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ลดช่องว่างทางดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
นายเกา ยังได้สังเกตการณ์แนวโน้มการพัฒนา AI ในปีที่ผ่านมาว่ามี 3 ลักษณะเด่น คือ การทำให้โมเดลเป็นที่แพร่หลาย (Generalization of models), การปรับแต่งแอปพลิเคชันให้เข้ากับผู้ใช้ (Customization of applications), และการทำให้ปัญญาประดิษฐ์มีตัวตนและทำงานในโลกจริงได้ (Embodiment of intelligence)
จากแนวโน้มดังกล่าว นายเกาได้เสนอ 3 ข้อเสนอในนามของ GTI เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคต:
- ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสร้างรากฐานที่ชาญฉลาด: เรียกร้องให้เกิดการผนึกกำลังจากภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัยทั่วโลก ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของโลกตะวันออกและตะวันตก และใช้เวทีของ GTI ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
- แบ่งปันสถานการณ์จำลองที่เปิดกว้างเพื่อเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมที่หลากหลาย: สร้างและดำเนินการห้องปฏิบัติการแบบเปิดสำหรับ 5G-A×AI และ 6G พร้อมเปิดเผยสถานการณ์จำลอง (Scenarios) ที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการ AI ต้นแบบที่สามารถทำซ้ำและขยายผลได้
- สร้างเวทีเสวนาเพื่อขับเคลื่อน AI ที่ดีต่อมวลมนุษยชาติ: ส่งเสริมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ใช้ประโยชน์จากผลลัพธ์อย่างดัชนี MI³ และแสวงหาจุดร่วมด้านมาตรฐาน ความปลอดภัย และการกำกับดูแล AI เพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติ
China Mobile กับยุทธศาสตร์ “AI+” พลิกโฉมชีวิต การผลิต และการบริหารจัดการ
นายหลี่ ฮุ่ยตี๋ รองประธานบริหารของ China Mobile ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง GTI ได้ตอกย้ำจุดยืนของบริษัทในการยึดมั่นหลักการ “เปิดกว้าง แบ่งปัน ร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกัน” เขากล่าวว่า China Mobile ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นทั้ง ผู้ให้บริการ (Provider), ผู้วางระบบ (Integrator), และผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในแวดวง AI โดยมีแผนปฏิบัติการ “AI Action Plan” เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กว้างขวางขึ้น
ยุทธศาสตร์หลักของ China Mobile แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ “AI for Life” (AI เพื่อการใช้ชีวิต), “AI for Production” (AI เพื่อการผลิต), และ “AI for Governance” (AI เพื่อการบริหารจัดการ) เพื่อสร้างยุค “AI+” อย่างสมบูรณ์แบบ นายหลี่ได้เสนอ 3 ข้อริเริ่มเพื่อให้มั่นใจว่า AI จะมีความปลอดภัย ยุติธรรม และเป็นประโยชน์:
- สร้างศูนย์กลางนวัตกรรม AI ระดับโลก: ต้องมีความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างสถาบันวิจัยและภาคอุตสาหกรรม วิจัยพื้นฐาน AI ที่สำคัญ เช่น คณิตศาสตร์ การทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ และการตัดสินใจอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการสำรวจสาขาใหม่ๆ เช่น ปัญญาเชิงพื้นที่ (Spatial Intelligence), AI ที่มีรูปร่าง (Embodied AI) และการบูรณาการ 6G-AI เพื่อสร้างระบบเทคโนโลยีที่สามารถรองรับ AGI (ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป) และ ASI (ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง) ในอนาคต
- เร่งการนำ AI ไปใช้ในสถานการณ์จริง: ต้องมีความก้าวหน้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างแนวคิด การออกแบบ ไปจนถึงการแบ่งปันทรัพยากรและการสาธิตนำร่อง เพื่อเร่งการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น พลังงานอัจฉริยะ, การก่อสร้างอัจฉริยะ, การเงินดิจิทัล และเมืองอัจฉริยะ
- ควบคุม AI เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่า: ต้องยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เคารพความหลากหลายทางภาษา วัฒนธรรม และภูมิภาค ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การออกแบบอัลกอริทึม ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ AI ช่วยสร้างความเท่าเทียมในสังคมและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
ไฮไลท์สำคัญ: เปิดตัว “6G Open Testbed” และ “AI+ Ecosystem Initiative”
สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นและจับตามองมากที่สุดในงาน คือการประกาศเปิดตัวโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม 2 โครงการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการนำวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ
- “AI-Native 6G Open Testbed Hong Kong Node”: China Mobile, GTI และสถาบัน Zhongguancun Institute of Ubiquitous-X Innovation and Application ได้ร่วมกันเปิดตัว “โหนดฮ่องกง” ของแพลตฟอร์มทดสอบ 6G แบบเปิดที่ทำงานร่วมกับ AI โดยกำเนิด พร้อมประกาศความสำเร็จในการทดลองเชื่อมต่อเครือข่าย 6G ระหว่างปักกิ่งและฮ่องกง โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันชั้นนำกว่า 20 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำในฮ่องกงและมาเลเซีย การจัดตั้งโหนดฮ่องกงนี้จะช่วยผลักดันให้ฮ่องกงกลายเป็นฐานสาธิตนวัตกรรมและอุตสาหกรรม 6G พร้อมอำนวยความสะดวกให้เกิดความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับนานาชาติที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
- “Global “AI+” Industry-Academia-Research Ecosystem Cooperation Initiative”: China Mobile และ GTI ได้จับมือกับรัฐวิสาหกิจชั้นนำของจีน บริษัท ICT ระดับโลก และนักวิชาการจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียกว่า 20 ราย เพื่อเปิดตัวโครงการริเริ่มสร้างระบบนิเวศ “AI+” ระดับโลก โดยมีเป้าหมาย 4 ประการ:
- นวัตกรรมเทคโนโลยีร่วมกัน (Joint Technology Innovation): มุ่งเน้นเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัยและการบูรณาการเครือข่ายกับ AI เพื่อเร่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
- การสร้างและตรวจสอบกรณีศึกษา (Use Case Creation and Validation): พัฒนาแม่แบบการใช้งานในอุตสาหกรรมที่สามารถทำซ้ำและขยายผลได้
- การแบ่งปันความสำเร็จ (Achievement Sharing): เปิดตัวแคมเปญ “GTI 5G-A×AI 100 Commercial Campaign” เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันผลิตภัณฑ์และโซลูชันข้ามภูมิภาค
- การร่วมสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Co-building): ขยายเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลกผ่านเวทีสากลอย่าง GTI เพื่อสร้างระบบนิเวศ “AI+” ที่เปิดกว้างบนพื้นฐานของความยุติธรรม ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์
การประกาศทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในเวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพูดคุย แต่เป็นการลงมือทำเพื่อสร้างอนาคตของเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นโอกาสมหาศาลสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในระบบนิเวศใหม่นี้
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและอนาคตของ “AI+” ในภาคอุตสาหกรรม
นอกจากการประกาศโครงการสำคัญแล้ว เวทียังเต็มไปด้วยการแบ่งปันความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เช่น Mark Nitzberg จาก UC Berkeley และ Yannis Ioannidis ประธาน ACM ซึ่งได้นำเสนอแนวโน้มการพัฒนา AI และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดเวทีย่อยใน 3 หัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่ “การก่อสร้างอัจฉริยะ (Intelligent Construction)”, “พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy)” และ “การบรรจบกันของเครือข่ายและ AI (Convergence of Networks and AI)” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง พลังงาน และโทรคมนาคม ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการ “AI+” เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างลึกซึ้ง
โดยสรุป การประชุม 2nd GTI Forum on Digital Intelligence ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังสามารถสร้างแรงผลักดันและฉันทามติที่สำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ของโลก การประกาศจัดตั้ง 6G Testbed ในฮ่องกง และการริเริ่มสร้างระบบนิเวศ “AI+” คือหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมอีกมหาศาลในอนาคตอันใกล้นี้
#GTI #ChinaMobile #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ฮ่องกง #6G #นวัตกรรม #5GA #Connectivity #TechForum #ความร่วมมือระดับโลก

