GWM ทุ่มขยาย ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานสากล ปูพรม 14 แห่งทั่วไทย

GWM ทุ่มขยาย ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานสากล ปูพรม 14 แห่งทั่วไทย

GWM (เกรท วอลล์ มอเตอร์) เดินเกมรุกตลาดหลังการขายเต็มสูบ ประกาศขยายเครือข่าย ‘GWM Certified Body & Paint’ ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานสากล เพิ่มอีก 8 แห่ง รวมเป็น 14 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ลูกค้า ชู 4 มาตรฐานหลักด้านคุณภาพ การรับประกัน เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงอย่างตรงจุด

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดยานยนต์ในประเทศไทย GWM (เกรท วอลล์ มอเตอร์) กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญไม่เพียงแค่ในด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานใหม่ แต่ยังรวมถึงการยกระดับบริการหลังการขายไปอีกขั้น ล่าสุด GWM (ประเทศไทย) ได้ประกาศความสำเร็จในการขยายเครือข่าย ศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี (GWM Certified Body & Paint) เพิ่มอีก 8 แห่ง ส่งผลให้ปัจจุบันมีศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 14 แห่งทั่วประเทศ การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม

การขยายเครือข่ายในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปี 2567 ที่ได้เปิดตัวศูนย์ฯ ดังกล่าวเป็นครั้งแรกจำนวน 6 แห่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าที่ต้องการมาตรฐานการซ่อมแซมระดับพรีเมียม สำหรับการขยายเครือข่ายสู่ 14 แห่งในปัจจุบัน GWM ได้กระจายการให้บริการออกไปสู่ภูมิภาคสำคัญทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ลูกค้าในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงบริการคุณภาพสูงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า GWM ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มยอดขาย แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

ชู 4 มาตรฐานหลัก สร้างความแตกต่างเหนือกว่าศูนย์ซ่อมทั่วไป

หัวใจสำคัญที่ทำให้ GWM Certified Body & Paint (CBP) โดดเด่นและแตกต่างจากศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีทั่วไป คือความมุ่งมั่นในการวางรากฐานบริการด้วยมาตรฐานหลัก 4 ด้าน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้รถมักกังวล ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพงานซ่อม ความน่าเชื่อถือของอะไหล่ และความโปร่งใสของกระบวนการ

  1. ระบบตรวจสอบคุณภาพหลายชั้น (Multi-point Quality Check): GWM ตระหนักดีว่าความปลอดภัยและสภาพที่สมบูรณ์ของรถยนต์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น รถยนต์ทุกคันที่เข้ารับบริการที่ศูนย์ฯ จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดและเข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินความเสียหายเบื้องต้น การตรวจสอบโครงสร้างตัวถังด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพงานสีและการประกอบชิ้นส่วนหลังการซ่อม โดยทีมช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการรับรองโดยตรงจาก GWM เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถจะกลับคืนสู่สภาพที่สวยงามสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ปลอดภัยสูงสุด
  2. การรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้จาก GWM: เพื่อสร้างความมั่นใจที่จับต้องได้และขจัดความกังวลในระยะยาว GWM ได้มอบการรับประกันคุณภาพที่ครอบคลุมและชัดเจน โดยงานซ่อมสีทุกชิ้นจะได้รับการรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 1 ปีเต็ม โดยไม่จำกัดระยะทาง ในขณะที่อะไหล่แท้ GWM ทุกชิ้นที่ใช้ในการซ่อมแซม ก็ได้รับการรับประกันคุณภาพเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) นโยบายนี้ถือเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอู่ซ่อมทั่วไปซึ่งมักไม่มีการรับประกันที่ชัดเจน ทำให้ลูกค้า GWM สามารถใช้งานรถยนต์ได้อย่างสบายใจไร้กังวล
  3. เทคโนโลยีดิจิทัลควบคุมขั้นตอนการทำงาน: ในยุคที่ความโปร่งใสและความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ GWM CBP ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาควบคุมและบริหารจัดการทุกขั้นตอนของงานซ่อม ตั้งแต่การรับรถ การประเมินราคา การสั่งอะไหล่ ไปจนถึงการติดตามสถานะงานซ่อม ลูกค้าสามารถรับทราบรายละเอียดค่าใช้จ่าย รายการอะไหล่ที่เปลี่ยน และติดตามความคืบหน้าของรถยนต์ตนเองได้อย่างง่ายดายผ่าน GWM Application ซึ่งช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าตลอดกระบวนการ
  4. ระบบสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคงทนยาวนาน: GWM ไม่เพียงใส่ใจคุณภาพของรถยนต์และลูกค้า แต่ยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ศูนย์ฯ ทุกแห่งเลือกใช้ระบบสีสูตรน้ำ (Waterborne) คุณภาพสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยสารระเหยที่เป็นพิษสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะเดียวกัน ระบบสีดังกล่าวยังให้คุณภาพความสวยงามของเม็ดสีที่โดดเด่น มีความทนทานต่อสภาพอากาศและรังสียูวีได้ดีเยี่ยม ทำให้สีรถคงความสดใสยาวนานกว่าระบบสีทั่วไป ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคที่รักรถและใส่ใจในสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นอกเหนือจากมาตรฐานหลักทั้ง 4 ด้านแล้ว GWM ยังได้ออกแบบบริการเสริมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าไปอีกระดับ ประกอบด้วย:

  • การอัปเดตสถานะอย่างสม่ำเสมอ: มีเจ้าหน้าที่คอยแจ้งความคืบหน้าของงานซ่อมให้ลูกค้าทราบเป็นระยะ สร้างความโปร่งใสและคลายความกังวล
  • อนุมัติเคลมไว: สำหรับกรณีค่าซ่อมไม่เกิน 25,000 บาท สามารถอนุมัติการเคลมประกันได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 วันทำการ
  • การส่งมอบที่ตรงต่อเวลา: GWM ให้ความสำคัญกับเวลาของลูกค้า ทำให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์จะถูกซ่อมแซมและส่งมอบคืนในสภาพสมบูรณ์ตามกำหนดนัดหมาย

เบื้องหลังของคุณภาพและมาตรฐานทั้งหมดนี้ คือทีมบุคลากรและช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะทางด้านตัวถังและสีจาก GWM (ประเทศไทย) ประกอบกับการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผลลัพธ์ของงานซ่อมทุกคันออกมาดีที่สุด

เครือข่าย 14 ศูนย์บริการทั่วประเทศ

สำหรับศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีของ GWM ที่เปิดให้บริการแล้วทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย:

  • GWM เพรสทีจ ธัญบุรี
  • GWM จรัญสนิทวงศ์
  • GWM ซีซีซี ออโต้ วัชรพล
  • GWM พรีเมียร์ ศรีนครินทร์
  • GWM มอเตอร์ มอลล์ พระราม 2
  • GWM วี อัลติเมทคาร์ บางบัวทอง
  • GWM สตาร์เทรค สวนหลวง
  • GWM วัน เทพารักษ์
  • GWM ซีซีซี ออโต้ เชียงใหม่
  • GWM ตงเจริญ สมุทรสาคร
  • GWM ช.เอราวัณ นครปฐม
  • GWM ซีซีซี ออโต้ อุบลราชธานี
  • GWM เอก ระยอง
  • GWM เอกสห โคราช

การขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่ได้มาตรฐานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกค้า GWM ทุกคนจะได้รับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์และการบริการหลังการขายที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง

#GWMTHAILAND #GWMCertifiedBodyandPaint #GWMCertifiedBP #GWMBodyPaint #ข่าวเศรษฐกิจ #ยานยนต์ #รถยนต์ไฟฟ้า #บริการหลังการขาย #ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง #เกรทวอลล์มอเตอร์

Related Posts