หัวเว่ย JGS เจมาร์ท ผนึกกำลังรุกตลาดโซลาร์ครัวเรือนไทย

หัวเว่ย JGS เจมาร์ท ผนึกกำลังรุกตลาดโซลาร์ครัวเรือนไทย

หัวเว่ย ผนึกกำลัง เจจีเอส ซินเนอร์จี พาวเวอร์ และ เจมาร์ท โมบาย เปิดตัว “The Next Energy Hub” ปฏิวัติวงการพลังงานสะอาดสำหรับภาคครัวเรือน ชูโซลูชัน “FusionSolar” อัจฉริยะด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด บุกตลาดผ่านร้านเจมาร์ทกว่า 270 สาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้าทำให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีโซลาร์รูฟท็อปได้ง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้น

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ภูมิทัศน์ตลาดพลังงานสะอาดสำหรับภาคครัวเรือนในประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ 3 ผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรมประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ นำโดย หัวเว่ย ผู้นำด้านเทคโนโลยี ICT และพลังงานดิจิทัลระดับโลก, บริษัท เจจีเอส ซินเนอร์จี พาวเวอร์ จำกัด (JGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงาน และ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ “The Next Energy Hub” อย่างเป็นทางการ

ความร่วมมือไตรภาคีครั้งนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตามอง โดยมีเป้าหมายเพื่อทลายกำแพงความซับซ้อนและสร้างมาตรฐานใหม่ในการเข้าถึงโซลูชันโซลาร์รูฟท็อปสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ผ่านการผนวกจุดแข็งของแต่ละฝ่าย คือ เทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะจากหัวเว่ย, ความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและบริการจาก JGS, และเครือข่ายค้าปลีกที่แข็งแกร่งและเข้าถึงง่ายของเจมาร์ท โมบายที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 270 แห่ง

ผนึก 3 ยักษ์ใหญ่ เขย่าตลาดพลังงานครัวเรือน

การเปิดตัว “The Next Energy Hub” สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทายในด้านการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ความร่วมมือนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัส รับข้อมูลที่ชัดเจน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสะดวกสบาย ณ จุดขายของเจมาร์ท โมบาย

นายลูอี้ หู รองประธานฝ่ายดิจิตอลพาวเวอร์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความมุ่งมั่นในครั้งนี้ว่า “หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอนาคตของพลังงานสะอาดในประเทศไทย ผ่านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาสนับสนุนภาคครัวเรือนอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ JGS และเจมาร์ท โมบาย ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้โซลูชันพลังงานสะอาดของหัวเว่ยเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น พร้อมทั้งมอบประสบการณ์ที่มั่นใจและปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการใช้งาน”

คำกล่าวของนายลูอี้ หู ตอกย้ำถึงกลยุทธ์ของหัวเว่ยที่ไม่ได้มองเพียงการขายผลิตภัณฑ์ แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์ ตั้งแต่เทคโนโลยีที่เหนือกว่าไปจนถึงช่องทางการบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการลงทุนระยะยาว

ขณะที่ นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ กรรมการบริษัท เจจีเอส ซินเนอร์จี พาวเวอร์ จำกัด ได้ให้มุมมองในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานว่า “เราเชื่อว่าโซลูชันด้านพลังงานสะอาดไม่ควรเป็นเรื่องที่เข้าใจยากหรือห่างไกลจากผู้บริโภค ความร่วมมือกับหัวเว่ยซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาด ทำให้เราสามารถนำเสนอนวัตกรรมที่ทั้งทันสมัย ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ควบคู่ไปกับเครือข่ายร้านเจมาร์ท โมบายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างการเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างแท้จริงให้กับครัวเรือนไทย”

หัวเว่ย

เจาะลึกโซลูชัน “FusionSolar for Residential” นวัตกรรมเพื่อบ้านอัจฉริยะ

หัวใจสำคัญของโครงการ “The Next Energy Hub” คือการนำเสนอโซลูชัน FusionSolar for Residential จาก หัวเว่ย ดิจิตอล พาวเวอร์ (ประเทศไทย) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ทั่วไป แต่เป็นระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึง 3 แกนหลัก คือ ประสิทธิภาพสูงสุด, ความปลอดภัยขั้นสุด, และการประหยัดพลังงานในระยะยาว

ไฮไลท์เด่นของโซลูชัน FusionSolar ที่จะถูกนำเสนอผ่านความร่วมมือนี้ ประกอบด้วย:

  • อินเวอร์เตอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5: หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์เพียงรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานในระดับสูงสุด ช่วยให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นและคุ้มค่าต่อการลงทุน
  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ AFCI (Arc Fault Circuit Interrupter): หนึ่งในความกังวลสำคัญของผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์คือความเสี่ยงด้านอัคคีภัย หัวเว่ยได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในระบบ AFCI เพื่อตรวจจับและตัดวงจรไฟฟ้าทันทีเมื่อเกิดการอาร์คหรือประกายไฟที่ผิดปกติในระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งสามารถป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
  • Optimizer และระบบ Rapid Shutdown: เทคโนโลยี Optimizer ช่วยให้แผงโซลาร์แต่ละแผงสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างอิสระและเต็มประสิทธิภาพสูงสุด แม้บางแผงจะถูกบดบังด้วยเงา พร้อมด้วยระบบ Rapid Shutdown ที่สามารถสั่งปิดการทำงานของระบบบนหลังคาได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าของบ้านและทีมช่างซ่อมบำรุง
  • ผู้ช่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะ EMMA AI: ระบบ EMMA (Energy Management Assistant) และ SmartGuard ทำหน้าที่เป็นสมองกลของบ้าน โดยสามารถสลับแหล่งจ่ายไฟระหว่างโซลาร์เซลล์, แบตเตอรี่ และระบบสายส่งโดยอัตโนมัติในกรณีที่เกิดไฟดับ ยิ่งไปกว่านั้น EMMA ยังมี AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของคนในบ้านและสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับสถานีพยากรณ์อากาศ เพื่อวางแผนการสำรองและใช้พลังงานล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การเก็บพลังงานเข้าแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนช่วงเวลาที่มีเมฆมากหรือฝนตก
  • แบตเตอรี่ LUNA S1 มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก: แบตเตอรี่สำรองพลังงานรุ่นล่าสุด LUNA S1 ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังมาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุด ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก อาทิ IEC62619, IEC63056 และ TÜV SÜD VDE โดดเด่นด้วยระบบป้องกันถึง 5 ชั้นตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงทั้งระบบ มีระบบระบายแรงดัน (Pressure Release) และพิเศษสุดคือระบบดับเพลิงในตัว (Fire Suppression System) เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในการใช้งานระยะยาว

อนาคตพลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้

การผนึกกำลังของ หัวเว่ย, JGS และ เจมาร์ท โมบาย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการกระตุ้นตลาดโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มที่อยู่อาศัยให้คึกคักขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ทั้งในด้านคุณภาพของเทคโนโลยี, ความปลอดภัย, และช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือ นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับกับเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืนและการลดค่าครองชีพด้านพลังงานของผู้บริโภคชาวไทย

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์และขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับโซลูชันพลังงานสะอาดอัจฉริยะ FusionSolar จากหัวเว่ยได้แล้ววันนี้ที่ร้านเจมาร์ท โมบาย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ JGS Synergy Power

#หัวเว่ย #JGS #Jaymart #TheNextEnergyHub #โซลาร์รูฟท็อป #พลังงานสะอาด #FusionSolar #ข่าวเศรษฐกิจ #นวัตกรรมพลังงาน #เทคโนโลยี #การลงทุน #ประเทศไทย #ประหยัดพลังงาน

Related Posts