“นิวทริไลท์” ชวนคนไทย “ลดหวาน” หยุดภัยเงียบทำลายสุขภาพ

“นิวทริไลท์” ชวนคนไทย “ลดหวาน” หยุดภัยเงียบทำลายสุขภาพ

นิวทริไลท์ จากแอมเวย์ ผู้นำตลาดสุขภาพระดับโลก ชี้ “น้ำตาล” คือภัยเงียบใกล้ตัวที่บ่อนทำลายสุขภาพคนไทยเกินคาด เผยข้อมูลน่าตกใจถึงผลกระทบที่ครอบคลุมตั้งแต่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไปจนถึงปัญหาผิวพรรณและภาวะอารมณ์ พร้อมแนะแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การมีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน ผ่านการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง การควบคุมปริมาณน้ำตาล และการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างเกราะป้องกันโรคในระยะยาว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและอาหารเครื่องดื่มที่ยั่วยวนใจ ผู้คนจำนวนมากอาจมองข้ามหนึ่งในภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน นั่นคือ “การบริโภคน้ำตาลเกินความจำเป็น” วลีคุ้นหูอย่าง “อารมณ์ไม่ดีต้องเติมน้ำตาล” หรือ “อากาศร้อน สงสัยน้ำตาลตก” แม้จะดูเป็นเรื่องปกติ แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันกับการบริโภคน้ำตาลที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาวได้

ล่าสุด “นิวทริไลท์” (Nutrilite) แบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของไทยและของโลกจากแอมเวย์ ได้ออกมาให้ความรู้และกระตุ้นเตือนให้คนไทยหันมาใส่ใจกับการ “ลดน้ำตาล” อย่างจริงจัง เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีแบบป้องกัน (Preventive Health) ก่อนที่โรคภัยต่างๆ จะมาเยือน

ภัยเงียบจากความหวาน: เมื่อน้ำตาลไม่ใช่แค่เรื่องของความอ้วน

น้ำตาลหรือกลูโคส แม้จะเป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็วในยามอ่อนล้า แต่การได้รับในปริมาณที่มากเกินพอดี จากอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ขนมปัง น้ำอัดลม ชานมไข่มุก หรือแม้กระทั่งผลไม้รสหวานจัด ล้วนส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมหาศาล

ผลกระทบจากการบริโภคน้ำตาลเกินขนาดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่กลุ่มโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งประกอบด้วย:

  • โรคเบาหวาน: การบริโภคน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่องทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักเพื่อผลิตอินซูลิน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในที่สุด
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: น้ำตาลส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ
  • โรคความดันโลหิตสูงและโรคอ้วน: น้ำตาลกระตุ้นการสะสมไขมันทั่วร่างกาย นำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกินและเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

นอกเหนือจากโรคภัยไข้เจ็บทางกายแล้ว น้ำตาลยังมีผลกระทบต่อสภาวะทางอารมณ์และสมองอีกด้วย โดยการได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงจะเร่งให้กรดอะมิโนทริปโตเฟนเข้าสู่สมองมากเกินไป ทำให้เกิดการเสียสมดุลของฮอร์โมน ส่งผลให้มีอาการเซื่องซึม เหนื่อยล้า และไม่กระฉับกระเฉง ไม่เพียงเท่านั้น ในมิติของความงาม น้ำตาลยังเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาผิวพรรณหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย

รู้หรือไม่? คนไทยควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน

เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของประชาชน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคน้ำตาลที่เหมาะสม โดยระบุว่า คนไทยควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับ 6 ช้อนชา ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและช่วยรักษามวลกายให้สมดุล ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาว่าเครื่องดื่มยอดนิยมหลายชนิดในท้องตลาดอาจมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าเกณฑ์ที่แนะนำต่อวันในแก้วเดียว

“นิวทริไลท์” แนะแนวทาง “ลดน้ำตาล” เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน

ในฐานะผู้นำด้านสุขภาพ นิวทริไลท์ จาก แอมเวย์ ได้แนะนำแนวทางการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเป็นองค์รวม โดยเน้นย้ำว่าการลดน้ำตาลไม่ใช่การงดของหวานทุกชนิด แต่คือการ “เลือก” อย่างชาญฉลาด

1. ปรับเปลี่ยนการกิน: เลือกอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) หัวใจสำคัญคือการหันมาบริโภคอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index) ซึ่งเป็นอาหารที่จะค่อยๆ ปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อดีของอาหารกลุ่มนี้คือ ช่วยลดการหลั่งอินซูลินที่มากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการสะสมไขมัน ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และลดความอยากอาหารระหว่างมื้อได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างอาหาร Low GI ได้แก่ ข้าวโอ๊ต ถั่วต่างๆ ผักใบเขียว และโปรตีนไม่ติดมัน เช่น อกไก่ ไข่ และปลา

2. เติมเต็มโภชนาการให้ครบถ้วน การดูแลสุขภาพที่ดีต้องอาศัยโภชนาการที่สมดุล นิวทริไลท์แนะนำสัดส่วนอาหารในแต่ละมื้อที่เหมาะสมคือ คาร์โบไฮเดรต 40%, โปรตีน 30% และไขมันดี 30% ควบคู่ไปกับการเติมเต็มสารอาหารที่จำเป็นให้แก่ร่างกาย

  • แมคโครนิวเทรียนท์ (Macronutrients): ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันดี ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างการทำงานของระบบสมองและประสาท
  • ไมโครนิวเทรียนท์ (Micronutrients): วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

3. ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) นอกจากการกินแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ในการใช้ชีวิตก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน นิวทริไลท์เชื่อมั่นว่าการมีสุขภาพดีเกิดจากการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน

  • การออกกำลังกาย: ควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และกระตุ้นระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
  • การพักผ่อนและจัดการความเครียด: การนอนหลับอย่างเพียงพอ และการหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การฝึกสมาธิ หรือเล่นโยคะ จะช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ที่สูงเกินไป ทำให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุล และส่งผลให้มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ

นิวทริไลท์พร้อมเป็นแรงผลักดันและมอบโซลูชันการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวเข้าสู่วิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน บรรลุเป้าหมายของการมีร่างกายที่แข็งแรงและอายุยืนยาว

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาระความรู้ด้านสุขภาพและสุขภาวะ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของแอมเวย์ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.amway.co.th , Facebook: amwaythailand และ Line Official: @amwaythailand

#ลดน้ำตาล #นิวทริไลท์ #แอมเวย์ #สุขภาพดี #ดูแลสุขภาพ #ภัยเงียบจากน้ำตาล #PreventiveHealth #โภชนาการ #ลดความอ้วน #NCDs #อาหารสุขภาพ #LowGI

Related Posts