SVOA พลิกยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ปั้น AI ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ยุคใหม่

SVOA พลิกยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ปั้น AI ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ยุคใหม่

SVOA ประกาศปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 44 ปี ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพคนใหม่ “ปฐม อินทโรดม” กรรมการผู้จัดการ ที่ตั้งเป้าพลิกโฉมจากภาพจำเดิมในฐานะ “ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที” สู่การเป็น “ผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัล” (Digital Solution Provider) อย่างเต็มรูปแบบ โดยชูเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นหัวหอกสำคัญในการเจาะตลาดและสร้างการเติบโต ขับเคลื่อนธุรกิจไทยทุกระดับตั้งแต่ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดกลาง ท่ามกลางคลื่น Digital Transformation ลูกที่สามที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจอย่างสิ้นเชิง

นับเป็นก้าวที่ท้าทายและน่าจับตามองอย่างยิ่ง สำหรับ SVOA องค์กรระดับตำนานที่ยืนหยัดในอุตสาหกรรมไอทีไทยมาอย่างยาวนาน การประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในงาน “AI-Powering the Future of Business by SVOA” เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ไม่ใช่เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า SVOA พร้อมแล้วที่จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่จะนำพาและกำหนดทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นบนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป ที่ซึ่งข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าที่สุด การยึดติดกับโมเดลธุรกิจแบบเดิมอาจหมายถึงการรอวันที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่สำหรับ SVOA แล้ว นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการสร้างการเติบโตครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

คุณปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVOA ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงวิสัยทัศน์และเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่า “เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยในอดีต หรือที่ผมเรียกว่า ‘O-Mode’ (Old Mode) ซึ่งคือการเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ ไปสู่บทบาทใหม่ของการเป็น Digital Solution Provider เป้าหมายเร่งด่วนของเราใน 1-2 ปีข้างหน้า คือการสร้างการรับรู้ หรือ Top of Mind ให้เกิดขึ้นในใจของลูกค้าและกลุ่มพันธมิตร System Integrator (SI) ว่าเมื่อนึกถึงโซลูชันดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ต้องนึกถึง SVOA เป็นชื่อแรก”

คุณปฐมอธิบายเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียง “ทางรอด” แต่คือการเลือกเดินใน “ทางรุ่ง” อย่างแท้จริง “หากถามว่าถ้าไม่ทำ SVOA จะยังอยู่ได้ไหม ผมเชื่อว่าอยู่ได้ ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งและฐานพันธมิตรที่เรามีมาตลอด 44 ปี แต่เราจะค่อยๆ ถูกจำกัดการเติบโตและอาจจะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจได้ การปรับตัวครั้งนี้จึงเป็นการสร้างอนาคต เพื่อให้เราสามารถเติบโตไปพร้อมกับคลื่นเศรษฐกิจดิจิทัลลูกใหม่ได้อย่างยั่งยืน”

ถอดรหัส ‘คลื่นลูกที่สาม’ จังหวะเวลาที่ใช่ของ AI และ SVOA

การตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่กับ AI ของ SVOA นั้นตั้งอยู่บนการวิเคราะห์ที่เฉียบคมถึงบริบทของ Digital Transformation ในประเทศไทย ซึ่งคุณปฐมได้จำแนกออกเป็น 3 ยุคสมัย หรือ 3 คลื่นสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการและความเข้าใจขององค์กรไทยต่อเทคโนโลยี

คลื่นลูกที่หนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน เป็นยุคที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส (Hype-driven) องค์กรต่างๆ รู้สึกว่าต้องทำ Digital Transformation เพราะกลัวจะตกขบวน แต่โครงการส่วนใหญ่มักถูกโยนให้ฝ่ายไอทีเป็นผู้นำ (IT-Lead) โดยขาดความเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจอย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ได้จึงมักเป็นแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มที่สวยงามแต่ไม่มีใครใช้งานจริง คุณปฐมอุปมาไว้อย่างเห็นภาพว่า “มันเหมือนเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์รุ่นแรกๆ ที่ดูน่าทึ่งมาก มีเซ็นเซอร์ มีแผนที่ ทำอะไรฉลาดๆ ได้ทุกอย่าง ยกเว้นดูดฝุ่นให้สะอาด ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของมัน โครงการในยุคนั้นจำนวนมากก็เป็นเช่นนั้น คือดูว้าวแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาทางธุรกิจได้จริง”

ถัดมาคือ คลื่นลูกที่สอง เป็นยุคที่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะฝ่ายการตลาด (Marketing-Lead) เข้ามามีบทบาทนำมากขึ้น มีความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงกระบวนการ (Digitalization) เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่รวดเร็วและวัดผลได้ชัดเจน เช่น การทำ Digital Marketing, E-commerce หรือ CRM ซึ่งยุคนี้ถือเป็นยุคที่ธุรกิจเริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในกรอบธุรกิจเดิม

และในปัจจุบัน เรากำลังอยู่ใน คลื่นลูกที่สาม ซึ่งเป็นยุคแห่งการ “Transformation” อย่างแท้จริง โดยมี AI เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุด คุณปฐมชี้ว่า “นี่คือยุคที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถคิดใหม่ทำใหม่กับโมเดลธุรกิจทั้งหมดได้ มันเปิดโอกาสให้เราสามารถขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ๆ หรือสร้างบริการที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ นี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ SVOA จะกระโดดเข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญ เพราะ AI ได้พัฒนามาถึงจุดที่ใช้งานได้จริง มีกรณีศึกษาที่พิสูจน์แล้ว และที่สำคัญคือองค์กรต่างๆ เริ่มมองเห็นความจำเป็นที่ต้องนำ AI เข้ามาเป็นแกนหลักของธุรกิจเพื่อความอยู่รอดและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน”

เจาะขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่: กลยุทธ์มุ่งเป้าตลาดกลาง (Mid-Market)

หนึ่งในกลยุทธ์ที่เฉียบแหลมที่สุดของ SVOA ในการบุกตลาด AI คือการมองเห็นช่องว่างและโอกาสมหาศาลใน ตลาดระดับกลาง (Mid-Market) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มักจะถูกมองข้าม คุณปฐมอธิบายว่า “ลูกค้าระดับ Enterprise ขนาดใหญ่มากๆ เขามีศักยภาพที่จะติดต่อกับเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลกโดยตรงได้อยู่แล้ว ขณะเดียวกัน บริษัทในเครือของเราอย่าง Data One Asia ก็ดูแลโครงการขนาดใหญ่ระดับหลายร้อยล้านหรือพันล้านให้กับกลุ่มธนาคารและการเงินเป็นหลัก จึงเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในตลาดระดับกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความต้องการใช้เทคโนโลยีสูง แต่ขาดพาร์ทเนอร์ที่จะเข้ามาช่วยออกแบบและรวบรวมโซลูชันที่เหมาะสมให้ SVOA จะเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้”

เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้ คุณปฐมได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจของร้านค้าปลีกดั้งเดิม หรือ “โชห่วย” ที่สามารถพลิกเกมธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล “เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ที่กลับมาสานต่อธุรกิจร้านโชห่วยของครอบครัว พวกเขาไม่ได้ทำร้านแบบเดิมๆ แต่ได้นำเทคโนโลยีง่ายๆ เข้ามาใช้ เช่น ระบบ POS (Point of Sale) เพื่อจัดการสต็อก, การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในชุมชน ไปจนถึงการให้บริการเดลิเวอรี่ส่งของถึงบ้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาสามารถแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ได้ ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่หลายรายสามารถเติบโตและขยายสาขาไปในระดับอำเภอ จังหวัด หรือแม้กระทั่งระดับภูมิภาคได้ นี่คือข้อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขีดความสามารถให้กับธุรกิจขนาดกลางและเล็กได้อย่างมหาศาล และนี่คือตลาดที่SVOA ต้องการเข้าไปสนับสนุน”

ด้วยเหตุนี้ SVOAจึงได้กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มข้น ได้แก่ กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality), กลุ่มโรงพยาบาลและการดูแลสุขภาพ (Healthcare) และกลุ่มค้าปลีก (Retail) ซึ่งล้วนเป็นภาคบริการหลักของเศรษฐกิจไทยที่ต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามายกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน

ยุทธศาสตร์พันธมิตรระดับโลก: ผสานจุดแข็ง ‘ตะวันออก-ตะวันตก’

ความโดดเด่นของSVOA ในการรุกตลาด AI ครั้งนี้ คือยุทธศาสตร์การเลือกพันธมิตรที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น โดยไม่ได้เอนเอียงไปทางค่ายใดค่ายหนึ่ง แต่เลือกที่จะทำงานร่วมกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากทั้งซีกโลกตะวันออกและตะวันตก เพื่อมอบทางเลือกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดให้กับลูกค้า

ฝั่งตะวันออก SVOAมีความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับ Huawei ซึ่งคุณปฐมมองว่ามีจุดเด่นในเรื่องของ Use Case ที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริงในสเกลที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะในประเทศจีน “สิ่งที่ผมชื่นชอบในเทคโนโลยีฝั่งจีนคือความ Practical มันถูกออกแบบมาโดยมีความเข้าใจในวัฒนธรรมเอเชีย ทำให้สามารถนำมาปรับใช้ได้ง่ายและเห็นผลจริง อย่างเรื่อง Smart City ในจีน ระบบ AI CCTV ของเขาสามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ตรวจจับมอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้า อ่านป้ายทะเบียน และออกใบสั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่ไปไกลมากแล้ว ประกอบกับราคาที่คุ้มค่า ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง”

ในขณะเดียวกัน ฝั่งตะวันตก SVOAก็เป็นพันธมิตรกับ SuperMicro ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้SVOA สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงาน AI ที่ซับซ้อน

“การไปผูกขาดอยู่กับเทคโนโลยีฝั่งตะวันตกอย่างเดียวมันก็เป็นความเสี่ยง เช่น การต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม CUDA ของ NVIDIA เพียงอย่างเดียว” คุณปฐมกล่าว “ยุทธศาสตร์ของเราคือการกระจายความเสี่ยงและสร้างความหลากหลาย เราต้องการเป็นผู้ที่สามารถรวบรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากทุกค่าย มาประกอบร่างเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง โดยไม่ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง”

ลงทุนเพื่ออนาคต: จากห้องทดลอง AI สู่โครงการที่เป็นจริง

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้าน Digital Solution SVOA ได้มีการลงทุนจัดตั้ง “AI Lab” ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับทดลอง พัฒนา และทำ Proof of Concept (POC) ให้กับโซลูชันต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอให้กับลูกค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนอย่างจริงจังเพื่อสร้างขีดความสามารถจากภายใน

หนึ่งในโครงการนำร่องที่น่าสนใจคือ “Health Scoring” ซึ่งSVOA ได้ร่วมมือกับสตาร์ทอัพ Health Tech สัญชาติไทย-สิงคโปร์ ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสร้างโปรไฟล์สุขภาพ (Health Profile) ของผู้ใช้งานจากข้อมูลที่รวบรวมผ่านอุปกรณ์ IoT สวมใส่ (Wearable Devices) “โครงการนี้เป็นเรื่องที่ใหม่มาก แม้แต่ในสิงคโปร์ก็ยังไม่มีใครทำอย่างจริงจัง มันมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากอุปกรณ์หลากหลายยี่ห้อ แต่เรามองว่านี่คือห้องทดลองชั้นดี มันอาจจะยังไม่สร้างรายได้ในวันนี้ แต่ความรู้และประสบการณ์ที่เราได้รับจากโครงการนี้จะมีค่ามหาศาลสำหรับอนาคต”

การเคลื่อนทัพครั้งประวัติศาสตร์ของSVOA ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ปฐม อินทโรดม จึงไม่ใช่เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นการส่งสัญญาณปลุกให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง ได้ตระหนักถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเทคโนโลยี AI และพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันด้วยเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษ ดังที่คุณปฐมได้กล่าวทิ้งท้ายไว้บนเวทีว่า

“AI จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป SVOA ตั้งใจทำให้ทุกองค์กรไทยสามารถใช้ AI ได้จริง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทั้งในประเทศและในภูมิภาค”

การเดินทางครั้งใหม่ของSVOA ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัลจึงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และเป็นที่น่าจับตาว่าการพลิกเกมธุรกิจครั้งนี้ จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมและเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยโดยรวมได้มากน้อยเพียงใดในอนาคตอันใกล้นี้

#SVOA #SVAI #DigitalSolutionProvider #AITransformation #ปฐมอินทโรดม #เศรษฐกิจดิจิทัล #ธุรกิจไทย #เทคโนโลยีAI #DigitalTransformation #Huawei #SuperMicro #SVOAอนาคตธุรกิจไทย

Related Posts