ซินเน็ค ทุ่มร้อยล้านปักธง AI Ecosystem ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัล

ซินเน็ค ทุ่มร้อยล้านปักธง AI Ecosystem ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัล

บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2025” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเต็ม ด้วยการเปิดแผนยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ ปักธงมุ่งสู่การเป็น “AI Ecosystem” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทุ่มงบลงทุนกว่าร้อยล้านบาท สร้างโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ทั้งระบบ AI, คลังสินค้าอัจฉริยะ และ Innovation Center ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อผนึกกำลังพันธมิตรและดีลเลอร์กว่า 6,000 ราย ขับเคลื่อนการเติบโตในยุค AI-Driven Growth และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่จากเมกะเทรนด์แห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

ณ งาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2025ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “CRAFTING A SMARTER FUTURE” บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากการรวมตัวของผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ และพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ได้ขึ้นเวทีประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยระบุว่างานในครั้งนี้เป็นมากกว่าเวทีสัมมนา แต่คือการปักหมุดอนาคตของอุตสาหกรรมไอทีไทย

“SYNNEX PARTNER CONNECT 2025 ไม่ใช่เพียงเวทีสัมมนาและจัดแสดงเทคโนโลยี แต่คือการประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับทั้งอุตสาหกรรม เราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต และเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ซินเน็คจึงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยโซลูชันและบริการที่สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ควบคู่กับการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว” นางสาวสุธิดากล่าว

คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของซินเน็คในการก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที (Distributor) สู่การเป็นผู้สร้างและขับเคลื่อนระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (IT Ecosystem) อย่างแท้จริง โดยมีหัวใจสำคัญคือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางธุรกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทุ่มงบก้อนโตกว่าร้อยล้านบาท วางรากฐานแห่งอนาคต

เบื้องหลังวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่นี้ คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ามหาศาลที่ซินเน็คได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับพันธมิตรในระยะยาว โดยการลงทุนหลักประกอบด้วยสามส่วนสำคัญ

ส่วนแรกคือ การลงทุนด้าน AI ซึ่งแบ่งออกเป็นการใช้งานภายในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกแผนก และการพัฒนา “AI TRUST 1” ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับดีลเลอร์ ระบบ AI นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด (Marketing Insight) แนะนำสินค้าที่ควรจัดเก็บในพอร์ตโฟลิโอ ทำหน้าที่เป็นพนักงานขายส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 Personal Sales) และช่วยปิดการขายได้อย่างแม่นยำ ทำให้ดีลเลอร์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนที่สองคือ การยกระดับคลังสินค้าสู่ระบบอัจฉริยะ (Smart Warehouse) ด้วยการลงทุนกว่า 20 ล้านบาทในการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์แขนกล “Robotics System 5” เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ซึ่งคาดว่าซินเน็คจะเป็นบริษัทแรกๆ ในประเทศไทยที่นำระบบอัตโนมัติระดับสูงนี้มาใช้เต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจัดการสต็อกสินค้า แต่ยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่คู่ค้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ

และส่วนที่สามซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญ คือ การสร้าง “Technology Showcase” หรือ Innovation Center ด้วยงบลงทุนเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานกว่า 25-30 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร ณ สำนักงานใหญ่ ความพิเศษของศูนย์แห่งนี้คือการเป็นศูนย์จัดแสดงเทคโนโลยีแบบ

“Multi-Brand” แห่งแรกของไทย ที่รวบรวมโซลูชันจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำมาทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันสำหรับบ้านอัจฉริยะ (Smart Home), ห้องเรียนแห่งอนาคต (Education Lab), หรือโซลูชันสำหรับโรงพยาบาลและองค์กรขนาดใหญ่ ศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ดีลเลอร์สามารถนำเสนองานโครงการ (Project) ที่ซับซ้อนให้แก่ลูกค้าปลายทางได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสร้างความเข้าใจและนำไปสู่การปิดการขายได้ง่ายขึ้น โดยซินเน็คมีกำหนดการจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในงาน Open House ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

ซินเน็ค

AI-Driven Growth ปัจจัยหนุนการเติบโตทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

แม้สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะมีความท้าทาย แต่ซินเน็คยังคงสร้างการเติบโตได้อย่างน่าประทับใจในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple, กลุ่มผลิตภัณฑ์มือถือและอุปกรณ์, กลุ่มคอมเมอร์เชียล, กลุ่มเอนเตอร์ไพรซ์และโซลูชั่น, กลุ่มคอนซูเมอร์ และกลุ่มเกมมิ่งและแก็ดเจ็ต นางสาวสุธิดาเผยว่า ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการมาถึงของเทคโนโลยี AI ที่ไม่ได้อยู่แค่ในศูนย์ข้อมูลอีกต่อไป แต่ได้เข้ามาอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวเรา หรือที่เรียกว่า

“AI on Device”

การเปลี่ยนแปลงนี้ได้สร้างความต้องการในการอัปเกรดอุปกรณ์ของผู้บริโภคและองค์กร ตั้งแต่คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, ไปจนถึงสมาร์ทโฟนและกล้องวงจรปิดที่ปัจจุบันมีความสามารถในการวิเคราะห์ภาพด้วย AI ได้อย่างชาญฉลาด สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดรอบการเปลี่ยนเครื่องใหม่ (Replacement Cycle) แม้ราคาสินค้าจะไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จำนวนมาก นำโดย iPhone รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในวันที่ 19 กันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เติบโตได้ถึง 20-30% และยังคงเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้บริษัทในสัดส่วนที่สูงกว่า 30%

นอกเหนือจากกลุ่มสินค้าหลัก ซินเน็คยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดรับกับเมกะเทรนด์ของโลก ไม่ว่าจะเป็น “Synnex Energy” ธุรกิจโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Huawei ซึ่งมีอินเวอร์เตอร์คุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าบ้านและกลุ่มธุรกิจร้านค้าที่ต้องการลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยอาศัยแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุน ไปจนถึงตลาด

Healthcare และ Wearables ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 100% ในครึ่งปีแรก จากกระแสการดูแลสุขภาพที่มาแรงและเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ฉลาดขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ในขณะที่ตลาดเกมมิ่งก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการมาถึงของ Nintendo Switch 2 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และซินเน็คยังได้วางกลยุทธ์ในการนำเสนอเกมมิ่งในมิติใหม่ที่เป็นมากกว่าความบันเทิง คือการเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

“Trusted by Synnex” หัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว สิ่งที่ซินเน็คยึดมั่นมาตลอดระยะเวลากว่า 37 ปี คือ “ความไว้วางใจ” (Trust) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้าและผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน สัญลักษณ์ “Trusted by Synnex” ไม่ได้เป็นเพียงโลโก้ แต่เป็นคำมั่นสัญญาถึงคุณภาพของสินค้าที่มาจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 70 แบรนด์ทั่วโลก และบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

การลงทุนทั้งหมดที่กล่าวมา ทั้ง AI Trust 1, คลังสินค้าอัจฉริยะ และ Technology Showcase ล้วนเป็นเครื่องมือที่จะช่วยยกระดับการทำงานและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตร เพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดไปยังผู้บริโภคปลายทาง การจัดงาน SYNNEX PARTNER CONNECT 2025 ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ซินเน็คพร้อมแล้วที่จะนำพาพันธมิตรทุกรายก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน และตอกย้ำสถานะการเป็น “No.1 IT Ecosystem” ของประเทศไทยอย่างแท้จริง

#ซินเน็ค #Synnex #AIEcosystem #SYNEXPARTNERCONNECT2025 #CRAFTINGASMARTTERFUTURE #TrustedBySynnex #ข่าวเศรษฐกิจ #ไอที #เทคโนโลยี #AI

Related Posts