ไปรษณีย์ไทย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการโลจิสติกส์ของประเทศ หลังได้รับคะแนนโหวตท่วมท้นให้ดำรงตำแหน่งสำคัญใน 2 สภาหลักของสหภาพสากลไปรษณีย์ (UPU) ในการประชุมใหญ่ สมัยที่ 28 ณ นครดูไบ ตอกย้ำศักยภาพและบทบาทของไทยในการร่วมกำหนดนโยบายและมาตรฐานไปรษณีย์โลก ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อภาคธุรกิจส่งออก, นำเข้า และอีคอมเมิร์ซของไทยในอนาคต พร้อมกันนี้ยังโชว์ความเหนือชั้นด้วยการคว้า 2 รางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ สะท้อนความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบริหารจัดการ
นครดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในเวทีโลจิสติกส์ระดับโลก เมื่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกลงคะแนนเสียงให้ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาบริหาร (Council of Administration : CA) และ สมาชิกสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ (Postal Operations Council : POC) จากกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตอนใต้และโอเชียเนีย (Southern Asia and Oceania) ในการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ (UPU Congress) สมัยที่ 28 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 19 กันยายน 2568
ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ แต่ยังเป็นการเปิดประตูให้ประเทศไทยเข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการกำหนดทิศทาง นโยบาย กฎระเบียบ และมาตรฐานการให้บริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยการค้าและดิจิทัล
ยกระดับสู่ “ผู้ร่วมกำหนดเกม” ในเวทีโลจิสติกส์โลก
การได้รับตำแหน่งใน 2 สภาหลักของ UPU พร้อมกันนั้น ถือเป็นก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย โดย สภาบริหาร (CA) ทำหน้าที่เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีของ UPU มีอำนาจในการพิจารณานโยบายเชิงยุทธศาสตร์ กำกับดูแลการดำเนินงาน และอนุมัติงบประมาณ ขณะที่ สภาปฏิบัติการไปรษณีย์ (POC) เป็นหน่วยงานด้านเทคนิคที่รับผิดชอบในการวางกฎระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านไปรษณีย์ระหว่างประเทศทั้งหมด
ดังนั้น การที่ไทยมีที่นั่งในทั้งสองสภาจึงหมายถึงการมีสิทธิ์มีเสียงโดยตรงในการ “ร่วมกำหนดเกม” ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการปฏิบัติการจริง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการขนส่งพัสดุข้ามพรมแดน, การกำหนดอัตราค่าบริการ, การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในระบบงานไปรษณีย์, ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านช่องทางไปรษณีย์
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “การที่ประเทศไทยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาบริหารและสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จของประเทศ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกที่มีต่อศักยภาพของไทย ตลอดจนความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนมาตรฐานการให้บริการไปรษณีย์ในระดับสากล”
“การได้รับเลือกครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการพิจารณานโยบาย กำหนดกฎระเบียบ และวางแนวทางการดำเนินงานด้านไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนามาตรฐานการให้บริการ ความร่วมมือทางวิชาการ และการขับเคลื่อนนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้ทันสมัยและเทียบเคียงมาตรฐานสากล ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาประเทศที่มีต่อศักยภาพของไทย และตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านไปรษณีย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ดร.ดนันท์ กล่าวเสริม
ในฐานะหน่วยงานการไปรษณีย์ของชาติ ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นที่จะใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้, ผลักดันนวัตกรรม, และร่วมกำหนดแนวทางความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งภูมิภาคและระดับโลก เพื่อพัฒนาบริการไปรษณีย์ของไทยให้ทันสมัย ตอบโจทย์การค้าและวิถีชีวิตยุคใหม่ในทุกมิติ
2 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ตอกย้ำมาตรฐานระดับโลก
นอกเหนือจากความสำเร็จด้านการได้รับเลือกตั้งแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังสามารถคว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติมาครองได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในการดำเนินงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ได้แก่:
- รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกด้านการพัฒนาไปรษณีย์ (2IPD Regional Champion Award 2025): รางวัลนี้เป็นเครื่องชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, การให้บริการ และนวัตกรรมไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณีย์ไทยทำคะแนนได้สูงถึง 99.7 คะแนน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการพัฒนาที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค สำหรับภาคธุรกิจ รางวัลนี้คือเครื่องการันตีถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการขนส่งสินค้าและเอกสาร
- ใบรับรองระดับเหรียญทองด้านการจัดการภัยพิบัติ (Disaster Risk Management Certification – Gold Level): ใบรับรองระดับสูงสุดนี้เป็นผลมาจากการประเมินมาตรฐานที่เข้มข้นด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ที่ครอบคลุมทั้งการรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์โรคระบาด สำหรับนักธุรกิจและนักลงทุน นี่คือการสร้างความเชื่อมั่นว่าไปรษณีย์ไทยมีระบบการจัดการที่แข็งแกร่ง สามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้บริการโลจิสติกส์
บทสรุปและผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
ชัยชนะของประเทศไทยในเวที UPU ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จของไปรษณีย์ไทย แต่เป็นข่าวดีสำหรับภาคธุรกิจไทยโดยรวม การมีบทบาทในการกำหนดนโยบายไปรษณีย์โลกจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถปกป้องผลประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซและผู้ประกอบการ SME ที่พึ่งพาการขนส่งระหว่างประเทศเป็นหลัก
การได้รับเลือกตั้งและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ ตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยและความมุ่งมั่นของไปรษณีย์ไทยในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการไปรษณีย์ของโลก พร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการที่ทันสมัย เพื่อเชื่อมโยงผู้คนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคของโลกอย่างยั่งยืน
#ไปรษณีย์ไทย #UPUCongress #โลจิสติกส์ #เศรษฐกิจไทย #ส่งออก #นำเข้า #อีคอมเมิร์ซ #ThailandPost #Logistics #GlobalTrade #ดรดนันท์สุภัทรพันธุ์ #สภาบริหารสหภาพสากลไปรษณีย์

