สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เปิดตัว “D2” แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลอัจฉริยะแห่งชาติ โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าทลายกำแพงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (Data Silo) ปลดล็อกศักยภาพ Big Data เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจให้แม่นยำ สร้างความโปร่งใส และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยวางเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลในมิติสำคัญให้สำเร็จภายในปี 2570
ในยุคที่ข้อมูลถูกขนานนามว่าเป็น ‘น้ำมันดิบแห่งศตวรรษที่ 21’ ความสามารถในการเข้าถึง รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ได้กลายเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ประเทศไทยซึ่งกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ได้เผชิญกับความท้าทายสำคัญ นั่นคือสภาวะ ‘ไซโลข้อมูล’ ที่ข้อมูลมหาศาลของภาครัฐถูกจัดเก็บอย่างกระจัดกระจาย แยกขาดจากกัน ทำให้การนำข้อมูลมาใช้เพื่อวางแผนนโยบายเชิงรุก การบริการประชาชน และการส่งเสริมภาคธุรกิจเป็นไปได้อย่างจำกัดและล่าช้า
เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศ ได้เปิดตัว แพลตฟอร์ม “D2” (Data Integration and Intelligence) ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงโครงการเทคโนโลยี แต่เป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศข้อมูลแห่งชาติ ที่จะเข้ามาปฏิวัติวิธีการทำงานของภาครัฐและเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล
ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ได้ฉายภาพถึงที่มาและความสำคัญของแพลตฟอร์มนี้ว่า “ที่ผ่านมาเราทำ Health Link, Travel Link และแพลตฟอร์มเฉพาะทางต่างๆ แต่เราก็มองว่า ถ้าเราสามารถสร้างแพลตฟอร์มเดียวที่เชื่อมทุกอย่างได้ โดยอาจจะเป็นแพลตฟอร์มเสมือนจริงแพลตฟอร์มเดียว แต่ทางกายภาพอาจจะแยกกันอยู่คนละคลาวด์ได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี นั่นคือที่มาของ D2 ซึ่งย่อมาจาก Data Integration and Intelligence”
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ศ.ดร.ธีรณี กล่าวถึง คือระบบราชการไทยที่แต่ละหน่วยงานเปรียบเสมือนนิติบุคคลแยกขาดจากกัน การพัฒนาระบบสารสนเทศจึงเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ ส่งผลให้ข้อมูลถูกล็อกไว้ในแต่ละหน่วยงาน การจะนำข้อมูลข้ามกระทรวงมาวิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์ใหญ่ของประเทศ เช่น การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 การส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือการดูแลกลุ่มคนเปราะบาง จึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
“การที่เราจะเชื่อม (Bridge) ทุกๆ ไซโลเพื่อให้มันทำงานร่วมกันได้จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้น BDI จึงขอเริ่มต้นจากการเชื่อมข้อมูลให้ทำงานร่วมกันได้ก่อน” ศ.ดร.ธีรณี กล่าวเน้นย้ำ
ถอดรหัส ‘จิ๊กซอว์’ สร้างชาติด้วย Big Data
ศ.ดร.ธีรณี ได้นำเสนอแผนการสร้าง Big Data Ecosystem ของประเทศผ่านภาพเปรียบเทียบของการต่อ ‘จิ๊กซอว์’ ซึ่งต้องอาศัยองค์ประกอบหลายส่วนทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืน โดยแบ่งออกเป็น 2 ชั้นที่สำคัญ
ชั้นที่หนึ่ง: โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) – เสาหลักของระบบนิเวศข้อมูล
นี่คือชั้นรากฐานที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วย 6 จิ๊กซอว์หลัก ได้แก่ Cloud Infrastructure ที่จะทำให้ระบบของรัฐพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง มีความปลอดภัยสูง และลดต้นทุนการบำรุงรักษา, Government Data Catalog ทำหน้าที่เป็นสารบัญข้อมูลภาครัฐ ให้หน่วยงานและภาคเอกชนสามารถค้นหาได้ว่าข้อมูลที่ต้องการอยู่ที่ไหน ใครเป็นเจ้าของ ลดขั้นตอนการสืบค้นที่เคยใช้เวลานาน, Big Data Platform (D2) ซึ่งเป็นพระเอกของงานนี้ ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแหล่ง,
Common Microservices หรือบริการกลางที่ใช้ร่วมกัน เช่น ระบบ Digital ID หรือ e-Payment เพื่อลดการพัฒนาซ้ำซ้อนและสร้างมาตรฐานเดียวกัน, Spatial Data การวางมาตรฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถอ้างอิงกับแผนที่และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางผังเมือง การจัดการภัยพิบัติ และการเกษตร และสุดท้ายคือ Cyber Security การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำที่ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบ
ชั้นที่สอง: มาตรฐานและเครื่องมือ (Standard and Tools) – กติกาเพื่อการทำงานร่วมกัน
หากโครงสร้างพื้นฐานคือเสาหลัก มาตรฐานและเครื่องมือก็คือกฎกติกาที่ทำให้ทุกคนในระบบนิเวศทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ประกอบด้วย Technology Stack หรือชุดมาตรฐานเทคโนโลยีที่ภาครัฐควรใช้ในการพัฒนา เพื่อให้ระบบต่างๆ พูดคุยกันรู้เรื่องและง่ายต่อการบำรุงรักษาในระยะยาว, PDPA Compliance การสร้างเครื่องมือช่วยเหลือ เช่น แชทบอทตอบคำถามด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อลดความกังวลและอุปสรรคในการแลกเปลี่ยนข้อมูล,
Data Sharing Facilitation Act หรือร่าง พ.ร.บ. การแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล ซึ่ง BDI กำลังผลักดัน เพื่อสร้างกลไกทางกฎหมายที่ชัดเจนและปลอดภัยสำหรับการแบ่งปันข้อมูล, และ TOR Guideline การปรับปรุงเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ของภาครัฐให้บังคับว่าระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ต้องมีช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล (API) เตรียมไว้เสมอ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
D2 คือ ‘ถนน’ ไม่ใช่ ‘ถังเก็บข้อมูล’ ปรัชญาเบื้องหลังสถาปัตยกรรม
หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ ศ.ดร.ธีรณี เน้นย้ำคือปรัชญาการออกแบบของ D2 ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจเดิมๆ ที่ว่า Big Data คือการสร้างฐานข้อมูลกลางขนาดยักษ์เพื่อสูบข้อมูลทุกอย่างมารวมกัน
“D2 จะมีแนวคิดคล้ายกับ X-Road ของประเทศเอสโตเนีย เราจะไม่ได้เป็น Data Storage System เราไม่ได้ออกแบบให้เป็นถังข้อมูลขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลของทุกกรมกระทรวง ด้วยเหตุผลที่ว่าข้อมูลหลักของประเทศต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Single Source of Truth’ คือข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดต้องมีแหล่งเดียว เราจึงทำหน้าที่เป็นถนนเชื่อม เมื่อต้องการใช้ข้อมูล เราจะดึงข้อมูลจากหน่วยงานต้นทางมาชนกัน สร้างเป็นชุดข้อมูลใหม่เพื่อการวิเคราะห์ แล้วลบข้อมูลดิบทิ้งไป”
แนวทางนี้ไม่เพียงแต่เคารพความเป็นเจ้าของข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน แต่ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและแก้ปัญหาด้านกฎหมายที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการนำไปใช้งานจริงที่ประสบความสำเร็จแล้วคือ โครงการข้อมูลกลุ่มคนเปราะบาง ที่ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และอีก 29 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดย D2 ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมข้อมูลสวัสดิการต่างๆ โดยไม่แตะต้องข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง ผ่านเทคนิค Hashing ที่แปลงเลขบัตรประชาชน 13 หลักให้เป็นรหัสชุดหนึ่ง ทำให้สามารถรู้ได้ว่าบุคคลในต่างฐานข้อมูลเป็นคนเดียวกันเพื่อวิเคราะห์ภาพรวม แต่ไม่สามารถระบุตัวตนจริงจากแพลตฟอร์ม D2 ได้ ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากข้อมูลกับการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล
มากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน: ปั้นคนและ AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
วิสัยทัศน์ของ BDI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างแพลตฟอร์ม แต่ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ โดยมีอีกสองภารกิจหลักที่ดำเนินการควบคู่กันไป หนึ่งในนั้นคือ โครงการ Thai LLM (Large Language Model) ซึ่งเป็นการร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างกระทรวงดีอี และกระทรวง อว. โดยมีหน่วยงานอย่าง NECTEC และ VISTEC ร่วมพัฒนาแบบจำลองภาษาไทยขนาดใหญ่จากข้อมูลมหาศาล ทั้งเอกสารราชการ ข่าวสารจากสื่อ และข้อมูลจากภาคเอกชน
เป้าหมายของโครงการนี้คือการสร้าง “สมองกลภาษาไทย” ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางให้สตาร์ทอัพและนักพัฒนาไทยสามารถนำไปใช้งานได้ฟรี ศ.ดร.ธีรณีอธิบายว่า “ความตั้งใจของเราคือ ทุกวันนี้เวลาสตาร์ทอัพจะทำแชทบอทตัวหนึ่ง เขาต้องจ่ายค่าไลเซนส์ให้บริษัทต่างชาติ และต้องดิ้นรนหาข้อมูลมาเทรนเอง สิ่งที่เราทำคือให้ Foundation Model นี้เป็นของกลางที่รัฐลงทุนให้แล้ว สตาร์ทอัพสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดิฉันเชื่อว่ามันจะทำให้การเกิดสตาร์ทอัพสาย AI ของเราง่ายมากขึ้น”
อีกภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ความเข้าใจด้าน AI (AI Literacy) โดยมองว่าการอบรมแบบเหมารวมไม่สามารถตอบโจทย์คนในแต่ละสาขาอาชีพได้ BDI จึงกำลังพัฒนารูปแบบหลักสูตรระยะสั้นแบบ Micro-credential ที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเฉพาะเรื่องที่จำเป็นและนำมาประกอบกันเป็นเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Path) ที่เหมาะกับอาชีพของตนเองได้ ตั้งแต่นักข่าว นักการตลาด ไปจนถึงวิศวกร
หมุดหมายปี 2570: เมื่อข้อมูลขับเคลื่อนทุกมิติของประเทศ
BDI ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2570 แพลตฟอร์ม D2 จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในเซกเตอร์สำคัญๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างได้สำเร็จ อาทิ การท่องเที่ยว, สาธารณสุข, กลุ่มคนเปราะบาง, อุบัติเหตุบนท้องถนน, PM2.5, การบริหารจัดการน้ำ, เศรษฐศาสตร์มหภาค และข้อมูลด้าน ESG
ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจของทุกภาคส่วน ภาครัฐจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุดโดยอิงจากข้อมูลจริงแบบเรียลไทม์ ภาคเอกชนสามารถใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีขึ้น แม้กระทั่งสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปก็จะได้รับประโยชน์ทางอ้อม
“ลองนึกภาพว่าถ้านักข่าวอยากจะรู้ว่า วันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าเชียงใหม่กี่คนในช่วงที่มีฝุ่น เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้วที่ไม่มีฝุ่น คุณสามารถเปิดแดชบอร์ดดูได้เลย โดยข้อมูลนั้นดึงตรงจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ใช่ข้อมูลประมาณการ นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต” ศ.ดร.ธีรณี ทิ้งท้าย
การเดินทางของ D2 และ BDI จึงเป็นมากกว่าการวางโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี แต่คือการวางรากฐานทางปัญญาให้กับประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและประสบการณ์ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคนในทศวรรษหน้า
#BDI #D2 #BigData #เศรษฐกิจดิจิทัล #DataIntegration #ทลายไซโลข้อมูล #ThailandDigitalEconomy #AI #แพลตฟอร์มข้อมูลแห่งชาติ

