เรเว่ ออโตโมทีฟ ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ BYD ในไทย เดินเกมรุกครั้งใหม่ ทุ่มงบสนับสนุนอีเวนต์ระดับโลก ‘Under The Castle’ ไม่ใช่แค่การขายรถ แต่คือการสร้าง Brand Love ผ่านกลยุทธ์ Experiential Marketing เจาะลึกแผนการตลาดที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย เพื่อมัดใจผู้บริโภคและครองความเป็นหนึ่งในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าที่ดุเดือด
ในยุคที่ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของประเทศไทยมีการแข่งขันที่รุนแรง การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการแข่งขันด้านราคาอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป แต่กุญแจสำคัญกลับอยู่ที่การสร้างความผูกพันและประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ (Brand Engagement) ซึ่งล่าสุด บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางการตลาดที่น่าจับตามอง ผ่านการประกาศตัวเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของเทศกาลบ้านผีสิงระดับโลก ‘Under The Castle’ ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นเพียงผู้สนับสนุนอีเวนต์ทั่วไป แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง “ระบบนิเวศของแบรนด์” ให้แข็งแกร่ง
เจาะลึกกลยุทธ์ Experiential Marketing ผ่าน ‘Under The Castle’
การที่ BYD และเรเว่ เลือกที่จะร่วมมือกับเทศกาล ‘Under The Castle’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้า EMSPHERE ถือเป็นก้าวย่างที่ชาญฉลาดในการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เทศกาลนี้ไม่ใช่เพียงบ้านผีสิงธรรมดา แต่เป็นจักรวาลแฟนตาซีที่สร้างสรรค์โดย TEAM WANG design ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วทั้งในเซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ การเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับอีเวนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีกลุ่มแฟนคลับที่ชัดเจนเช่นนี้ เป็นการใช้ Soft Power เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย
หัวใจของกลยุทธ์นี้คือการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความทรงจำและการมีส่วนร่วมที่น่าประทับใจ แทนที่จะเป็นการสื่อสารทางเดียวแบบเดิมๆ เรเว่ ไม่ได้เพียงแค่นำโลโก้ไปติดในงาน แต่ได้นำรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง BYD DOLPHIN มาตกแต่งเป็นพิเศษภายใต้ธีมของงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสและถ่ายรูป สร้างการรับรู้แบบออร์แกนิก (Organic Reach) ผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างมหาศาล การกระทำเช่นนี้เป็นการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์จาก “ยานพาหนะ” ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ประสบการณ์ความบันเทิง” ซึ่งจะสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้บริโภคได้ลึกซึ้งกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม
มัดใจฐานลูกค้าเก่า สร้างแรงดึงดูดลูกค้าใหม่ด้วยกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ
นอกจากการสร้างการรับรู้ในวงกว้างแล้ว เรเว่ ยังใช้โอกาสนี้ในการรักษาและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าปัจจุบัน (Customer Retention) ผ่านการจัดกิจกรรมพิเศษ ‘BYD EV Trick or Treat x Under The Castle’ ที่มอบสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การลุ้นรับของที่ระลึก ลายลิขสิทธิ์ และรหัสโปรโมชั่นสำหรับซื้อบัตรเข้าชมงานให้กับเจ้าของรถยนต์ BYD โดยเฉพาะ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้ประกาศผลผู้โชคดี 30 ท่านแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแผนจัดกิจกรรมต่อเนื่องในชื่อ ‘BYD Haunted Ride’ ระหว่างวันที่ 10 – 16 ตุลาคม 2568 ผ่านช่องทาง Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกและรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษ แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการติดตามแบรนด์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างชุมชนของแบรนด์ (Brand Community) ให้เข้มแข็งในระยะยาว
ตอกย้ำภาพผู้นำตลาดที่ไม่ได้หยุดนิ่ง
การเคลื่อนไหวทางการตลาดครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ BYD และเรเว่ กำลังอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งที่สุด หลังจากสร้างปรากฏการณ์เป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนมากที่สุดในปี 2566 ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ BYD ATTO 3 ที่มียอดขายและส่งมอบมากกว่า 30,000 คันในปีแรก ตามมาด้วย BYD DOLPHIN และ BYD SEAL ในปี 2566
และในปี 2567-2568 เรเว่ยังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างหนักหน่วงด้วยการเปิดตัวรถยนต์หลากหลายเซกเมนต์ ทั้ง SUV อย่าง BYD SEALION 7, รถยนต์ MPV อย่าง BYD M6, และการบุกตลาดปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ด้วย BYD SEALION 6 DM-i และ BYD SEAL 5 DM-i นอกจากนี้ยังได้ยกระดับสู่ตลาดลักชัวรี่ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ DENZA พร้อมกับโมเดลแรก DENZA D9
การมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม (Product Portfolio) ตั้งแต่รถยนต์สำหรับคนเมือง, รถซีดาน, SUV, MPV, ไปจนถึงรถยนต์หรู และการขยายเทคโนโลยีไปสู่ PHEV แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวน ดังนั้น การทำตลาดไลฟ์สไตล์ผ่านอีเวนต์ ‘Under The Castle’ จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เป็นการสื่อสารว่า BYD ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ทางเลือกด้านพลังงาน แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เข้าใจและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่
บทสรุปสำหรับนักธุรกิจ
สำหรับนักธุรกิจและนักการตลาด กลยุทธ์ของ BYD และเรเว่ในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์และราคา (Product/Price Competition) ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์และคุณค่าทางอารมณ์ (Experience/Emotional Value Competition) การลงทุนในกิจกรรมที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง กลับเป็นการสร้างสินทรัพย์ที่ประเมินค่าได้ยาก นั่นคือ “ความรักในแบรนด์” (Brand Love) ซึ่งจะนำไปสู่ความภักดีของลูกค้าในระยะยาวและสร้างเกราะป้องกันแบรนด์จากการแข่งขันที่รุนแรงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
การเคลื่อนไหวของเรเว่ ออโตโมทีฟ แสดงให้เห็นว่าการจะเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริงในทศวรรษนี้ จำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าโชว์รูมและศูนย์บริการ แต่ต้องเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้บริโภคผ่านทุกมิติของไลฟ์สไตล์ ซึ่ง BYD กำลังแสดงให้ทุกคนเห็นว่า พวกเขาพร้อมที่จะทำเช่นนั้น
#BYD #ReverAutomotive #BYDThailand #UnderTheCastle #EV #รถยนต์ไฟฟ้า #การตลาด #กลยุทธ์ธุรกิจ #ExperientialMarketing #ยานยนต์ไฟฟ้า #ข่าวเศรษฐกิจ #ธุรกิจยานยนต์

