เปิดข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติชุดล่าสุด พบการถือครองโทรศัพท์มือถือของคนไทยทะยานสู่จุดอิ่มตัว เผย 5 ปี (2563-2568) คนไทยมีมือถือใช้เพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 6 ล้านคน ดันสัดส่วนการเข้าถึง (Penetration Rate) แตะ 93.5% ของประชากร ขณะที่กลุ่ม “คนไม่มีมือถือ” ลดลงฮวบกว่า 3 ล้านคน ชี้ชัด “กลุ่มผู้สูงอายุ 60+” และ “พื้นที่นอกเขตเทศบาล” คือขุมกำลังหลักในการเติบโตครั้งสุดท้าย ปิดฉากช่องว่างดิจิทัล (Digital Divide) ในกลุ่มประชากรสำคัญ ขณะที่กลุ่มคนเมืองวัยทำงานทะลุ 99.8% แทบไม่เหลือช่องว่างให้เติบโต
สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน ซึ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การสื่อสารของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการระบาดของโควิด-19 กับข้อมูลล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 (2568Q2) พบว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ “จุดอิ่มตัวสมบูรณ์” (Full Saturation) โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งบ่งชี้ถึง 3 เทรนด์หลักที่กำลังเกิดขึ้น: การเติบโตครั้งสุดท้าย (Final Growth), การปิดช่องว่างดิจิทัล (Closing the Divide), และจุดอิ่มตัวของตลาดเมือง (Urban Saturation)
คนไทยเกือบ 100% มีมือถือ – ผู้ใช้ใหม่พุ่ง 6 ล้านคนใน 5 ปี
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ “TheReporterAsia” พบว่า ภูมิทัศน์เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรผู้ถือครองโทรศัพท์มือถือ (นับรวมประชากรตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป) พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ข้อมูลในปี 2563 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากร (กลุ่มเป้าหมาย) ราว 60.52 ล้านคน โดยมีผู้ที่ถือครองมือถือเป็นของตนเองจำนวน 53.34 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนการเข้าถึง (Penetration Rate) ที่ 88.15% ขณะนั้น ยังมีประชากรกลุ่มใหญ่ถึง 7.17 ล้านคนที่ “ไม่มี” โทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง
ตัดภาพมาที่ไตรมาส 2 ปี 2568 ประชากรกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 63.49 ล้านคน แต่จำนวนผู้ถือครองมือถือกลับเติบโตเร็วกว่า โดยพุ่งไปอยู่ที่ 59.40 ล้านคน ส่งผลให้สัดส่วนการเข้าถึงโดยรวมของประเทศทะยานขึ้นแตะ 93.54%
เมื่อพิจารณาในแง่ของจำนวนสุทธิ พบว่า:
- ผู้ใช้งานมือถือเพิ่มขึ้น: +6.05 ล้านคน (จาก 53.34 ล้าน เป็น 59.40 ล้านคน)
- ผู้ที่ไม่มีมือถือลดลง: -3.07 ล้านคน (จาก 7.17 ล้าน เหลือ 4.10 ล้านคน)
ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คนไทยกว่า 6 ล้านคนได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว ขณะที่ “ช่องว่างดิจิทัล” หรือกลุ่มคนที่เคยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ได้หดตัวลงไปอย่างมหาศาลกว่า 3 ล้านคน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่การค้าปลีก (E-commerce) การเงินการธนาคาร (Digital Banking) ไปจนถึงการเข้าถึงบริการภาครัฐ (เช่น แอปฯ เป๋าตัง หรือโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในอนาคต)
ถอดรหัส 3 เทรนด์สำคัญ “สูงวัย-ชนบท” นำโด่ง “คนเมือง” ตลาดวาย
แม้ภาพรวมจะเติบโตสูง แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดของข้อมูลจาก สสช. กลับพบความน่าสนใจที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มประชากร ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดโทรคมนาคมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอนาคต
1. ขุมทรัพย์สุดท้าย: “กลุ่มผู้สูงอายุ 60+” กองทัพใหม่ในโลกดิจิทัล
ในอดีต กลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีได้ช้าที่สุด (Digital Laggards) แต่ข้อมูลใน 5 ปีล่าสุดกลับแสดงภาพตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยกลุ่ม 60+ กลายเป็น “ตลาดที่เติบโตสูงที่สุด” (Highest Growth Segment) ในการถือครองมือถือ
- ผู้สูงอายุนอกเขตเทศบาล (ชนบท): คือกลุ่มที่เติบโตมากที่สุดในประเทศ
- ผู้มีมือถือ: เพิ่มขึ้น +1.34 ล้านคน (จาก 4.76 ล้าน เป็น 6.09 ล้านคน)
- ผู้ไม่มีมือถือ: “ลดลง” มากที่สุดในประเทศถึง -632,800 คน (จาก 1.49 ล้าน เหลือ 856,300 คน)
- ผู้สูงอายุในเขตเทศบาล (ในเมือง): เติบโตเป็นอันดับสอง
- ผู้มีมือถือ: เพิ่มขึ้น +1.27 ล้านคน (จาก 3.99 ล้าน เป็น 5.26 ล้านคน)
- ผู้ไม่มีมือถือ: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ -299,800 คน (จาก 6.48 แสน เหลือ 3.48 แสนคน)
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเร่งอย่างการระบาดของโควิด-19 ที่บังคับให้ผู้คนต้องติดต่อสื่อสารกันผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงนโยบายภาครัฐที่อัดฉีดเงินผ่านแอปพลิเคชัน ได้ทลายกำแพงการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้สูงอายุลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้กลุ่ม 60+ กลายเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่กลุ่มใหม่ที่ผู้ให้บริการและนักการตลาดไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
2. การปิดช่องว่าง “เมือง-ชนบท” (Urban-Rural Divide)
หากไม่นับกลุ่มผู้สูงอายุ การลดลงของ “คนไม่มีมือถือ” ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ “นอกเขตเทศบาล” หรือพื้นที่ชนบท สะท้อนความสำเร็จในการขยายโครงข่าย 4G/5G และราคาเครื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- กลุ่ม 50-59 ปี (นอกเขต): คนไม่มีมือถือลดลง -350,900 คน
- กลุ่ม 10-14 ปี (นอกเขต): คนไม่มีมือถือลดลง -316,600 คน
- กลุ่ม 40-49 ปี (นอกเขต): คนไม่มีมือถือลดลง -247,900 คน
ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า “ช่องว่างดิจิทัล” ที่เคยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระหว่างเมืองและชนบท กำลังถูกถมจนเกือบเต็มในประชากรวัยเรียนและวัยทำงาน ทำให้ปัจจุบันไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดในประเทศ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนมือถือก็แทบจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
3. จุดอิ่มตัวสมบูรณ์: “คนเมือง-วัยทำงาน” ตลาดใหม่เท่ากับศูนย์
ในทางกลับกัน ข้อมูลได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า ตลาด “ผู้ใช้งานใหม่” ในกลุ่มประชากรหลักได้จบลงแล้ว โดยเฉพาะในเขตเทศบาล
สัดส่วนการถือครองมือถือ (Penetration Rate) ล่าสุด (2568Q2) ในกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นตอนปลาย “ในเขตเทศบาล” ได้พุ่งแตะเพดาน 99% จนแทบไม่เหลือช่องว่าง
- กลุ่ม 20-24 ปี: 99.84% (เหลือคนไม่มีมือถือเพียง 3,300 คน จาก 47,100 คน ในปี 2563)
- กลุ่ม 25-29 ปี: 99.76%
- กลุ่ม 30-34 ปี: 99.72%
- กลุ่ม 35-39 ปี: 99.71%
- กลุ่ม 15-19 ปี: 99.51%
ปรากฏการณ์นี้บ่งชี้ว่า สมรภูมิการแข่งขันในตลาดคนเมืองได้เปลี่ยนจากการ “หาลูกค้าใหม่” (New Acquisition) ไปสู่การ “รักษาฐานลูกค้าเดิม” (Retention) และการ “เพิ่มยอดใช้จ่ายต่อหัว” (ARPU) อย่างเต็มรูปแบบ สงครามราคาเพื่อดึงดูดผู้ใช้ใหม่ในกลุ่มนี้แทบไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป แต่จะมุ่งเน้นไปที่การอัปเกรดบริการสู่ 5G, การขายแพ็คเกจพ่วงคอนเทนต์ (เช่น สตรีมมิ่ง) และบริการเสริมอื่นๆ แทน
บทสรุปและพรมแดนสุดท้าย (The Final Frontier)
ข้อมูลสถิติจาก สสช. ในรอบ 5 ปีนี้ เปรียบเสมือนการประกาศจุดเปลี่ยนผ่านของตลาดมือถือไทย จาก “ยุคแห่งการเติบโต” (Growth Era) สู่ “ยุคแห่งความอิ่มตัว” (Maturity Era) ด้วยอัตราการเข้าถึงที่สูงถึง 93.54%
ความท้าทายของธุรกิจโทรคมนาคมจึงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ขณะที่ภาครัฐและเอกชนที่ต้องการผลักดันบริการดิจิทัล สามารถมั่นใจได้ว่าประชากรกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและประชากรในชนบท “พร้อมแล้ว” ที่จะเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับ “ช่องว่างดิจิทัล” ที่ยังคงเหลืออยู่จริงในปัจจุบัน ข้อมูลชี้ชัดว่าคือกลุ่ม “เด็กเล็ก (06-09 ปี)” ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังมีสัดส่วนการเข้าถึงต่ำกว่า 50% (ในเขตเทศบาล 43.1%, นอกเขต 37.4%) ซึ่งนี่อาจไม่ใช่ “ปัญหา” ที่ต้องเร่งแก้ไข แต่เป็น “พรมแดนสุดท้าย” ที่ขึ้นอยู่กับนโยบายสังคมและผู้ปกครอง ว่าจะนำเทคโนโลยีเข้าสู่มือเด็กในวัยนี้เมื่อใด
#ข่าวเศรษฐกิจ #มือถือ #สถิติ #ประเทศไทย #ดิจิทัล #DigitalDivide #ช่องว่างดิจิทัล #5G #สำนักงานสถิติแห่งชาติ #สังคมผู้สูงอายุ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ตลาดอิ่มตัว

