ดีอี ผวาลิงก์ปลอม “คนละครึ่งพลัส” ลวงดูดเงิน สั่งคุมเข้ม

ดีอี ผวาลิงก์ปลอม “คนละครึ่งพลัส” ลวงดูดเงิน สั่งคุมเข้ม

กระทรวงดีอี ส่งเสียงเตือนภัยเร่งด่วน! หลังมิจฉาชีพอาละวาดหนัก ปล่อยลิงก์ปลอม-SMS-QR Code ลวง ปชช. ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” หวังดูดข้อมูล-เงินเกลี้ยงบัญชี “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี สั่งลุยคุมเข้ม AFNC ปูพรมสกัดข่าวปลอม ย้ำชัด! 20 ล้านสิทธิ์ ต้องลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เท่านั้น เริ่ม 20 ต.ค. นี้

นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้จุดพลุโครงการเรือธงอย่าง “คนละครึ่งพลัส” โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

โครงการนี้เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์จำนวนมหาศาลถึง 20 ล้านสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ (Economic Multiplier) ให้เกิดขึ้นจริง โดยกำหนดปฏิทินการลงทะเบียนไว้อย่างชัดเจนระหว่างวันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 นี้ และสามารถเริ่มใช้จ่ายสิทธิ์ได้ทันทีในวันที่ 29 ตุลาคม ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2568 แม้จะเป็นช่วงเวลาการใช้สิทธิ์ที่กระชับ แต่ก็คาดหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วในการกระตุ้นยอดขายให้กับผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ท่ามกลางความคาดหวังในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้ “ภัยมืด” ในโลกออนไลน์ก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน

ล่าสุด นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อกังวลเร่งด่วน โดยระบุว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงนี้และไม่นิ่งนอนใจ

รมว.ดีอี ได้สั่งการให้กระทรวงดีอี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงกลไกสำคัญอย่าง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center หรือ AFNC) ให้เตรียมความพร้อมในระดับสูงสุด เพื่อรับมือ ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการกระทำที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบที่จ้องจะเกาะกระแสโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

ภารกิจนี้สอดคล้องโดยตรงกับนโยบายหลักของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม โดยเฉพาะการยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” หรือการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน (Fake News & Misinformation)

สั่ง AFNC ลุยสกัด “ลิงก์ปลอม” หวั่น ปชช. สับสน-สูญเงิน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่มีโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐ กลุ่มมิจฉาชีพทางไซเบอร์มักจะฉวยโอกาสนี้สร้างเครื่องมือหลอกลวงประชาชนเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน

นายไชยชนก ได้เน้นย้ำและสั่งการไปยังศูนย์ AFNC ให้ติดตามและตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายอาชญากรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “คนละครึ่งพลัส” อย่างใกล้ชิด เป้าหมายหลักคือการป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน ที่อาจสร้างความเข้าใจผิด หรือทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ

ภัยที่น่ากังวลที่สุดและเป็นเป้าหมายหลักในการสกัดกั้นครั้งนี้ คือการที่มิจฉาชีพฉวยโอกาสจากการลงทะเบียน ก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยใช้รูปแบบคลาสสิกที่ยังคงได้ผล นั่นคือ การส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม หรือการแพร่กระจาย QR Code ปลอม เพื่อให้สแกนเข้าร่วมโครงการ

พฤติกรรมเลียนแบบ (Phishing) เหล่านี้ ถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียนเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ (Personal Data) เช่น เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรือกระทั่งข้อมูลทางการเงิน และรหัส OTP หากประชาชนหลงเชื่อและกรอกข้อมูลลงไป อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพย์สิน ถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคารได้ในทันที

รมว.ดีอี จึงแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน และต้องการปิดกั้นช่องทางเหล่านี้ให้เร็วที่สุด

ย้ำ! ช่องทางจริงหนึ่งเดียว “แอปฯ เป๋าตัง” เท่านั้น

เพื่อตัดวงจรการหลอกลวงและสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน 20 ล้านคนที่จะเข้าร่วมโครงการ โฆษกกระทรวงดีอี ได้เน้นย้ำถึงช่องทางการลงทะเบียนที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด ซึ่งมี “เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น”

“กระทรวงดีอี โดย รมว.ไชยชนก มีความห่วงใยประชาชน… ขอให้ประชาชนลงทะเบียนผ่าน แอปฯ “เป๋าตัง”… ซึ่งถือเป็นช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น” นางสาวสุชาดา กล่าว

หัวใจสำคัญคือ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” นี้ จะต้องดาวน์โหลดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ คือ App Store (สำหรับผู้ใช้ iOS) หรือ Google Play (สำหรับผู้ใช้ Android) เท่านั้น

กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ควรกดลิงก์ หรือสแกน QR Code” ที่ปรากฏข้อความชักชวนให้ลงทะเบียน ซึ่งมักถูกส่งต่อกันมาจากแหล่งที่มาที่ไม่แน่ชัด ไม่ว่าจะมาทาง SMS, LINE, Facebook หรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ การกดลิงก์เหล่านั้นมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคาร

เช็กคุณสมบัติ-ขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน “เป๋าตัง”

สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อรับสิทธิ์กระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ จะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นที่กำหนดไว้ชัดเจน ได้แก่:

  1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย
  2. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  3. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป (นับ ณ วันที่ลงทะเบียน)

หากมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถดำเนินการลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นช่องทางเดียวที่ถูกต้อง โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้:

1. การเตรียมแอปพลิเคชัน (สำหรับผู้ใช้ใหม่):

  • ดาวน์โหลดและติดตั้ง แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Google Play
  • ข้อควรระวัง: ต้องเป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับ คือ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iOS 15.0 ขึ้นไป

2. การเริ่มต้นใช้งาน:

  • เมื่อเปิดแอปฯ ระบบจะขอความยินยอมในการจัดการข้อมูล ให้กดยินยอม

3. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ขั้นที่ 1:

  • เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
  • ดำเนินการถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันข้อมูล
  • กรอกเบอร์มือถือที่ใช้งานจริง เพื่อรับรหัส OTP (One-Time Password)

4. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ขั้นที่ 2 (เลือก 1 วิธี):

  • วิธีที่ 1: ยืนยันผ่าน Krungthai NEXT (สำหรับผู้มีบัญชีกรุงไทยที่ผูกกับแอปฯ Krungthai NEXT)
    • เข้าสู่ระบบ Krungthai NEXT
    • กรอกรหัส PIN ของ Krungthai NEXT
    • ระบบจะส่ง OTP ให้ยืนยันอีกครั้ง จากนั้นตั้งค่า PIN 6 หลักสำหรับ “เป๋าตัง”
  • วิธีที่ 2: สแกนใบหน้า (สำหรับประชาชนทั่วไป)
    • ระบบจะให้ทำการสแกนใบหน้าเพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในบัตรประชาชน
    • เมื่อสแกนผ่าน ให้ตั้งค่า PIN 6 หลักสำหรับ “เป๋าตัง”
    • สามารถเลือกเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนด้วย Face ID หรือ Touch ID (การสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือของเครื่อง) เพื่อความสะดวกในครั้งต่อไปได้

5. เสร็จสิ้นการสมัคร “เป๋าตัง”:

  • ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน G-Wallet
  • รอระบบตรวจสอบข้อมูลสักครู่
  • หากการลงทะเบียน “เป๋าตัง” สำเร็จ จะปรากฏการ์ด G-Wallet บนหน้าจอหลักของแอปฯ

(หมายเหตุ: ขั้นตอนข้างต้นคือการสมัครแอปฯ “เป๋าตัง” สำหรับผู้ที่ยังไม่มี หลังจากนี้จึงจะสามารถกดรับสิทธิ์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแบนเนอร์ในแอปฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 68)

รู้ผลทันที! เปิดข้อความที่จะได้รับหลังลงทะเบียน

หลังจากที่ประชาชนกดลงทะเบียนรับสิทธิ์ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” แล้ว ระบบจะมีการแจ้งผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนใช้จ่าย โดยเฉพาะความแตกต่างของวงเงินที่ได้รับ:

กรณีที่ 1: ลงทะเบียน “สำเร็จ” (ได้รับสิทธิ์) ระบบจะมีการแบ่งกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลภาษี ซึ่งส่งผลต่อวงเงินที่จะได้รับ:

  • สำหรับผู้ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี: จะได้รับข้อความว่า “ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส จำนวน 2,000 บาท เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 29 ต.ค. 68”
  • สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี: จะได้รับข้อความว่า “ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส จำนวน 2,400 บาท เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 29 ต.ค. 68”

กรณีที่ 2: “รอผลการพิจารณา” (สำหรับผู้ใช้ใหม่)

  • สำหรับประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ในเฟสก่อนๆ มาก่อน
  • ระบบจะขึ้นข้อความว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน”

กรณีที่ 3: “ไม่ได้รับสิทธิ” (ลงทะเบียนไม่สำเร็จ) ประชาชนอาจพบข้อความปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:

  • “ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้ (อายุต่ำกว่า 16 ปี บริบรูณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน)”
  • “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสได้” (เนื่องจากเป็นการสงวนสิทธิ์ไม่ให้รับสวัสดิการซ้ำซ้อน)
  • “ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้” (ซึ่งอาจเกิดจากเหตุผลอื่นๆ ตามเงื่อนไขโครงการ)

ดีอี ย้ำ! พบลิงก์ปลอม รีบแจ้ง AFNC ทันที

สถานการณ์การหลอกลวงในช่วงการลงทะเบียนโครงการรัฐถือเป็นวาระสำคัญที่กระทรวงดีอีให้ความสำคัญสูงสุด การออกมาเตือนภัยครั้งนี้จึงเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องประชาชน

กระทรวงดีอี ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นข่าวน่าสงสัย ข้อมูลที่บิดเบือน หรือพบลิงก์-SMS-QR Code ที่แอบอ้างโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่ากด อย่าแชร์ และอย่ากรอกข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น

ขอให้ท่าน แจ้งเบาะแส และ ตรวจสอบข่าวปลอม ดังกล่าวได้ทันทีที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเปิดช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้:

  • โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (ให้บริการ 24 ชม.)
  • เว็บไซต์: www.antifakenewscenter.com
  • Line ID: @antifakenewscenter
  • Facebook: Anti-Fake News Center Thailand
  • X (Twitter): @AFNCThailand
  • TikTok: @antifakenewscenter
  • IG: afnc_thailand

การตื่นตัวของประชาชนและการทำงานอย่างหนักของภาครัฐในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 20 ล้านสิทธิ์นี้ ไหลไปถึงมือผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์

#คนละครึ่งพลัส #กระทรวงดีอี #ดีอีเตือนภัย #ลิงก์ปลอม #แอปเป๋าตัง #ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส #ไชยชนกชิดชอบ #ข่าวเศรษฐกิจ #กระตุ้นเศรษฐกิจ #AntiFakeNewsCenter #มิจฉาชีพออนไลน์

Related Posts