ดีป้า หนุนไทยฮับ เมืองอัจฉริยะ อาเซียน คาดเงินสะพัดกว่า 1,200 ล้าน

ดีป้า หนุนไทยฮับ เมืองอัจฉริยะ อาเซียน คาดเงินสะพัดกว่า 1,200 ล้าน

เปิดฉากความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์! ดีป้า ผนึกกำลัง 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการจัดแสดงสินค้า “เอ็น.ซี.ซี.” และ “เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต” ประกาศจัดสุดยอดมหกรรมเทคโนโลยีแห่งปี “Thailand Smart City Expo 2025” ควบรวม “Secutech Thailand 2025” สร้างพลังஜிครั้งสำคัญ ปักธงหนุนไทยสู่ศูนย์กลางการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ แห่งอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ คาดดึงดูดผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน สร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจกว่า 1,200 ล้านบาท

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่และน่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับอนาคตการพัฒนาเมืองของประเทศไทย เมื่อ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ บริษัท เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต (ฮ่องกง) จำกัด ในการจัด 2 งานมหกรรมระดับนานาชาติพร้อมกันเป็นครั้งแรก ได้แก่ ‘Thailand Smart City Expo 2025’ มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ และ ‘Secutech Thailand 2025’ งานแสดงเทคโนโลยีด้านระบบความปลอดภัยและการป้องกันอัคคีภัย โดยทั้งสองงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

การผนึกกำลังของ 3 ผู้นำในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การจัดงานแสดงสินค้า แต่คือการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางด้าน เมืองอัจฉริยะ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มหาศาลกว่า 1,200 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าร่วมงานจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 15,000 ราย การจัดงานครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่จะดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากทั่วโลกให้มุ่งสู่ประเทศไทย

เบื้องหลังความสำเร็จ: การขับเคลื่อน “เมืองอัจฉริยะ” วาระแห่งชาติ

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ได้ฉายภาพความสำเร็จของการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทยที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ท่านได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเมืองต่างๆ ทั่วประเทศส่งข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาแล้วกว่า 210 เมือง และในจำนวนนี้มี 37 เมือง ใน 25 จังหวัด ที่ผ่านการรับรองแผนและกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบไปแล้ว

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือเม็ดเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ต้นแบบทั้ง 37 เมือง ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 11,900 ล้านบาท เงินลงทุนเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง แต่ยังช่วยยกระดับทักษะของกำลังคน สร้างอาชีพใหม่ๆ ในสายเทคโนโลยี และที่สำคัญคือช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยดีป้าตั้งเป้าหมายที่ท้าทายว่า ภายในปี 2572 จะสามารถยกระดับและสร้างเมืองอัจฉริยะได้ไม่น้อยกว่า 105 เมืองทั่วประเทศ

ผศ.ดร.ณัฐพล ยังได้เน้นย้ำถึงกลไกสนับสนุนที่ ดีป้า ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็น:

  • โครงการ Smart Living และ Smart Living Plus: ส่งเสริมให้ท้องถิ่นนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต
  • มาตรการ depa mini Transformation Voucher ภาครัฐ: กระตุ้นให้หน่วยงานรัฐท้องถิ่นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการและบริการประชาชน
  • โครงการ Smart City Accelerator: ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง บ่มเพาะเมืองต้นแบบและผู้ประกอบการเทคโนโลยี เพื่อนำโซลูชันไปใช้งานจริงในพื้นที่
  • บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog): แหล่งรวบรวมเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน dSURE ทำให้หน่วยงานต่างๆ สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างโปร่งใส ในราคาที่เป็นธรรม พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

“งาน Thailand Smart City Expo 2025 จะเป็นเวทีสำคัญที่รวมพลังทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และองค์กรนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี เราเชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้ร่วมกับ Secutech Thailand จะช่วยขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น และเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเมืองอัจฉริยะของอาเซียนได้อย่างแน่นอน” ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าว

เมืองอัจฉริยะ

Synergy ทรงพลัง: เมื่อ “เมืองอัจฉริยะ” ต้องมาพร้อมกับ “ความปลอดภัยอัจฉริยะ”

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของการจัดงานในปีนี้ คือการนำสองงานใหญ่อย่าง Thailand Smart City Expo และ Secutech Thailand มาจัดพร้อมกันเป็นครั้งแรก นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี.ฯ ชี้ว่าการควบรวมนี้จะสร้าง Synergy ที่ทรงพลังอย่างมหาศาล

“การพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้มีความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ต้องเดินควบคู่ไปกับการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การจัดงานครั้งนี้จะตอบโจทย์ความต้องการในการเตรียมพร้อมและป้องกันอุบัติภัยและสาธารณภัยต่างๆ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปีได้อย่างครบวงจร” นายศักดิ์ชัยกล่าว

การจัดงานครั้งนี้จะขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มขึ้นถึง 80% เพื่อรองรับการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดกว่า 800 รายการ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีองค์ความรู้สำคัญที่จะมีสัมมนากว่า 80 หัวข้อจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าตลอดการจัดงาน

ทางด้าน นายอิสราเอล โกโกล ผู้จัดการกลุ่ม บริษัท เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ตฯ ผู้จัดงาน Secutech ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลก ได้เสริมมุมมองนี้ว่า “รากฐานของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการจราจร สาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะ ล้วนมีพื้นฐานมาจากเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง งาน Secutech Thailand จึงไม่ใช่แค่งานเสริม แต่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้วิสัยทัศน์ของเมืองอัจฉริยะสมบูรณ์แบบ”

นายอิสราเอล ยังแสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในศักยภาพของตลาดประเทศไทย “ในฐานะบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินกิจการในเอเชียมานานกว่า 30 ปี เรามองว่าประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นเจ้าภาพที่ดีเยี่ยม แต่ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่สุดในอนาคต เรามั่นใจและพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือกับ เอ็น.ซี.ซี. เพื่อนำเสนองานแสดงสินค้าระดับโลกสู่ภูมิภาคนี้ต่อไป”

โอกาสทางธุรกิจที่ไม่ควรพลาด

สำหรับนักธุรกิจและนักลงทุน การจัดงาน “Thailand Smart City Expo 2025” และ “Secutech Thailand 2025” ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ นี่คือเวทีที่จะเปิดประตูสู่:

  • ตลาดภาครัฐ: เข้าถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจจากหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศที่กำลังมองหาโซลูชันเพื่อพัฒนาเมืองของตน
  • การจับคู่ธุรกิจ: พบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการเทคโนโลยี นักพัฒนานวัตกรรม ทั้งจากไทยและต่างประเทศ
  • อัปเดตเทรนด์ล่าสุด: สัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีกว่า 800 รายการ พร้อมรับฟังองค์ความรู้จากสัมมนากว่า 80 หัวข้อ
  • การลงทุนในอนาคต: มองเห็นทิศทางและโอกาสในการลงทุนในตลาดเมืองอัจฉริยะและความปลอดภัยที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

การรวมตัวกันของ 3 องค์กรชั้นนำในครั้งนี้ กำลังจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยในเวทีโลก พร้อมกับสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาลที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

#ThailandSmartCityExpo2025 #SecutechThailand2025 #เมืองอัจฉริยะ #SmartCity #depa #เศรษฐกิจดิจิทัล #การลงทุน #NCC #MesseFrankfurt #ศูนย์กลางอาเซียน #เทคโนโลยีดิจิทัล #นวัตกรรม #ความปลอดภัยอัจฉริยะ

Related Posts