ฟิลิปส์-สมาคมแพทย์ฯ ลุย “หัวใจสัญจร” แก้คอขวดแพทย์หัวใจชุมพร

ฟิลิปส์-สมาคมแพทย์ฯ ลุย “หัวใจสัญจร” แก้คอขวดแพทย์หัวใจชุมพร

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติของการค้า การลงทุน หรือการท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่ “โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข” ได้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนและการอยู่อาศัยที่สำคัญอย่างยิ่งยวด จังหวัดชุมพร ในฐานะ “ประตูสู่ภาคใต้” กำลังเผชิญความท้าทายนี้อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อการลงทุนใน “ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด” ที่เพิ่งเปิดตัว กำลังเผชิญกับภาวะคอขวดด้านบุคลากรอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาคเอกชนและภาควิชาการ เพื่อเข้ามา “ปลดล็อก” ศักยภาพนี้

พล.ต.ต.นายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ โดยชี้ให้เห็นว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จึงมีนโยบายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการจัด “การประชุมวิชาการหัวใจสัญจร” ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในส่วนภูมิภาค เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยให้ทัดเทียมกัน

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 29 ที่จังหวัดชุมพรนี้ ถือเป็นความพิเศษที่สะท้อนถึงการพัฒนาไปอีกขั้นของโครงการ โดยเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ ที่บูรณาการความรู้ในหลายมิติ ทั้งการบรรยายวิชาการที่เข้มข้น, การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) และยังขยายผลไปสู่ภาคประชาชนด้วยการสอนช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) ซึ่งเป็นความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ และมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และมอบความรู้สู่ประชาชนโดยตรง

ทั้งนี้สถานการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVDs) ถือเป็นวิกฤตระดับโลก โดยเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตที่คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 17.9 ล้านคนในแต่ละปี และกำลังสร้างภาระมหาศาลต่อเศรษฐกิจไทย

ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง อุปนายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชี้ให้เห็นถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนว่า “โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับประเทศที่น่ากังวล เนื่องจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 ระบุว่า มีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสะสมมากกว่า 260,000 ราย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างภาระทางเศรษฐกิจสูง จากข้อมูลกรมการแพทย์ ระบุว่าประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเฉลี่ยของผู้ป่วยโรคหัวใจถึง 6,906 ล้านบาทต่อปี”

วิกฤตนี้ซ้ำเติมด้วยการขาดแคลนบุคลากรขั้นรุนแรง “ขณะที่ประเทศไทยมีแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเพียงราว 500–600 คน และส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยในหลายพื้นที่ยังเข้าไม่ถึงบริการเฉพาะทางอย่างทั่วถึง” ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร กล่าว

ชุมพร: ปลายทาง “หัวใจสัญจร” หลังพบปัญหาคอขวด

นี่คือจุดที่โครงการ “หัวใจสัญจร” ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เข้ามามีบทบาทสำคัญ โครงการนี้คือการผนึกกำลังของ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ, มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ, ชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด

แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวถึงปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ว่า “ทางโรงพยาบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ และงานฯ ในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราที่ต้องการยกระดับการดูแลรักษาโรคหัวใจ เนื่องจากเรามีบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางจำกัด แต่มีผู้ป่วยต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจกว่า 50 ราย เราต้องขอขอบคุณทางสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ และพันธมิตรที่ได้ลงพื้นที่มาช่วยเราในครั้งนี้”

โครงการนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการขยายการตรวจคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร อธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

“ตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา เราได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดทั้งกระบี่ สระแก้ว และแม่ฮ่องสอน สำหรับปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 4 โครงการได้สานต่อภารกิจอีกครั้ง ณ จังหวัดชุมพร” ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร กล่าว

หัวใจสัญจร

ยกระดับจาก ‘ตรวจ’ สู่ ‘สร้างคน’ แก้ปัญหาระยะยาว

สิ่งที่ทำให้โครงการในปีนี้แตกต่างและมีความสำคัญในมิติ “การลงทุนเพื่ออนาคต” คือการยกระดับจากการ “ตรวจคัดกรอง” เพียงอย่างเดียว มาสู่การ “สร้างคน” อย่างยั่งยืน

แพทย์หญิงปัทมพันธ์ กล่าวย้ำว่า “นอกจากการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแล้ว เรายังมีการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรและนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่เพื่อให้สามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยได้เองในระยะยาว” สอดคล้องกับที่ ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร ระบุว่า “ในปีนี้เรายังได้ยกระดับโครงการฯ จากการตรวจคัดกรองเพียงอย่างเดียว มาบูรณาการจัดฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ด้วย เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้อยู่ต่อในพื้นที่” โดยมีการฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์ในจังหวัดชุมพรให้ใช้เครื่องอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiography) โดยตรง

เทคโนโลยี 3D Echo และ ISCV: หัวใจสำคัญของภารกิจ

เทคโนโลยีที่ฟิลิปส์นำมาสนับสนุนโครงการนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการวินิจฉัย ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร ชี้ว่า “การตรวจคัดกรองโรคหัวใจแบบหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูง คือการตรวจ ด้วยเครื่องอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiography) แบบ 3 มิติ ที่นำมาใช้ในโครงการฯ นี้ โดยเทคโนโลยีนี้…ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างหัวใจ หลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือดได้อย่างสมจริงและละเอียดในทุกมิติ จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย”

นอกจากนี้ ยังมีการนำ “โปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะทาง ที่เรียกว่าระบบ ISCV (IntelliSpace Cardiovascular) มาใช้ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลในการตรวจในครั้งนี้ เพื่อการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ และช่วยในการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง” ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร กล่าวเพิ่มเติม

ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

ในมุมมองของภาคเอกชน นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นี่คือพันธกิจหลักของบริษัท “ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ… เราจึงให้การสนับสนุนและได้ทำงานร่วมกันกับสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือกับสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ได้เปิดโอกาสให้เรานำเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจเคลื่อนที่เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ… โครงการนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของฟิลิปส์ ที่เชื่อว่านวัตกรรมจะมีคุณค่าอย่างแท้จริง เมื่อสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง”

โมเดลรัฐ-เอกชน สู่เศรษฐกิจสุขภาพที่ยั่งยืน

การผนึกกำลังในครั้งนี้ จึงเป็น “โมเดลต้นแบบ” ที่สำคัญยิ่ง แสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับ 6.9 พันล้านบาท ไม่สามารถพึ่งพาภาครัฐเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์จากภาคเอกชน ที่ไม่ได้มองแค่การบริจาคเครื่องมือ (Hardware) แต่มองไปถึงการพัฒนาคน (Software) และการวางระบบ (System)

แม้ว่าเกือบ 80% ของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดจะสามารถป้องกันได้ แต่การป้องกันนั้นต้องเริ่มจากการ “เข้าถึง” การตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ การปลดล็อกคอขวดที่ชุมพรครั้งนี้ จึงมีความหมายมากกว่าการช่วยชีวิตผู้ป่วยกว่า 50 รายที่รอคอย แต่คือการวางรากฐาน “ทรัพยากรมนุษย์” และ “ระบบข้อมูล” เพื่อยกระดับ “ประตูสู่ภาคใต้” ให้กลายเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ” (Health Hub) ที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคต่อไป

#ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจสุขภาพ #โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ #ฟิลิปส์ #PhilipsCSR #สมาคมแพทย์โรคหัวใจ #หัวใจสัญจร #ศูนย์หัวใจชุมพร #สังคมผู้สูงวัย #คอขวดสาธารณสุข #Echocardiography #ISCV #6900ล้านบาท

Related Posts