คลื่น “Data Boom” ที่ข้อมูลทั่วโลกคาดว่าจะพุ่งทะยานแตะ 175 Zettabytes ภายในปี 2025 และอาจเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าในทศวรรษหน้า Synology (ซินโนโลจี้) ผู้นำด้านการจัดการข้อมูลระดับโลก ได้ประกาศปักธงยกประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์หลักและศูนย์กลางการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) พร้อมรุกขยายโซลูชัน NAS และระบบจัดการข้อมูลครบวงจร ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่อีก 200% ภายใน 5 ปี หลังจากสร้างยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 250% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กรุงเทพ, 29 ตุลาคม 2568 – โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด หรือ Synology กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Data Boom” อย่างเต็มตัว โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2025 หรือในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ปริมาณข้อมูลทั่วโลกจะสูงถึง 175 Zettabytes ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยากจะจินตนาการ และที่น่าจับตามองยิ่งกว่า คือแนวโน้มที่ข้อมูลเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10 เท่า ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า
สถานการณ์ “ข้อมูลท่วมโลก” นี้ ได้สร้างแรงกดดันมหาศาลและบังคับให้องค์กรทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ต้องหันมาทบทวนและเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอย่างเร่งด่วน ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติของการจัดเก็บ (Storage) ที่ต้องรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาล, การปกป้อง (Protection) ข้อมูลอันล้ำค่าจากภัยคุกคามที่มาในทุกรูปแบบ และที่สำคัญที่สุดคือ การนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์เชิงกลยุทธ์ (Utilization) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) กำลังฉายภาพที่โดดเด่นในฐานะ “Digital Hub” หรือศูนย์กลางดิจิทัลแห่งใหม่ของโลก ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคนี้ จะพุ่งทะยานจาก 13.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ไปสู่ 30.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030
ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตที่ร้อนแรงนี้ Synology ได้วางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์หลัก โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพและการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม, ภาคการศึกษา และภาครัฐ ทำให้การรุกขยายโซลูชัน NAS (Network-Attached Storage) และระบบจัดการข้อมูลในครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวที่สอดรับกับความต้องการของตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ความท้าทายองค์กรไทย: งบประมาณ, PDPA และภัยคุกคามไซเบอร์
แม้ว่ากระแส Digital Transformation จะผลักดันให้ธุรกิจทั่วโลกกว่า 90% ต้องเร่งลงทุนด้านดิจิทัล แต่สำหรับองค์กรในประเทศไทย นายรหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด ชี้ให้เห็นว่า ยังคงต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายเฉพาะตัว นั่นคือ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ และ ข้อกำหนดด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เข้มงวด
ความท้าทายนี้ ทำให้ตลาดในประเทศไทยมีความต้องการโซลูชันที่ไม่ได้มีแค่ประสิทธิภาพสูง แต่ต้อง คุ้มค่า (Cost-effective), ใช้งานง่าย (Easy-to-use) และมีความปลอดภัยสูง (High Security) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดเข้มงวดเป็นพิเศษ เช่น ภาคการเงินการธนาคาร, การแพทย์และสาธารณสุข และภาคการศึกษา
อุตสาหกรรมเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีระบบสำรองข้อมูล (Backup) และระบบฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ (Disaster & Cyber Recovery) ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
สถานการณ์น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาจากผลสำรวจที่พบว่า กว่า 55% ขององค์กร เคยเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ แต่มีเพียง 22% เท่านั้น ที่มั่นใจในระบบ Recovery ของตนเอง นี่คือช่องว่างขนาดใหญ่ที่แสดงถึงความเปราะบางขององค์กรไทยในยุคดิจิทัล
นายรหัท กล่าวย้ำว่า “Cyber Resilience (ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์) ได้กลายเป็นกลยุทธ์หลักขององค์กรทั่วโลกไปแล้ว เพราะมันคือรากฐานของทั้งความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด การมีระบบที่สามารถปกป้องและบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น”
องค์กรไทยกำลังมองหาโซลูชันที่ ปลอดภัย ใช้งานง่าย และสามารถบริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง โดยไม่ต้องพึ่งพาหลายผู้ให้บริการ ซึ่งตรงกับแนวทางที่ Synology พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

Synology: โซลูชันครบวงจร ตอบโจทย์ยุค Data Boom
เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขององค์กรไทย Synology ได้นำเสนอโซลูชัน Data Infrastructure Management ที่รวมทุกอย่างไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ประกอบด้วย:
- การจัดเก็บ (Storage): ระบบ NAS ประสิทธิภาพสูงที่รองรับการขยายตัวของข้อมูล
- เครื่องมือการทำงานร่วมกัน (Business Productivity): ชุดเครื่องมือที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น
- การปกป้องข้อมูล (Backup & Protection): โซลูชันสำรองข้อมูลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้
- ระบบเฝ้าระวัง (C2 Surveillance): ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่จัดการได้ทั้งแบบ on-premise และบน Cloud
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนของแพลตฟอร์มนี้ คือการ ลดจำนวนผู้ให้บริการหลายราย (Vendors) และแผนการสมัครใช้งาน (Subscription Plan) ที่ยุ่งยากซับซ้อน ช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนการบริหารจัดการ (TCO) เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการแอปพลิเคชันทั้งหมดจากแพลตฟอร์มเดียว ที่สำคัญยังช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่จำเป็นต่าง ๆ (Regulation) เช่น PDPA ได้ง่ายขึ้น และเพิ่มศักยภาพการกู้คืนข้อมูลทั้งในสถานการณ์ภัยพิบัติ (Disaster Recovery) และภัยไซเบอร์ (Cyber Recovery)
ความมุ่งมั่นนี้ ตอกย้ำด้วยความน่าเชื่อถือในระดับโลก Synology ได้รับการยอมรับในฐานะแพลตฟอร์มจัดการข้อมูลที่เป็นที่เชื่อถือในวงการไอที ด้วยจำนวนการติดตั้งกว่า 14 ล้านระบบทั่วโลก ประสบการณ์ในการปกป้องข้อมูลให้แก่ 25 ล้านหน่วยงาน เชื่อมต่ออุปกรณ์กล้องกว่า 2 ล้านตัว และได้รับคะแนนสูงถึง 4.7 จาก 5 คะแนนเต็ม จาก Gartner Peer Insights รวมถึงได้รับการยกย่องใน 2025 Gartner™ Voice of the Customer (Primary Storage Platforms) ปัจจุบัน Synology ดำเนินงานในกว่า 120 ประเทศ และได้รับความไว้วางใจจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทใน Fortune 500
เปิดตัวนวัตกรรมใหม่: “Active Protect” และ “PAS7700”
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรไทยในการรับมือยุค Data Boom เมื่อต้นปีนี้ Synology ได้เปิดตัวนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ที่น่าสนใจ 2 รุ่น:
1. Active Protect: ป้อมปราการแห่งการสำรองข้อมูล นี่คืออุปกรณ์สำรองข้อมูล (Backup Appliance) สำหรับองค์กร ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อปกป้อง Workload ที่หลากหลายและรองรับการทำงานแบบหลาย Site (Multi-site) โดยมีรุ่นให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ความจุ 8TB ไปจนถึง 140TB เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์ขององค์กรที่แตกต่างกัน
จุดเด่นของ Active Protect คือการมอบ การสำรองข้อมูลที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (Immutable Backups) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการต่อต้าน Ransomware, ความสามารถในการ แยกระบบ (Air-gap) และการรองรับข้อกำหนดด้านกฎหมาย สร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งต่อภัยคุกคามไซเบอร์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2. PAS7700: ขุมพลัง All-NVMe เพื่อภารกิจ Mission Critical Synology ได้เปิดตัว PAS7700 ระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับองค์กรแบบ All-NVMe รุ่นแรกของบริษัท ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดด้วยสถาปัตยกรรม NVMe ครบวงจร
ระบบนี้สามารถทำงานได้ถึง 2 ล้าน IOPS และ 30 GB/s throughput โดยมีความหน่วงต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที (Low Latency) มาพร้อมสถาปัตยกรรมแบบ Active-Active ที่ช่วยให้ระบบพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง (High Availability) เสริมด้วยความสามารถในการเข้ารหัส (Encryption) ที่แข็งแกร่ง ทำให้ PAS7700 เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานที่สำคัญสูงสุดระดับ Mission Critical ที่ต้องการความเร็วและความเสถียรสูงสุด
อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI (On-Premise)
Synology ไม่ได้หยุดนิ่งแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Synology Office Suite โดยครอบคลุมฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย ได้แก่:
- OCR (Optical Character Recognition): การอ่านและแปลงไฟล์ภาพเป็นข้อความ
- Semantic Search: ระบบค้นหาอัจฉริยะที่เข้าใจความหมายและบริบทของข้อความ
- การสรุปข้อความและเนื้อหา (Summarization): ช่วยย่นย่อเอกสารยาว ๆ
- การแปลแบบ Real-time: ทลายกำแพงด้านภาษาในการทำงาน
จุดที่น่าสนใจที่สุดและตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและ PDPA คือ ฟีเจอร์ AI เหล่านี้จะทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร (On-premise) เพื่อให้ข้อมูลสำคัญและข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กรยังคงเป็นส่วนตัวและไม่รั่วไหลออกไปภายนอก มอบวิธีการทำงานร่วมกันที่ชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น
เป้าหมายและบทพิสูจน์ความสำเร็จในไทย
ด้วยยอดขายที่เติบโตถึง 250% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายถัดไปของ Synology ในไทยคือ การขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ให้เติบโตอีก 200% ภายใน 5 ปี
กลยุทธ์หลักคือการพัฒนา NAS หลายซีรีส์เพื่อรองรับงานเฉพาะทาง ได้แก่:
- DP Series: สำหรับการสำรองและปกป้องข้อมูลโดยเฉพาะ
- PAS Series: สำหรับงาน Mission-Critical ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง (ดังที่กล่าวไป)
- DVA Series: สำหรับรองรับงานวิเคราะห์ด้วย AI ในระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ
ความสำเร็จของ Synology ในไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ยังพิสูจน์ได้จากความไว้วางใจของลูกค้าองค์กรชั้นนำ:
- Thai Nippon Foods: เผชิญการโจมตีจากแรนซัมแวร์ ที่ร้ายแรงถึงขั้นข้อมูลสำรอง (Backup) ถูกเข้ารหัสไปด้วย แต่ด้วยการใช้ Synology High Availability (SHA) และ Active Backup for Business ทำให้สามารถสำรองพีซีและเซิร์ฟเวอร์ได้อัตโนมัติ ช่วยลด Downtime ของระบบ, เพิ่มความเร็วในการกู้คืนข้อมูล และลดค่าใช้จ่ายด้าน IT และคลาวด์ได้อย่างมหาศาล
- Wangtoakang (ห้างทองหวังโต๊ะกัง): ด้วยสาขา 65 แห่งทั่วประเทศ Synology NAS และ Surveillance Station ถูกนำมาใช้บริหารจัดการกล้องกว่า 630 ตัว จากส่วนกลาง ด้วยระบบรวมศูนย์ที่เสถียร, การแจ้งเตือนเหตุผ่านมือถือ (DS cam) และการสำรองข้อมูลจากแต่ละสาขากลับมายังสำนักงานใหญ่
- โรงเรียนเซนต์ดอมินิก: อัปเกรดระบบเฝ้าระวังทั่วโรงเรียนด้วย NAS หลายตัว รองรับกล้อง 600 ตัว สามารถตรวจสอบผ่านระบบ CMS (Centralized Management System) บันทึกย้อนหลังได้ยาวนาน และระบบมีความเสถียรสูง ไม่ล่มแม้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์
Synology ย้ำชัดถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพขององค์กรไทยให้พร้อมรับมือยุค Data Boom อย่างเต็มศักยภาพ โดยจะยังคงเดินหน้าส่งมอบเทคโนโลยีที่ เรียบง่าย, ปลอดภัย และยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้ทุกองค์กรสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้
#Synology #DataBoom #Thailand #ASEAN #DigitalTransformation #CyberSecurity #DataCenter #NAS #ข่าวเศรษฐกิจ #PDPA #CyberResilience #ActiveProtect #PAS7700 #AI

