ในการประกาศศักดาครั้งสำคัญบนเวทีเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร ได้มีการเปิดเผยรายงานฉบับล่าสุด “Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025” ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง Omdia รายงานฉบับนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่อุตสาหกรรมคลาวด์ทั่วโลก เมื่อ “หัวเว่ย คลาวด์” (Huawei Cloud) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม “ผู้นำ” (Leader) อย่างเต็มภาคภูมิ ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งในด้านโซลูชันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความโดดเด่นในด้านกลยุทธ์และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในระดับสากล
หัวเว่ย คลาวด์ ไม่เพียงแต่ครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการได้รับการจัดอันดับเป็น “อันดับหนึ่งของโลก” ในด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นมาตรวัดสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์โลกอนาคต การประเมินของ Omdia Universe ในครั้งนี้ได้พิจารณาจาก 3 มิติหลักที่ครอบคลุมทุกมิติการบริการ ได้แก่ ศักยภาพของโซลูชันบนแกน X กลยุทธ์และการดำเนินงานบนแกน Y และความแข็งแกร่งของการมีอยู่ในตลาดที่สะท้อนผ่านขนาดของวงกลมในแผนผังการประเมิน
บริการที่นำมาพิจารณาครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน IaaS, PaaS, ระบบฐานข้อมูล, เทคโนโลยี AI ที่กำลังเป็นกระแสหลัก, คอนเทนเนอร์, เอดจ์คลาวด์ ไปจนถึงบริการดิจิทัลที่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งการที่หัวเว่ย คลาวด์ สามารถทำคะแนนได้อย่างโดดเด่นในทุกมิตินั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ระบบนิเวศคลาวด์ที่สมบูรณ์แบบ สิ่งนี้ทำให้หัวเว่ยกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับองค์กรที่ต้องการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูงในปัจจุบัน
ผงาดเบอร์หนึ่งโลกในด้านกลยุทธ์และนวัตกรรมอย่างเต็มภาคภูมิ
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกในด้านกลยุทธ์และนวัตกรรมตามรายงานของ Omdia ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของหัวเว่ย คลาวด์ ในการพัฒนาบริการที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) และมีความปลอดภัยสูงสุด ทาง Omdia ได้เน้นย้ำว่าหัวเว่ยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคใหม่ กลยุทธ์ที่เฉียบคมนี้ช่วยให้หัวเว่ยสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นในตลาดโลกได้อย่างชัดเจน
ในรายงานได้ระบุถึงจุดแข็งที่ทำให้หัวเว่ย คลาวด์ โดดเด่นกว่าผู้เล่นรายอื่นในสามหมวดหมู่หลักที่สำคัญต่อการตัดสินใจขององค์กรธุรกิจ เริ่มต้นที่ด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริการคลาวด์ในปัจจุบัน ต่อมาคือด้านมาร์เก็ตเพลส (marketplace) ที่มีความหลากหลายของโซลูชัน และสุดท้ายคือด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) ที่มีความเข้มข้นและใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งหมดนี้ส่งผลให้หัวเว่ยมีสถานะที่แข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการที่ไว้วางใจได้มากที่สุด
นอกจากมุมมองของนักวิเคราะห์แล้ว ผลตอบรับจากผู้ใช้งานจริงยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลจากการสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อพบว่า หัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% นอกจากนี้ยังมีคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำบริการให้แก่ผู้อื่นสูงถึง 96% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมให้กลยุทธ์การขยายตลาดของหัวเว่ยประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นวัตกรรม AI-native และโครงสร้างพื้นฐาน KooVerse ระดับโลก
ในมิติของ Infrastructure as a Service (IaaS) หัวเว่ย คลาวด์ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการยกระดับแพลตฟอร์มการประมวลผลไปสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว จากเดิมที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบโมโนลิธิกสำหรับการใช้งานทั่วไป หัวเว่ยได้เปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบ AI-native บนพื้นฐานของ “CloudMatrix” นวัตกรรมนี้ช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรมีความยืดหยุ่นสูง รองรับการเชื่อมต่อแบบเพียร์ทูเพียร์ และสามารถจัดการกับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ที่ต้องการทั้งความเสถียรและความคล่องตัวในเวลาเดียวกัน
ความแข็งแกร่งของหัวเว่ยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ครอบคลุมภายใต้ชื่อ “KooVerse” ปัจจุบัน KooVerse มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนครอบคลุมพื้นที่ถึง 101 availability zones ใน 34 ภูมิภาคทั่วโลก ความยิ่งใหญ่ของเครือข่ายนี้ทำให้หัวเว่ยสามารถให้บริการลูกค้าในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง การมีโครงสร้างพื้นฐานที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกเช่นนี้ ช่วยลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรข้ามชาติได้อย่างไร้รอยต่อ
การผสานรวมระหว่าง CloudMatrix และ KooVerse เข้าด้วยกัน ทำให้หัวเว่ย คลาวด์กลายเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลมหาศาล นี่คือข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่หัวเว่ยหยิบยื่นให้กับพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลก เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่เหนือกว่า
ขับเคลื่อนด้วยพลังวิศวกรและการวิจัยพัฒนามูลค่ามหาศาล
เบื้องหลังความสำเร็จของ Technology as a Service ของหัวเว่ย คลาวด์ คือการทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากรบุคคลด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างมหาศาลในแต่ละปี หัวเว่ยมีการลงทุนด้าน R&D คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีชั้นนำระดับแนวหน้า โดยมีขุมกำลังสำคัญคือกองทัพวิศวกรที่มีมากกว่า 100,000 คน ซึ่งร่วมกันทำงานเพื่อคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าและเหล่านักพัฒนาทั่วโลก
นวัตกรรมเหล่านี้ถูกส่งผ่านในรูปแบบบริการคลาวด์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้าน AI การกำกับดูแลข้อมูล (data governance) และการพัฒนาซอฟต์แวร์ หัวเว่ย คลาวด์ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มสำคัญที่กลายเป็นเครื่องมือหลักสำหรับนักพัฒนาในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น “ModelArts” สำหรับการพัฒนาโมเดล AI, “DataArts” สำหรับการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และ “CodeArts” สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่รวดเร็วและแม่นยำ แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฐานรากในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและปลดล็อกมูลค่าใหม่ ๆ ให้กับภาคธุรกิจ
การลงทุนในระยะยาวของหัวเว่ยยังสะท้อนผ่านความพยายามในการผสานศักยภาพของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และชิปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว การสร้างนวัตกรรมเชิงระบบในลักษณะนี้ช่วยให้หัวเว่ยสามารถยกระดับบริการคลาวด์ให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการใช้ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับบริการของหัวเว่ยเอง แต่ยังส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้าในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว หัวเว่ยยังคงเป็นผู้นำที่พร้อมนำเสนอโซลูชันที่ทันสมัยที่สุดอยู่เสมอ
จากประสบการณ์สู่โซลูชันอุตสาหกรรมที่จับต้องได้จริง
ในมิติของ Expertise as a Service หัวเว่ย คลาวด์ ได้นำเอาประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สะสมมาอย่างยาวนานทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรมาสังเคราะห์อย่างเป็นระบบ หัวเว่ยทำงานร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรมมากกว่า 600 โซลูชัน การมุ่งเน้นที่ความต้องการเฉพาะทางของแต่ละธุรกิจช่วยให้ลูกค้าสามารถนำเทคโนโลยีคลาวด์ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มผลผลิตได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว
หนึ่งในก้าวสำคัญที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการคือการเปิดตัว AI Application Marketplace สำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) แห่งแรกของอุตสาหกรรม มาร์เก็ตเพลสแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมโซลูชัน AI ระดับชั้นนำมากกว่า 1,000 รายการ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันในระบบนิเวศดิจิทัล การเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนาและองค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ที่พร้อมใช้งานได้ทันที ถือเป็นการช่วยเร่งกระบวนการ Digital Transformation ให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้างและลดอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
นอกจากนี้ หัวเว่ยยังให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างโลกอัจฉริยะตามวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยการส่งมอบการประมวลผลคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา วิสัยทัศน์นี้คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่ทุกระดับ ตั้งแต่บุคคล ครัวเรือน ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ทุกภาคอุตสาหกรรมมีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และมีพลวัตรในการดำเนินงาน ความสำเร็จของ Expertise as a Service จึงไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขเท่านั้น แต่ยังวัดที่ความสำเร็จในการปรับตัวของลูกค้าหัวเว่ยด้วย
ยึดหัวหาดอุตสาหกรรมหลักและการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
ความเชื่อมั่นในหัวเว่ย คลาวด์ สะท้อนผ่านจำนวนตัวเลขผู้ใช้งานในโครงการสำคัญระดับประเทศและระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันหัวเว่ยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการคลาวด์ภาครัฐมากกว่า 800 โครงการ และให้บริการสถาบันการเงินกว่า 600 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ ในตลาดจีนซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก หัวเว่ย คลาวด์ ยังสามารถครองใจบริษัทอินเทอร์เน็ตได้ถึง 90% และผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ 30 อันดับแรกของจีนถึง 95% ก็เลือกใช้บริการของหัวเว่ยเช่นกัน
ในอุตสาหกรรมที่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง “ระบบขับขี่อัตโนมัติ” หัวเว่ย คลาวด์ ได้พิสูจน์ศักยภาพด้วยการเป็นแพลตฟอร์มที่องค์กรในอุตสาหกรรมระบบนิเวศแบบเปิดของจีนกว่า 80% เลือกใช้ ความสำเร็จนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เพราะในกลุ่มบริการ AI Compute Service หัวเว่ยยังเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีฐานผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 2,156 ราย ซึ่งถือเป็นการขยายตัวมากกว่าหกเท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการใช้งานคลาวด์เพื่อการประมวลผล AI กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ที่หัวเว่ยสามารถเข้าไปตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ด้วยรากฐานที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 และพนักงานกว่า 207,000 คนทั่วโลก หัวเว่ยยังคงเดินหน้าให้บริการผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคนอย่างต่อเนื่อง การครองตำแหน่งผู้นำในรายงาน Omdia Universe 2025 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม หัวเว่ย คลาวด์ พร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการสร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์การใช้งานผ่าน AI และมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้าทุกระดับในทุกแง่มุมของชีวิตและธุรกิจทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง
#HuaweiCloud #OmdiaUniverse2025 #CloudLeader #AICloud #DigitalTransformation #InnovationStrategy #KooVerse #TheReporterAsia

