ทรู ผนึกพันธมิตรยักษ์ใหญ่ รุกแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วกรุงเทพฯ

ทรู ผนึกพันธมิตรยักษ์ใหญ่ รุกแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วกรุงเทพฯ

เนื่องในวัน e-Waste สากล ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศยกระดับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งสำคัญ เปิดตัวโครงการ “ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร” ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม ขยายจุดรับคืน e-Waste สู่แลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมส่งแคมเปญ “Drop for Reward” มอบสิทธิพิเศษจาก 8 แบรนด์ดัง ตอกย้ำเจตนารมณ์ผู้นำองค์กรเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืน และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย ‘Zero e-Waste to Landfill’ อย่างเป็นรูปธรรม

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ที่เทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้กลายเป็นปัจจัยที่ห้าในการดำรงชีวิต อัตราการบริโภคและการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ที่รวดเร็วขึ้นได้ก่อให้เกิดความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับมหภาค นั่นคือ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” (e-Waste) ซึ่งถูกจัดให้เป็นหนึ่งในกระแสธารขยะ (Waste Stream) ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และกำลังกลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันหาทางออกอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงภาพสะท้อนของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในการแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลที่ถูกจัดเก็บไว้ตามบ้านเรือน ทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป หรือถูกนำไปจัดการอย่างไม่ถูกวิธี ไม่เพียงแต่จะสร้างภาระในการฝังกลบ แต่ยังเสี่ยงต่อการรั่วไหลของสารอันตรายสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว

ในโอกาสวันขยะอิเล็กทรอนิกส์สากล (International e-Waste Day) ประจำปี 2568 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมชั้นนำของไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวโครงการ “ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร” ซึ่งเป็นการต่อยอดและยกระดับกลยุทธ์การจัดการ e-Waste เชิงรุก สานต่อแนวคิด “รับถึงที่” เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและองค์กรต่างๆ อย่างกว้างขวาง

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ให้ทรรศนะถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า “ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์กำลังกลายเป็นความท้าทายระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข เพราะอุปกรณ์ดิจิทัลที่เราใช้ทุกวัน หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี จะกลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยี จึงมุ่งมั่นลดผลกระทบดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยได้รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามมาตรฐานสากลแล้วกว่า 1.99 ล้านชิ้น และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมาย ‘Zero e-Waste to Landfill’ อย่างต่อเนื่อง”

คำกล่าวของ ดร.เนตรชนก สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหา และความรับผิดชอบในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรม โดยตัวเลขขยะอิเล็กทรอนิกส์ 1.99 ล้านชิ้นที่รวบรวมได้นั้น ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของความพยายามที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเครื่องชี้ว่ายังมีขยะอีกจำนวนมากที่รอการจัดการอย่างถูกวิธี

ทรู

“ปีนี้ เราได้ยกระดับโครงการในเชิงรุก ผ่านรูปแบบ ‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร’ ส่งรถรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึงที่ เพื่อให้ประชาชน องค์กร และภาคธุรกิจ สามารถส่งต่อ e-Waste เข้าสู่ระบบจัดการที่ถูกต้องได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยเริ่มนำร่องที่จังหวัดพระนครศรีอยูธยา และขยายสู่จุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนครั้งนี้ สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของทุกภาคส่วน ที่ต้องการสร้างสังคมที่ตระหนักรู้ และร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไปด้วยกัน” ดร.เนตรชนก กล่าวเสริม

หัวใจสำคัญของโครงการ “ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร” คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการตั้งรับ (Passive) ผ่านจุดรับทิ้งถาวร ไปสู่การเข้าหาชุมชนเชิงรุก (Proactive) โดยการส่งรถบริการเคลื่อนที่เข้าไปยังแหล่งชุมชน สถาบันการศึกษา และจุดเชื่อมต่อการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยทลายกำแพงด้านความสะดวกสบายและระยะทาง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ e-Waste จำนวนมากไม่ถูกนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล

สร้างอีโคซิสเต็มแห่งความยั่งยืน ผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

ความสำเร็จของโครงการระดับนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังแห่งความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เดินหน้าขยายความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อสร้างอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการจัดการ e-Waste อย่างครบวงจรและครอบคลุมทุกมิติของวิถีชีวิตคนเมือง

นอกเหนือจากพันธมิตรหลักอย่าง เอสเค เทส ไทยแลนด์ และ ออลล์ นาว โลจิสติกส์ ที่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนด้านการขนส่งและนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ ทรูได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรใหม่เพิ่มเติม เพื่อขยายเส้นทางการสัญจรของ e-Waste ให้เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด ประกอบด้วย:

  • กลุ่มธุรกิจค้าปลีกในระบบขนส่งมวลชน: Metro Mall โดยบริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) การตั้งจุดรับในพื้นที่ร้านค้าภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินถึง 8 สถานีหลัก ได้แก่ สวนจตุจักร, พหลโยธิน, ลาดพร้าว, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, พระราม 9, เพชรบุรี, สุขุมวิท และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นการวางจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนทำงานและผู้เดินทางสัญจรนับแสนคนต่อวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ความร่วมมือกับ บมจ. เซ็น เอกซ์ ภายใต้เครือ บมจ.เสนาดีเวลลอปเมนท์ นับเป็นการเจาะตรงไปยังแหล่งกำเนิด e-Waste ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ “บ้าน” และ “ที่ทำงาน” โดยจะมีการตั้งจุดรับในโครงการคอนโดมิเนียม หมู่บ้าน และอาคารพาณิชย์ในเครือ ซึ่งเป็นการผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
  • กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์: การจับมือกับ เดอะ คริสตัล พาร์ค ของบริษัท ALLY GLOBAL MANAGEMENT จำกัด และ ฟอร์จูน ทาวน์ ของ บมจ.ซี.พี. แลนด์ เป็นการขยายช่องทางไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและกลุ่มผู้ที่สนใจเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูง
  • สถาบันการศึกษา: การเข้าถึง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้ากุนนที และสถาบันในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืนต่อไป
  • ทรูแบรนด์ดิ้งช็อปแห่งใหม่: การเพิ่มจุดรับในสาขาที่จะเปิดใหม่ ณ โครงการระดับเมกะโปรเจกต์อย่าง One Bangkok และ Dusit Central Park เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ทรูในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

เปลี่ยนขยะเป็นสิทธิพิเศษ: กลยุทธ์กระตุ้นการมีส่วนร่วมผ่านแคมเปญ “Drop for Reward”

นอกจากการอำนวยความสะดวกแล้ว ทรูยังใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญ “Drop for Reward” สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคโดยเฉพาะ โดยลูกค้าที่นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่างๆ อาทิ สมาร์ทโฟนเก่า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริม รวมถึงอุปกรณ์ IoT มาทิ้งที่กล่องรับ e-Waste ณ ทรูช็อป, ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป, ทรูสเฟียร์, ทรูสเปซ และศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ จะสามารถสแกน QR Code เพื่อเลือกรับสิทธิพิเศษจาก 8 แบรนด์พันธมิตรชั้นนำบนแอปพลิเคชันทรูไอดี และ dtac app ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568

สิทธิพิเศษดังกล่าวประกอบด้วย:

  1. Paul: ซื้อเซ็ตเบเกอรี่ในราคาพิเศษเพียง 179 บาท
  2. TrueCoffee: อัปเกรดขนาดเครื่องดื่มตระกูลโบราณฟรี
  3. DUNKIN’: รับฟรีโดนัท 1 ชิ้น
  4. Sukishi Korean Charcoal Grill: รับฟรี ยำปลาแซลมอน มูลค่า 230 บาท
  5. THE KLINIQUE: รับฟรี Treatment Voucher โปรแกรม Bright Skin Detox มูลค่า 4,000 บาท
  6. Ninechang by Dohome: รับส่วนลดค่าบริการล้างแอร์
  7. Home Service by HomePro: รับส่วนลดค่าบริการล้างแอร์
  8. ทรูสเปซ: รับสิทธิ์ใช้บริการ Day Pass ในราคาพิเศษ หรือใช้ Co-working space ฟรี 1 ชั่วโมง

แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคโดยตรง แต่ยังสะท้อนถึงโมเดลธุรกิจที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ (Win-Win-Win Situation) ผู้บริโภคได้ทิ้งขยะอย่างถูกที่พร้อมรับสิทธิพิเศษ, ทรูและพันธมิตรสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า และที่สำคัญที่สุดคือสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลรักษา

การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้ของทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) แต่คือการแสดงจุดยืนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Move) ที่ผนวกเอาเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่ทรงพลัง การนำเทคโนโลยีและกลไกทางการตลาดมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจสำหรับองค์กรธุรกิจในยุคที่ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

#ทิ้งถูกที่ดีต่อใจ #truesustainability #eWaste #GoToZeroWaste #CircularEconomy #เศรษฐกิจหมุนเวียน #ความยั่งยืน #TrueCorporation #ข่าวเศรษฐกิจ

Related Posts