ELLE 2025 พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ดันส่งออกโต ยึดเบอร์หนึ่งเอเชีย

ELLE 2025 พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ดันส่งออกโต ยึดเบอร์หนึ่งเอเชีย

ในท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยกำลังงัดไม้ตายสำคัญออกมาใช้อีกครั้ง นั่นคือ “Soft Power” ผ่านอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ การกลับมาของ ELLE Fashion Week 2025 ในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของนิตยสารหัวนอกระดับตำนาน แต่คือการประกาศศักดาทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ที่ผนึกกำลังระหว่างยักษ์ใหญ่แห่งวงการรีเทลอย่าง ICONSIAM และสื่อแฟชั่นชั้นนำ เพื่อเปลี่ยนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็น “บ่อเงินบ่อทอง” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนทั่วโลก

งาน ELLE Fashion Week 2025 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ถูกวางหมากให้เป็นมากกว่างานโชว์เสื้อผ้า แต่คือ “Game Changer” หรือจุดเปลี่ยนที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี

นายอาลี ซีอานี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมส ดิจิทัล จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ ELLE Thailand มองเกมขาดว่า การจัดงานครั้งนี้คือการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Drive) โดยใช้แพลตฟอร์มแฟชั่นสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ เป้าหมายไม่ใช่แค่การโชว์ตัวของนางแบบ แต่คือการผลักดันให้ดีไซเนอร์ไทยก้าวสู่เวทีสากล และที่สำคัญคือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยทัดเทียมเวทีโลก เพื่อให้ไทยกลายเป็น “ผู้กำหนดเทรนด์” (Trend Setter) ที่น่าจับตามองที่สุดในเอเชีย

ตัวเลขไม่โกหก: ส่งออก “แฟชั่นไทย” โตระเบิดกว่า 200%

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ สัญญาณบวกที่ชัดเจนที่สุดคือตัวเลขการส่งออก ข้อมูลล่าสุดจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) รายงานตัวเลขการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 52,951 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.98% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

แต่สิ่งที่น่าตกใจและเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย คือการเติบโตแบบก้าวกระโดดในกลุ่มสินค้าแฟชั่นเฉพาะกลุ่ม:

  • ผ้าคลุมไหล่และผ้าพันคอ: ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 234.38%

  • เสื้อผ้าสำเร็จรูปทำจากไหม: ขยายตัวเพิ่มขึ้น 231.45%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “ผ้าไทย” และ “งานฝีมือไทย” ไม่ใช่สินค้าล้าสมัย แต่เป็นสินค้า High Value ที่ตลาดโลกกำลังต้องการ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ สหรัฐอเมริกา อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย การจัดงาน ELLE Fashion Week จึงเปรียบเสมือนโชว์รูมระดับโลกที่จะช่วยเร่งยอดขายเหล่านี้ให้เติบโตขึ้นไปอีก

ยุทธศาสตร์ Location: ไอคอนสยาม แม่เหล็กดูดทราฟฟิก 1.5 แสนคนต่อวัน

การเลือกสถานที่จัดงานเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง นายอาลี ซีอานี ระบุว่า การเลือก ไอคอนสยาม ซึ่งล่าสุดได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี จากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 เป็นการการันตีความสำเร็จด้านจำนวนผู้เข้าชม

คาดการณ์ว่าตลอดช่วงการจัดงาน จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ไอคอนสยามสูงถึง 130,000 – 150,000 คนต่อวัน ปริมาณทราฟฟิกมหาศาลนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ยอดผู้ชมแฟชั่นโชว์ แต่หมายถึง:

  1. การจับจ่ายใช้สอย (Consumer Spending): เม็ดเงินที่จะสะพัดในร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจบริการโดยรอบ

  2. การท่องเที่ยว (Tourism Boost): การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Luxury ที่มีกำลังซื้อสูง

  3. ภาพลักษณ์ประเทศ (Nation Branding): การใช้ทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผสมผสานกับแฟชั่น เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงแห่งไลฟ์สไตล์ระดับโลก

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ย้ำว่า บทบาทของไอคอนสยามคือการเป็น Global Experiential Destination และเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยดันดีไซเนอร์ไทย (ผ่านโซน ICONCRAFT) ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ซึ่งถือเป็นพันธกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ELLE 2025

พันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม: เมื่อ “ยานยนต์” และ “ความงาม” บุกรันเวย์

ความน่าสนใจในเชิงธุรกิจของงานปีนี้ คือการที่แบรนด์ระดับโลกจากหลากหลายอุตสาหกรรมกระโดดเข้ามาร่วมวง (Collaboration) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Fashion Week เป็น Marketing Tool ที่ทรงพลัง:

  • XPENG Thailand: ผู้นำเข้านวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เข้ามาร่วมเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม-ไฮเทค ผ่านโชว์พิเศษ “Boy Scouts ELLE MEN” สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่รักษ์โลกและชอบนวัตกรรม

  • Bobbi Brown & SLC Clinic: ยักษ์ใหญ่ด้านความงามและการแพทย์ เข้ามาเสริมทัพเพื่อตอกย้ำมาตรฐานความงาม

  • Don Julio & Madame Fin: แบรนด์เครื่องดื่มและน้ำหอมที่เข้ามาร่วมสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ (Experience Marketing) ให้ครบทุกสัมผัส

การผนึกกำลังเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนการจัดงานและขยายฐานลูกค้า (Customer Base Cross-pollination) ระหว่างกลุ่มแฟชั่น ยานยนต์ และความงามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เจาะลึกไฮไลต์: คอนเซปต์ “LIFE” และทัพดีไซเนอร์

ภายใต้คอนเซปต์ ‘LIFE – A Seed of Creativity, The Future of Fashion’ หรือเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ งานปีนี้อัดแน่นด้วย 12 โชว์ จาก 26 แบรนด์ชั้นนำ อาทิ:

  • ระดับตำนาน: THEATRE, Hook’s by Prapakas

  • แบรนด์ยอดนิยม: LA BOUTIQUE, SILHOUETTE, MERGE

  • คลื่นลูกใหม่: STUDIO UNKNOWN, EVERYWEEK.OUTFIT

ไฮไลต์พิเศษที่น่าจับตามองในเชิงการตลาด คือโชว์ “Boy Scouts ELLE MEN Presented by XPENG” ซึ่งเป็นการรวมพลังของ 12 แบรนด์ Menswear และ Unisex ภายใต้คอนเซปต์เด็กเสือสำรอง (Boy Scouts) ที่ตีความใหม่สำหรับเทรนด์ Spring/Summer 2026 สะท้อนภาพลักษณ์ชายหนุ่มยุคใหม่ที่กล้าผจญภัยและใส่ใจความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเป็น Global Trend ที่สำคัญที่สุดในขณะนี้

บทสรุป: ก้าวสำคัญสู่การเป็นศูนย์กลางแฟชั่นเอเชีย

งาน ELLE Fashion Week 2025 ไม่ใช่เพียงงานรื่นเริงประจำปี แต่เป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพของ “Soft Power ไทย” ในเวทีโลก การเติบโตของตัวเลขส่งออกสิ่งทอและการผนึกกำลังของภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ เป็นเครื่องยืนยันว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นคือฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศ

การคาดการณ์ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.5 แสนคนต่อวัน และมูลค่าการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็น Trend Setter แห่งเอเชีย และใช้ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนเป็นเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ นี่คือโอกาสที่นักลงทุนและผู้ประกอบการไม่ควรละสายตา

#ELLEFashionWeek2025 #EFW2025 #ICONSIAM #SoftPower #เศรษฐกิจไทย #ส่งออกผ้าไทย #XPENGThailand #ThaiDesigners #BusinessNews #TheReporterAsia

Related Posts