อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ เผยข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่ที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ “Event Tourism” หรือการเดินทางเพื่อเข้าร่วมอีเวนต์และเทศกาลต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ทรงพลัง ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลให้กับประเทศ โดยเฉพาะคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลกและเทศกาลดนตรีชื่อดัง ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถกระตุ้นยอดการค้นหาและจองที่พักให้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดอีเวนต์ระดับภูมิภาค
ท่ามกลางภูมิทัศน์การท่องเที่ยวโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมของนักเดินทางในยุคดิจิทัลได้พัฒนาจากการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมที่เน้นการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ไปสู่การแสวงหา “ประสบการณ์” ที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ ในบริบทนี้ “วัฒนธรรมป๊อป” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนที่ทรงอิทธิพลที่สุด ก่อให้เกิดเทรนด์การท่องเที่ยวที่เรียกว่า“Event Tourism” ซึ่งเป็นการเดินทางโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต, เทศกาลดนตรี, การแข่งขันกีฬา, หรืองานนิทรรศการต่างๆ
ข้อมูลล่าสุดจากอโกด้า (Agoda) ได้ฉายภาพปรากฏการณ์นี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเปิดเผยว่าอีเวนต์ระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้หลั่งไหลเข้ามาจับจองที่พักและใช้จ่ายในประเทศ
กรณีศึกษา: BLACKPINK ปลุกกระแสท่องเที่ยวกรุงเทพฯ สะเทือน
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือคอนเสิร์ตของวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังระดับโลกอย่าง BLACKPINK ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ แรงดึงดูดของพวกเธอได้สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในภาคการท่องเที่ยว ข้อมูลจากอโกด้าระบุว่า
ยอดการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเวลาดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้า

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด พบว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกแสดงความสนใจอย่างท่วมท้น:
- เวียดนาม: มีอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุดอย่างน่าทึ่งถึง 266%
- มาเลเซีย: ตามมาเป็นอันดับสองด้วยตัวเลขการค้นหาที่เพิ่มขึ้น 107%
- ไต้หวัน: แสดงความสนใจเพิ่มขึ้น 19%
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตัวเลขเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์การจัดทัวร์คอนเสิร์ตของวง BLACKPINK ในปีนี้ที่ไม่ได้รวมประเทศมาเลเซียและเวียดนามไว้ด้วย ประกอบกับฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่นในไต้หวัน ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็น “หมุดหมาย” สำคัญที่แฟนคลับหรือที่เรียกกันว่า “บลิ๊งค์” จากทั่วทั้งภูมิภาคต้องเดินทางมาเพื่อชมการแสดงของศิลปินที่ชื่นชอบ
ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่ตื่นตัวกับอีเวนต์ระดับโลกนี้ แต่พลังของ “Soft Power” ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดในประเทศอีกด้วย ข้อมูลของอโกด้าเผยให้เห็นว่า ยอดการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ จากนักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็พุ่งสูงขึ้นถึง 130% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงความนิยมอย่างล้นหลามของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล สมาชิกชาวไทยของวง ผู้ซึ่งเป็นไอคอนระดับโลกและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยปลุกกระแสความสนใจของคนไทยต่อวงการบันเทิงระดับสากลได้อย่างต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์ BLACKPINK นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า อีเวนต์ระดับนานาชาติไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดและการท่องเที่ยวที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งจากค่าบัตรคอนเสิร์ต ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และการจับจ่ายใช้สอยอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมหาศาล
ความหลากหลายของอีเวนต์: แม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม
นอกเหนือจากกระแส K-Pop ที่แข็งแกร่งแล้ว ประเทศไทยยังพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลดนตรีที่มีความหลากหลาย ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีรสนิยมและความสนใจแตกต่างกันไปได้เป็นอย่างดี
1. Rolling Loud Thailand: ปักหมุดพัทยาเป็นฮับฮิปฮอประดับโลก
เทศกาลดนตรีฮิปฮอประดับโลกอย่าง Rolling Loud Thailand ซึ่งเตรียมกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งที่ Legend Siam พัทยา ระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายนนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ แม้ว่ารายชื่อศิลปินหลักของปีนี้จะยังไม่ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยชื่อเสียงและแบรนด์ที่แข็งแกร่งในฐานะหนึ่งในเทศกาลดนตรีแร็ปและฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตัวในหมู่นักเดินทางแล้ว
ข้อมูลจากอโกด้าแสดงให้เห็นว่า ยอดการค้นหาที่พักในพัทยาช่วงวันจัดงาน เพิ่มขึ้นถึง 36% ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แสดงความสนใจมากที่สุดมาจาก เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดเอเชียตะวันออกมีความต้องการและกำลังซื้อสูงสำหรับเทศกาลดนตรีเฉพาะแนว การที่พัทยาสามารถดึงดูดอีเวนต์ระดับนี้ได้ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของเมืองจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านดนตรีและความบันเทิงระดับสากล
2. Wonderfruit Festival: ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายไลฟ์สไตล์และความยั่งยืน
ในขณะเดียวกัน เทศกาลที่เติบโตจากรากฐานของไทยอย่าง Wonderfruit Festival ก็ยังคงได้รับความนิยมและดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง เทศกาลนี้ซึ่งจะจัดขึ้นที่พัทยาเช่นกัน ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยผสมผสานศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ สุขภาพ และแนวคิดเรื่องความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
เสน่ห์ของ Wonderfruit สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าความบันเทิงเพียงอย่างเดียว ข้อมูลของอโกด้าระบุว่า ยอดการค้นหาที่พักในพื้นที่พัทยาและชลบุรีเพิ่มขึ้น 10% โดยมีกลุ่มนักเดินทางจาก เกาหลีใต้, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เป็นกลุ่มที่แสดงความสนใจสูงสุด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียกำลังมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพ และประเทศไทยก็สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
มุมมองผู้บริหารและการปรับตัวของภาคธุรกิจ
นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า ได้ให้ทัศนะต่อปรากฏการณ์นี้ว่า “เมื่อประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็นเจ้าภาพอีเวนต์และเทศกาลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง การเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกได้อย่างชัดเจน อโกด้ามีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนนักเดินทางในการเข้าถึงประสบการณ์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”
คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกต่อศักยภาพของประเทศไทย ในมุมมองของนักธุรกิจและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจมหาศาล ธุรกิจโรงแรม, สายการบิน, ร้านอาหาร, บริษัทนำเที่ยว, และธุรกิจบริการต่างๆ ควรปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Event Tourism โดยอาจพิจารณาจัดทำแพ็คเกจที่พักพร้อมบัตรเข้าชมงาน, การนำเสนอโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นกลุ่ม, หรือการสร้างสรรค์กิจกรรมเสริมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอีเวนต์นั้นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น
สรุปได้ว่า Event Tourism ที่ขับเคลื่อนด้วย Soft Power ไม่ใช่กระแสชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นแนวโน้มสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต การทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ และการเตรียมความพร้อมเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจและตอกย้ำตำแหน่งการเป็น “Event Hub” ชั้นนำของเอเชียได้อย่างยั่งยืน
#ข่าวเศรษฐกิจ #EventTourism #SoftPower #การท่องเที่ยวไทย #อโกด้า #Agoda #เศรษฐกิจดิจิทัล #BLACKPINK #RollingLoudThailand #Wonderfruit #อุตสาหกรรมท่องเที่ยว #โรงแรม #การตลาดท่องเที่ยว

