ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนผ่านตลาดแรงงานทั่วโลกเข้าสู่ปรากฏการณ์สองเส้นทางอย่างชัดเจน โดยไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนแรงงานมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับที่น่าทึ่ง
สองเส้นทางแห่งอนาคตและโอกาสใหม่ในตลาดแรงงาน
จากการรายงานผลการศึกษาในรายงาน 2026 Global AI Jobs Barometer โดยบริษัท PwC ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลประกาศรับสมัครงานมากกว่าหนึ่งพันล้านตำแหน่งใน 27 ประเทศทั่วโลก ได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างตลาดแรงงาน AI กำลังส่งผลให้เกิดตลาดแรงงานแบบสองเส้นทาง โดยแบ่งเป็นกลุ่มงานที่ AI เข้ามาช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญ และกลุ่มงานที่เทคโนโลยีทำให้คนทำงานสามารถเริ่มต้นปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ งานในกลุ่มแรก เช่น นักรังสีวิทยา หรือนักสรรหาบุคลากร กลับมีการเติบโตของตำแหน่งงานมากกว่ากลุ่มที่สองถึงสองเท่า พร้อมทั้งสร้างการเติบโตของค่าจ้างที่สูงกว่าถึง 42%
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรชั้นนำทั่วโลกไม่ได้มองปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงเครื่องมือในการลดต้นทุนหรือทดแทนกำลังคน แต่มองเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ บริษัทที่มีการประยุกต์ใช้ AI ในระดับสูงกลับมีอัตราการเติบโตของจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับบริษัทที่ใช้น้อยซึ่งเติบโตอยู่ที่ 36% อีกทั้งยังมีการเติบโตของค่าจ้างโดยรวมสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจมากกว่าจะเป็นปัจจัยบั่นทอนการจ้างงาน
นอกจากนี้ ตลาดแรงงานยังพร้อมมอบผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าให้กับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ เช่น วิศวกรรมพรอมต์ (Prompt Engineering) หรือการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) มีอัตราการเติบโตเร็วกว่าตลาดงานโดยรวมเกือบ 8 เท่า ในขณะเดียวกัน พนักงานที่มีทักษะเหล่านี้ยังได้รับค่าจ้างเพิ่มพิเศษ (Pay Premium) เฉลี่ยสูงถึง 62% ซึ่งในบางอุตสาหกรรมอย่างสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าจ้างเพิ่มพิเศษนี้อาจพุ่งสูงขึ้นได้ถึง 118% เลยทีเดียว
“ในระบบเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน เราเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างรูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรและการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ โดยบริษัทที่ได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนใน AI คือ บริษัทที่นำ AI มาใช้เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เร่งการพัฒนานวัตกรรม และสร้างแหล่งมูลค่าใหม่ ๆ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้มีความก้าวหน้านำห่างคู่แข่งทั้งในด้านผลิตภาพและการเติบโตทางธุรกิจอย่างเหนือชั้น เมื่อเทียบกับบริษัทที่มุ่งเน้นเพียงแค่การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อทดแทนแรงงาน”
— โจ แอตกินสัน (Joe Atkinson) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ระดับโลก PwC
การรีเซ็ตคุณค่าทักษะมนุษย์และบันไดอาชีพแรกเข้า
ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังปฏิวัติกรอบความคาดหวังสำหรับงานระดับแรกเข้า (Entry-level) อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผลจากการวิเคราะห์ตำแหน่งงานระดับแรกเข้ากว่า 2.4 ล้านตำแหน่งในสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นว่าตำแหน่งงานที่มีความเกี่ยวข้องกับ AI สูง มีแนวโน้มต้องการทักษะเชิงมนุษย์มากกว่างานทั่วไปถึง 7 เท่า ทักษะที่เคยมองว่าเป็นเรื่องของบุคลากรระดับอาวุธ เช่น การใช้วิจารณญาณ ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารแบบเผชิญหน้า กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่นายจ้างต้องการจากเด็กจบใหม่
ทิศทางดังกล่าวกำลังสลายรูปแบบการทำงานและเรียนรู้แบบเดิมอย่างสิ้นเชิง ในอดีต งานระดับแรกเข้ามักเน้นการทำงานประจำหรือซ้ำเดิมเพื่อสะสมประสบการณ์ แต่ปัจจุบัน AI ได้เข้ามาทำหน้าที่เหล่านั้นแทน ส่งผลให้บันไดการเรียนรู้ขั้นแรกของคนทำงานยุคใหม่ต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตำแหน่งงานแรกเข้าโดยทั่วไปในตลาดจะลดลง 10% แต่งานแรกเข้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI กลับขยายตัวเติบโตขึ้นถึง 35% แสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงเปิดรับแรงงานรุ่นใหม่ที่มีทักษะการทำงานร่วมกับ AI และพร้อมใช้ทักษะขั้นสูงตั้งแต่เริ่มต้น
ความเปลี่ยนแปลงนี้เรียกร้องให้ทั้งองค์กรและตัวแรงงานเองต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในการวางกลยุทธ์ด้านการบริหารและพัฒนาคน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนทำงานรุ่นใหม่สามารถใช้วิจารณญาณ และพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งจำเป็น องค์กรที่ไม่สามารถปรับตัวเพื่อสร้างเส้นทางเติบโตใหม่ๆ ให้แก่พนักงานระดับแรกเข้า อาจต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีศักยภาพในอนาคต
“ความสัมพันธ์แบบเดิมระหว่างประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกำลังเปลี่ยนไป AI กำลังลดงานประจำบางส่วนที่เคยเป็นเส้นทางการเรียนรู้ของคนทำงานใหม่ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความต้องการทักษะด้านวิจารณญาณ ความเป็นผู้นำ และความสามารถในการปรับตัวตั้งแต่ช่วงต้นของอาชีพ องค์กรจึงต้องทบทวนวิธีพัฒนาบุคลากร หากต้องการให้พนักงานเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมใหม่นี้”
— พีท บราวน์ (Pete Brown) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจกำลังแรงงานระดับโลก PwC
ถอดรหัสผลิตภาพและนัยสำคัญต่อตลาดแรงงานไทย
มิติของผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) กำลังแสดงให้เห็นช่องว่างที่กว้างขึ้นอย่างชัดเจนระหว่างองค์กรที่เชี่ยวชาญในการใช้ AI กับองค์กรทั่วไป โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับ AI สูง มีผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น 34% ขณะที่กลุ่มองค์กรระดับชั้นนำ หรือ Super-star companies ซึ่งเป็นกลุ่ม 20% แรกที่ประยุกต์ใช้ AI ได้โดดเด่นที่สุด สามารถเร่งผลิตภาพแรงงานให้พุ่งสูงขึ้นถึง 163% เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 สะท้อนให้เห็นว่าความเชี่ยวชาญในการดึงศักยภาพของ AI มาใช้ คือปัจจัยชี้ขาดความได้เปรียบทางการแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่
สำหรับบริบทของประเทศไทย ทิศทางความเปลี่ยนแปลงระดับโลกนี้ถือเป็นบทเรียนและโจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารและนายจ้าง การส่งเสริมให้พนักงานใช้งานเครื่องมือทางเทคโนโลยีได้เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ การประเมินผลลัพธ์จาก AI อย่างรอบคอบ ตลอดจนการตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม เพื่อให้มนุษย์สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
การผสานเทคโนโลยีเข้ากับศักยภาพของมนุษย์อย่างสมดุล จะกลายเป็นกุญแจสำคัญสำหรับภาคธุรกิจไทยในการเพิ่มผลิตภาพ และดึงดูดบุคลากรชั้นยอด นายจ้างที่วางกลยุทธ์การพัฒนาคนโดยมุ่งเน้นการยกระดับทักษะที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี เช่น ความคิดสร้างสรรค์และภาวะผู้นำ จะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์และสร้างมูลค่าจากการลงทุนด้าน AI ได้อย่างยั่งยืนที่สุดในระยะยาว
“เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน ทักษะของมนุษย์ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะความสามารถด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรต้องการคนที่สามารถใช้วิจารณญาณ คิดอย่างมีเหตุผล สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมเมื่อทำงานกับข้อมูลหรือข้อเสนอแนะที่สร้างโดย AI สำหรับนายจ้างในไทย นี่หมายความว่า กลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรต้องไปไกลกว่าการสอนให้พนักงานใช้เครื่องมือ AI ได้ แต่ต้องช่วยให้พนักงานประเมินผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างรอบคอบ ใช้วิจารณญาณอย่างเหมาะสม และเสริมทักษะมนุษย์ที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ องค์กรที่ผสานการใช้ AI เข้ากับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างจริงจัง จะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการเพิ่มผลิตภาพ ดึงดูดและรักษาบุคลากร และสร้างมูลค่าจากการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว”
— เซีย พาตอน (Zia Paton) หุ้นส่วนสายงานปรึกษา PwC ประเทศไทย
#AIJobsBarometer #PwC #ปัญญาประดิษฐ์ #ตลาดแรงงาน #ทักษะอนาคต #เศรษฐกิจโลก

