FPT โชว์แกร่ง! ปิดปี 68 รายได้ 1.46 หมื่นล้าน อุตสาหกรรมเด่นสวนเศรษฐกิจ

FPT โชว์แกร่ง! ปิดปี 68 รายได้ 1.46 หมื่นล้าน อุตสาหกรรมเด่นสวนเศรษฐกิจ

“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” หรือ FPT ประกาศผลการดำเนินงานปีงบการเงิน 2568 โชว์เสถียรภาพและความมั่นคง ท่ามกลางคลื่นลมความท้าทายของเศรษฐกิจมหภาค สามารถปั๊มรายได้รวม 14,686 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,455 ล้านบาท โดยมีกลุ่มธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม” เป็นพระเอก โชว์ฟอร์มแกร่งแรงไม่หยุด พอร์ตพื้นที่รวมพุ่งแตะ 3.8 ล้านตารางเมตร ขณะที่กลุ่ม “ที่อยู่อาศัย” เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ทะลุเป้า และกลุ่ม “พาณิชยกรรม” รักษาอัตราการเช่าได้ในระดับสูงถึง 89% ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและการบริหารจัดการอย่างมีวินัย

ในรอบปีงบการเงิน 2568 (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน แม้จะต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงท้าทาย บริษัทฯ รายงานรายได้รวมสุทธิที่ 14,686 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการรักษาระดับรายได้ได้อย่างมั่นคง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ทำได้ 14,621 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเล็กน้อยที่ 0.4%

ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับปีอยู่ที่ 1,455 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเพียง 0.8% จาก 1,467 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางแรงกดดันด้านต่าง ๆ

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโครงสร้างรายได้ จะเห็นภาพกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงของ FPT ได้อย่างชัดเจน:

  • รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์: ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย ทำได้ 8,642 ล้านบาท ลดลง 5.8% จากปีก่อน ตัวเลขนี้สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัย ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยลบต่าง ๆ เช่น ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
  • รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ: ส่วนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างเสถียรภาพให้กับบริษัทฯ โดยทำได้ 3,329 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.3% จากปีก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มพาณิชยกรรม ซึ่งสร้างกระแสเงินสดรับ (Recurring Income) อย่างต่อเนื่อง
  • รายได้อื่น ๆ: สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยทำได้ 2,715 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 18.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากการขายที่ชะลอตัวได้เป็นอย่างดี

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 (กรกฎาคม – กันยายน 2568) FPT มีรายได้รวมสุทธิ 4,350 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท

นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT กล่าวว่า “ปีงบการเงิน 2568 เป็นอีกปีที่ FPT ก้าวหน้าอย่างมั่นคง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่มีหลายธุรกิจ ควบคู่กับความมุ่งมั่นของบุคลากรของเรา” ท่านซีอีโอย้ำว่า แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะท้าทาย แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามแผนอย่างมีวินัยและยืดหยุ่น จึงสามารถรักษาผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจให้มีความมั่นคง ตอกย้ำการมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาว และการบริหารจัดการอย่างรอบคอบในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

‘อุตสาหกรรม’ พระเอกตัวจริง: ดีมานด์ทะลัก ดันพอร์ตแตะ 3.8 ล้าน ตร.ม.

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม ถือเป็นดาวเด่นและเป็นพระเอกตัวจริงที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของ FPT ในปีนี้อย่างชัดเจน โดยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม (Excellent Performance) ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นผลมาจาก 2 เทรนด์ใหญ่ระดับโลก คือ การย้ายฐานการผลิต (Production Base Relocation) และ การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Restructuring) ทำให้ความต้องการโรงงานและคลังสินค้าคุณภาพสูงในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ FPT ทั้งในไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้รับการตอบรับดีมาก

ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านตัวเลขสำคัญหลายด้าน:

  • อัตราการเช่ารวม (Occupancy Rate): พุ่งสูงถึง 92% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากในธุรกิจนี้ และเติบโตประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • การส่งมอบพื้นที่ (Area Delivered): บริษัทฯ สามารถส่งมอบอาคารให้ลูกค้าได้กว่า 218,000 ตร.ม. ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมที่ 150,000 ตร.ม. อย่างถล่มทลาย
  • พอร์ตโฟลิโอที่ใหญ่ที่สุดในไทย: ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการมากที่สุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมในไทย โดยมีพื้นที่ในไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม รวมกันกว่า 3.8 ล้าน ตร.ม.

ไฮไลท์สำคัญในปีนี้ คือการปิดดีลและส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects) ได้สำเร็จ ได้แก่:

  1. คลังสินค้าบิ๊กซี (Big C Supercenter): การส่งมอบคลังสินค้าขนาดใหญ่ (Large-scale Warehouse) พื้นที่มากถึง 89,000 ตร.ม. ให้กับ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่ที่มีต่อศักยภาพของ FPT
  2. ศูนย์คัดแยกสินค้าในเวียดนาม: การส่งมอบคลังสินค้าขนาด 54,000 ตร.ม. ให้กับลูกค้าระดับโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอีคอมิร์ซ ซึ่งคลังสินค้านี้ถือเป็นศูนย์คัดแยกสินค้า (Sorting Center) ที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในเวียดนามใต้ ตอกย้ำการเติบโตของ FPT ในการรองรับกระแสอีคอมเมิร์ซที่บูมอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค

ความสำเร็จของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ค่าเช่าที่มั่นคง แต่ยังเป็นการวางรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาวให้กับ FPT ในฐานะผู้นำด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมแห่งภูมิภาค

‘ที่อยู่อาศัย’ ลุยเปิดโครงการใหม่: ฝ่าปัจจัยลบ ปรับกลยุทธ์สู้

แม้ว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยจะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน แต่ FPT ยังคงเดินหน้าลุยตลาดอย่างต่อเนื่อง และสามารถทำผลงานได้เกินเป้าหมายที่วางไว้

ในปีงบการเงิน 2568 กลุ่มที่อยู่อาศัยได้เปิดโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 7 โครงการ ซึ่งเกินเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 6 โครงการ โครงการใหม่เหล่านี้มีมูลค่ารวมประมาณ 11,135 ล้านบาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ของกลุ่มที่อยู่อาศัยในปีนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงและการเจาะตลาดใหม่ ๆ ดังนี้:

  • การขยายทำเล (Geographic Expansion): ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงในกรุงเทพมหานคร แต่ขยายการลงทุนไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพสูงอย่าง นครราชสีมา และ ขอนแก่น เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในภูมิภาค
  • การเจาะเซกเมนต์ใหม่ (Segment Penetration): FPT ได้ส่งแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
    • “โกลดีน่า (Goldina)”: แบรนด์ทาวน์โฮมระดับพรีเมียม
    • “แกรมเมอร์ (Gramour)” และ “กูธ์เธ่ (GUTE)”: สองแบรนด์ใหม่สำหรับบุกตลาดบ้านระดับลักชัวรี

การรุกตลาดลักชัวรีและพรีเมียมนี้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการรับมือกับสภาวะตลาดปัจจุบัน เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนหรือความเข้มงวดของสินเชื่อน้อยกว่าตลาดแมส

อย่างไรก็ตาม FPT ตระหนักดีถึงแรงกดดันในตลาด ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร (ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาฯ ลดลง 5.8% )

ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยยุคใหม่ ควบคู่ไปกับการออกกลยุทธ์การตลาดที่ “โดนใจ” ลูกค้า เพื่อฝ่าฟันความท้าทายเหล่านี้และสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย

‘พาณิชยกรรม’ ยืนหนึ่งทำเลทอง: บริหารพอร์ตเชิงรุก สร้างมูลค่าเพิ่ม

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม ซึ่งประกอบด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอและพื้นที่รีเทล ยังคงรักษาฟอร์มเก่งไว้ได้อย่างน่าประทับใจ โดยสามารถรักษาอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ในระดับสูงที่ 89%

ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการ “ยกระดับคุณภาพอาคารและบริการอย่างต่อเนื่อง” ทำให้สินทรัพย์ของ FPT ยังคงเป็นที่ต้องการของผู้เช่าชั้นนำ แม้ในภาวะที่ตลาดอาคารสำนักงานมีการแข่งขันสูง

ในส่วนของพื้นที่รีเทล “เรือธง” อย่าง ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และ สีลมเอจ ได้พิสูจน์ความสำเร็จในการเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยมีการจัดแคมเปญและกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถดึงดูดลูกค้าและขับเคลื่อนทราฟฟิก (Traffic) ได้เป็นอย่างดี

ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจนี้ คือ การบริหารจัดการทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Management) โดยบริษัทฯ รายงานว่า ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ลดลง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการยุติการดำเนินงานของ โรงแรมเมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟ อพาร์ตเมนต์

แต่นี่ไม่ใช่ข่าวร้าย หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อ “ปลดล็อกมูลค่า” ของสินทรัพย์ FPT มีแผนที่จะพัฒนาที่ดินผืนงามดังกล่าวให้เป็น โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี (Super Luxury) ในอนาคต

การเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนถึงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Asset Optimization) โดยยอมสละรายได้ค่าเช่าโรงแรมในระยะสั้น เพื่อเปลี่ยนไปสร้างมูลค่าที่สูงกว่าในระยะยาวจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับการรุกตลาดลักชัวรีในกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน

โดยสรุป ผลการดำเนินงานปี 2568 ของ FPT แสดงให้เห็นถึง “ความมั่นคง” ที่มาจากความหลากหลายของธุรกิจ โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นหัวหอกในการเติบโต กลุ่มพาณิชยกรรมเป็นฐานที่มั่นคง และกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวสู้ทุกความท้าทาย นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ FPT สามารถบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอได้อย่างน่าประทับใจท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

#FPT #FrasersPropertyThailand #เฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้ #ผลประกอบการ2568 #หุ้นFPT #อสังหาริมทรัพย์ #เศรษฐกิจไทย #อสังหาอุตสาหกรรม #โรงงานให้เช่า #คลังสินค้า #โลจิสติกส์ #บ้านเดี่ยว #คอนโด #บ้านหรู #สามย่านมิตรทาวน์ #สีลมเอจ #TheReporterAsia

Related Posts