สั่นสะเทือนวงการเศรษฐกิจดิจิทัลไทย เมื่อ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และบราซิล เฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษในประเทศไทย ด้วยการจัดงานสุดยิ่งใหญ่ “Shopee SUMMIT TOGETHER WE GROW” เวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการฉลองความสำเร็จ แต่คือการประกาศวิสัยทัศน์แห่งทศวรรษใหม่ที่ทรงพลังและชัดเจนที่สุด
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – คุณฮันดิกา จาห์จา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ได้ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนที่ก้าวข้ามการเป็นเพียงแพลตฟอร์ม แต่ขอเป็น “สะพานดิจิทัล” (Digital Bridge) และ “ประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล” (Gateway to the Digital Economy) ที่จะเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยทุกระดับสู่ตลาดระดับภูมิภาค งานนี้ยังเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญกับภาครัฐ พันธมิตรระดับโลก และที่สำคัญคือพลังของเครือข่ายครีเอเตอร์ (KOLs) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในทุกมิติ
ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษใหม่นี้ คุณฮันดิกา จาห์จา ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยระบุว่า “ตลอดเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ช้อปปี้ได้เข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์การช้อปปิ้งออนไลน์ของไทย” โดยสำหรับผู้ซื้อ ช้อปปี้ได้สร้างประสบการณ์ที่ครบครัน มอบความสะดวกสบาย ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า พร้อมระบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ขณะที่ในฝั่งผู้ขาย ช้อปปี้ได้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทุกขนาดได้แสดงศักยภาพ ขยายธุรกิจ และเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้
วิสัยทัศน์ใหม่จึงเป็นการยกระดับพันธกิจนี้ขึ้นไปอีกขั้น ช้อปปี้ประกาศเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “ประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Gateway to the Digital Economy)” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย “ทุกระดับ” ให้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าครอบครัวขนาดเล็ก ผู้ผลิตในชุมชน ไปจนถึงองค์กรและแบรนด์ระดับประเทศ โดยใช้พลังของเทคโนโลยีและเครือข่ายที่แข็งแกร่งของช้อปปี้เป็นเครื่องมือสำคัญ
“เรามุ่งเป็นสะพานดิจิทัล (Digital Bridge) ที่เชื่อมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดระดับภูมิภาค” คุณฮันดิกา จาห์จา กล่าวทิ้งท้าย “เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับบนแผนที่เศรษฐกิจดิจิทัลของโลก”
วิสัยทัศน์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงคำประกาศ แต่ถูกตอกย้ำด้วยความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับภาครัฐ โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งคุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับช้อปปี้ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ช้อปปี้มีบทบาทสำคัญในฐานะ “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ที่ช่วยผู้ประกอบการไทยสร้างรายได้และขยายธุรกิจ

โดยความร่วมมือนี้สามารถผลักดันยอดขายให้ผู้ประกอบการไทยบน Landing Page “สุขใจซื้อของไทย” ได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าไปแล้วกว่า 700 ล้านบาท ทางกรมฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุน SMEs และผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันบนเวทีอีคอมเมิร์ซสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน
ในส่วนของแผนธุรกิจ ช้อปปี้ได้เตรียมรับมือกับตลาดอีคอมเมิร์ซที่คาดว่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569 โดย คุณธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ช้อปปี้จะมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อในแต่ละหมวดหมู่สินค้า โดยชูกลยุทธ์สำคัญใน 4 หมวดหมู่หลัก ได้แก่
- เครื่องใช้ไฟฟ้า (Electronics): มอบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) อย่างราบรื่น ผ่านบริการใหม่ๆ เช่น บริการติดตั้งสินค้าพร้อมกับการซื้อ และโปรแกรมแลกเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอน
- แฟชั่น (Fashion): ตอบรับเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ด้วยการนำเสนอคอลเล็กชันใหม่อย่างต่อเนื่อง การทำงานร่วมกับ KOL และบริการจัดส่งด่วนเพื่อให้สินค้าถึงมือลูกค้าทันกระแส
- สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG): เน้นสร้างความผูกพันและกระตุ้นการซื้อซ้ำผ่านเครื่องมือการตลาดใหม่ๆ และผลักดันสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว
- ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle): ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้มีรายได้สูง ผ่านบริการจัดส่งที่รวดเร็วและคุ้มค่า (Shopee Partner Logistics – SPL) และบริการ ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) ที่มอบความยืดหยุ่นในการชำระเงิน
เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว ช้อปปี้ได้เร่งเครื่อง “Speed Strategy” ขยายบริการจัดส่งแบบเร่งด่วน เช่น จัดส่งภายในวันเดียว (Same-day Delivery) และจัดส่งภายใน 4 ชั่วโมง (4-hour Delivery) เพื่อรองรับความต้องการเร่งด่วน เช่น การเดินทาง หรือการซื้อของขวัญ ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสสู่ระดับภูมิภาค ด้วยโครงการใหม่ “Shopee Global Sales” ซึ่งยกระดับมาจากโครงการเดิม (SIP) โครงการนี้ไม่ได้แค่ผลักดันผู้ขายไทยไปต่างประเทศ แต่ยังมุ่ง “เชื่อมตลาดในภูมิภาคเข้ากับผู้ขายไทยโดยตรง” เพื่อให้แบรนด์ไทยเข้าถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ตอบรับกระแสความนิยมสินค้าไทยที่เติบโตต่อเนื่องในอาเซียน
ไฮไลท์สำคัญที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ปั้นคน” คือการประกาศความแข็งแกร่งของเครือข่ายครีเอเตอร์ (KOLs) ซึ่งถือเป็นความแตกต่างอันทรงพลังของช้อปปี้ ปัจจุบัน Shopee Affiliate KOLs สร้างยอดขายจากคอนเทนต์ในระบบเติบโตขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สองฟีเจอร์หลักอย่าง Shopee Live ช่วยเพิ่มออเดอร์ให้ผู้ขายเติบโตขึ้นกว่า 65% และ Shopee Video ที่สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงกว่า 400% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สะท้อนพลังของคอนเทนต์ในการกระตุ้นยอดขายอย่างมหาศาล
และในงานนี้ ช้อปปี้ยังได้ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจครั้งสำคัญกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง YouTube Shopping และ Shopee META Affiliate เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตให้กับโปรแกรม Affiliate ที่ช้อปปี้เป็นผู้จุดประกายจนเป็นที่นิยม
ในด้านประสบการณ์นักช้อป คุณคงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงแผนยกระดับประสบการณ์แบบ 360 องศา โดยได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ “Mega Brand Day” ซึ่งเป็นแคมเปญระดับสูงสุดที่ทรงพลังกว่า Super Brand Day โดยล่าสุดที่ร่วมมือกับ Huawei ในเดือนตุลาคม สามารถสร้างสถิติยอดขายและจำนวนผู้ซื้อพุ่งสูงกว่า 5 เท่า
ภายในงานยังมีการมอบรางวัลแก่ผู้ขายและครีเอเตอร์ดีเด่นกว่า 200 รางวัล และเปิดพื้นที่สำคัญอย่าง “Seller & KOL Business Matching” เพื่อเชื่อมต่อผู้ขาย แบรนด์ และ KOLs ให้ได้พบปะและเลือกทำงานร่วมกันได้อย่างเจาะจงมากขึ้น สร้างโอกาสในการสื่อสารสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง
งาน “Shopee SUMMIT TOGETHER WE GROW” ในครั้งนี้ จึงปิดฉากลงพร้อมตอกย้ำว่า Shopee ได้เติบโตไปไกลกว่าแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้า แต่คือ “พลังสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย” ที่มุ่งมั่นเสริมศักยภาพให้ทั้งผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ และผู้บริโภคชาวไทย สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะ “เติบโตไปด้วยกัน” เคียงข้างเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
#ShopeeSummit2025 #ShopeeTH10Years #ShopeeVision #ฮันดิกาจาห์จา #ช้อปปี้ #สะพานดิจิทัล #DigitalBridge #ปั้นคนสู่โลก #เศรษฐกิจดิจิทัล #KOLs #ShopeeAffiliate #YouTubeShopping #ShopeeMETA #ShopeeGlobalSales #DBD #ข่าวเศรษฐกิจ

