ทรู คอร์ปอเรชั่น สั่งลุยตรวจความพร้อมเครือข่ายทั่วไทย รับมือสถานการณ์น้ำท่วมสูงขึ้นและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะ 3 จังหวัดปริมณฑล ปทุมธานี นนทบุรี และ กทม. ผู้บริหารระดับสูงนำทีมวิศวกรลงพื้นที่เอง ย้ำระบบสื่อสารถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ล่มไม่ได้ในภาวะวิกฤต พร้อมจัดทำแผนฉุกเฉิน เตรียมรถ “Cell-On-Wheel” เสริมกำลังในพื้นที่เสี่ยง และประสาน กสทช.-ปภ. เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และความกังวลต่อการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมเครือข่ายสัญญาณมือถือในระดับสูงสุด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย และ นายจิระชัย คุณากร รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย ได้นำทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของศูนย์เครือข่ายมือถือและสถานีฐานด้วยตนเอง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมฉับพลัน ผู้บริหารของทรูได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบสื่อสารในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญ” (Critical Digital Infrastructure) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ลูกค้าต้องสามารถใช้งานติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในทุกภาวะวิกฤต การรักษาเสถียรภาพของเครือข่ายจึงไม่ใช่แค่การบริการลูกค้า แต่คือการค้ำจุนกลไกการช่วยเหลือและเศรษฐกิจในพื้นที่ประสบภัย
กางแผนฉุกเฉิน! “COW” นำทัพ เสริมแกร่งเครือข่ายพื้นที่เสี่ยง
เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารจะไม่สะดุด ทีมเน็ตเวิร์กของทรูได้จัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไว้แล้ว โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:
- การป้องกันเชิงรุก: ดำเนินการป้องกันและเสริมความมั่นคงของสัญญาณในพื้นที่สำคัญที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
- หน่วยเคลื่อนที่เร็ว (COW): จัดเตรียม รถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) ไว้อย่างเต็มกำลัง เพื่อพร้อมสนับสนุนการสื่อสารในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงได้ทันที
เป้าหมายของแผนนี้ คือการสนับสนุนให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และอาสาสมัคร สามารถติดต่อประสานงานเพื่อภารกิจช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ผนึกกำลัง ปภ.- กสทช. เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
ทรู คอร์ปอเรชั่น ตระหนักดีว่าระบบสื่อสาร ทั้งการโทร การรับ-ส่งดาต้า และอินเทอร์เน็ตบนมือถือ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงได้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
ในปฏิบัติการครั้งนี้ ทรูไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด:
- กรมอุตุนิยมวิทยา: อ้างอิงข้อมูลพยากรณ์อากาศเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนล่วงหน้า
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): ร่วมมือในการสนับสนุนการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast Service (CBS) และ SMS เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำ
- สำนักงาน กสทช.: ทำงานใกล้ชิดกับ กสทช. ในการดูแลระบบโครงข่ายและความพร้อมของสถานีฐาน ให้เป็นไปตามแผนปฎิบัติการฉุกเฉิน
ความร่วมมือทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบสื่อสารของประเทศสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน (เน็ตบ้าน) ตลอดจนสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
#ทรูคอร์ปอเรชั่น #ทรู #TrueCorporation #น้ำท่วม #น้ำท่วม2568 #สถานการณ์น้ำ #เขื่อนเจ้าพระยา #เครือข่ายมือถือ #สัญญาณมือถือ #CellOnWheel #COW #ปภ #กสทช #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล #เศรษฐกิจ #TheReporterAsia

