สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกประจำปีงบประมาณ 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับฐานรากด้วยโมเดล “Regional Digital Trainers Network” หรือเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค โดยตั้งเป้าหมายสร้าง “แกนนำ” หรือ EDC Trainer รายใหม่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 2,000 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งต่อองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสู่ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 60,000 คน ภายใต้ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสำคัญเพื่อยกระดับทักษะคนไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีงบประมาณ 2568 ที่ ETDA สามารถสร้างเทรนเนอร์ได้มากกว่า 3,300 คน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ถึง 200% สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพทางดิจิทัลอย่างจริงจัง ในปีนี้ TDA จึงปรับเปลี่ยนแนวทางจากการเน้นเพียงจำนวนตัวเลข มาเป็นการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว เพื่อให้การพัฒนาทักษะดิจิทัลเข้าถึงหัวใจของชุมชนอย่างแท้จริง
สำหรับปี 2569 ETDAได้เริ่มประเดิมกิจกรรมแรก ณ จังหวัดน่าน เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนสำหรับการแข่งขันในตลาดโลกยุค AI โดยยุทธศาสตร์นี้จะไม่หยุดเพียงแค่จังหวัดเดียว แต่จะปูพรมครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ 15 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
กลยุทธ์ Area-based พลิกโฉมการอบรมด้วยดาต้าเชิงลึก
หัวใจสำคัญของการดำเนินงานในปีนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบการจัดอบรมแบบเดิม ๆ มาสู่การใช้ข้อมูลเป็นตัวนำ หรือ Data-driven & Area-based โดยETDA ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติเพื่อนำข้อมูลเชิงสถิติในระดับจังหวัดและอำเภอมาวิเคราะห์อย่างละเอียด การวิเคราะห์นี้ครอบคลุมทั้งแนวโน้มทางเศรษฐกิจ โครงสร้างแรงงาน และบริบททางสังคมในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาที่นำไปถ่ายทอดนั้น “ตอบโจทย์” และ “ใช้งานได้จริง” กับสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นนั้น ๆ
นอกจากนี้ETDA ยังได้ผนึกกำลังกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อกำหนดมาตรฐานของทักษะที่จะทำการถ่ายทอดให้มีความเป็นมืออาชีพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เทรนเนอร์ที่ผ่านการอบรมมีศักยภาพสูงพอที่จะเป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลให้แก่คนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่การสอนใช้งานโปรแกรมเบื้องต้น แต่เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงผ่านนวัตกรรมที่ทันสมัย
แนวคิดการสร้าง “ผู้ถ่ายทอด” ที่มีความเข้าใจบริบทพื้นที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะคนในพื้นที่ย่อมเข้าใจปัญหาและโอกาสของตนเองได้ดีที่สุด การมีเครือข่ายเทรนเนอร์ที่เข้มแข็งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนขององค์ความรู้ที่ไม่สิ้นสุด แม้จบโครงการไปแล้วแต่เครือข่ายเหล่านี้จะยังคงทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางเทคโนโลยีให้แก่ชุมชนต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจดิจิทัลระดับฐานรากในภาพรวมอย่างมหาศาล
เจาะลึก 4 หลักสูตรใหม่ อัปเกรดทักษะคนไทยสู่ยุค AI Marketing
เพื่อให้การพัฒนาทักษะครอบคลุมทุกมิติ ETDAได้ทำการปรับปรุงและเปิดตัว 4 หลักสูตรสำคัญที่เน้นความเข้มข้นตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง เริ่มต้นที่หลักสูตร EDC Plus (ETDA Digital Citizen Plus) ซึ่งเปรียบเสมือนวัคซีนดิจิทัลที่มุ่งสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ อัตลักษณ์ดิจิทัล การใช้งาน การสื่อสาร ความมั่นคงปลอดภัย และการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล เพื่อให้คนไทยสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคม
ในส่วนของภาคธุรกิจ ETDA ได้นำเสนอหลักสูตร Generative AI เพื่อการทำงาน และ AI Marketing เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หลักสูตรเหล่านี้จะสอนตั้งแต่การใช้ AI ช่วยงานเอกสารและวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและวางกลยุทธ์การตลาดอย่างแม่นยำ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมืออาชีพ
สำหรับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หลักสูตร Social Commerce for Business (V.2) ได้ถูกพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นโดยเจาะลึกแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook, TikTok และ Instagram รวมถึงทักษะการทำ Live Commerce ที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญในการสร้างยอดขายในปัจจุบัน การอัปเกรดเนื้อหาในครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดใจและปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่การแข่งขันบนโลกออนไลน์สูงขึ้น
ปักหมุด 15 จังหวัดยุทธศาสตร์ กระจายความรู้สู่ทุกภูมิภาคทั่วไทย
โครงการ EDC Trainer ในปี 2569 ได้เริ่มต้นกิจกรรมแรกอย่างเป็นทางการที่จังหวัดน่าน ณ โรงแรมดิ เอมเพลส น่าน เมื่อวันที่ 18–19 ธันวาคม 2568 โดยเน้นไปที่การเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในด้าน Social Commerce และ AI Marketing เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปลายปี ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาธุรกิจของตนเอง
หลังจากจังหวัดน่าน ETDA เตรียมขยายผลไปยังอีก 14 จังหวัดยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ได้แก่ บุรีรัมย์ นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ปัตตานี ขอนแก่น อุบลราชธานี ลำปาง เชียงใหม่ ระยอง เชียงราย อุดรธานี ยะลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต การเลือกพื้นที่เหล่านี้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนากำลังคนดิจิทัลจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงในเมืองใหญ่ แต่กระจายไปถึงระดับท้องถิ่นเพื่อลดช่องว่างทางโอกาสอย่างแท้จริง
เป้าหมายสุดท้ายของ ETDA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ การปูพรม 15 จังหวัดในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้ แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่จะช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลหรือต้องการพัฒนาทักษะ สามารถติดตามข้อมูลและสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ของ ETDA ได้ทันที
บทสรุปและช่องทางการเข้าร่วมเพื่อยกระดับศักยภาพ
ก้าวย่างของ ETDA ในปี 2569 คือการยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโลกดิจิทัล การปั้นเทรนเนอร์กว่า 2,000 คนเพื่อไปดูแลคนอีก 60,000 คน เป็นภารกิจที่ท้าทายแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อน GDP ของประเทศผ่านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับฐานราก ด้วยหลักสูตรที่ทันสมัยและการทำงานเชิงพื้นที่อย่างเข้มข้น เชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมให้แก่ชุมชนทั่วประเทศไทย
สำหรับหน่วยงานที่ต้องการพัฒนาบุคลากรเข้าสู่การเป็น EDC Trainer หรือประชาชนทั่วไปที่ไม่อยากตกขบวนเทคโนโลยียุค AI สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/pqoX4eVvgSECnd2U6 หรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดผ่านเฟซบุ๊กเพจ ETDA Thailand ซึ่งจะมีรายละเอียดกำหนดการจัดกิจกรรมในแต่ละจังหวัดประกาศให้ทราบอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
#ETDA, #EDCTrainer2026, #DigitalCitizen, #เศรษฐกิจดิจิทัล, #AIMarketing, #SocialCommerce, #พัฒนาทักษะดิจิทัล, #เทรนเนอร์ดิจิทัล

